สรรพากรรุดหารือกรมประกันภัยได้ข้อสรุปในหลักการ ให้เฉพาะลูกทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่เท่านั้น ถึง นำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 15,000 บาท ส่วนประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต ขายพ่วงได้ แต่นำมารวมหักลดหย่อนไม่ได้ ระบุบริษัทประกันต้องแยกบิลใบเสร็จให้ชัดเจน ด้านบริษัทประกันรับลูก เตรียมขนผลิตภัณฑ์ลูกกตัญญูออกขายในงานวันแม่แห่งชาติ 3-4 ส.ค. ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ชี้เบี้ยประกันถูกสุด 3 พันบาท แต่หากอยากได้ความคุ้มครอง 5 แสน ต้องจ่ายเบี้ย 8 พันบาท   นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าของมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับบุตรที่ซื้อประกันสุขภาพให้กับบุพการีว่า ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับ ผู้มีรายได้ที่ได้จ่ายเงินทำประกันสุขภาพให้กับบิดาหรือมารดา ในวงเงินไม่เกิน 15,000 บาท ทางกรมสรรพากร ได้หารือกับ น.ส.พจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัยและตัวแทนบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันภัย  ในรายละเอียดจนได้ข้อสรุปแล้ว  ขณะนี้กรมสรรพากรได้นำรายละเอียดของมาตรการส่งให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการตรวจสอบถ้อยคำอยู่ และเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ จะมีผลบังคับใช้ในทันที   "กรมสรรพากรขอยืนยันว่า จะมีประกาศอธิบดีว่าด้วยระเบียบปฏิบัติออกมาบังคับใช้ก่อนวันที่ 3-4 ส.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นวันที่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันภัยจะนำผลิตภัณฑ์ลูกกตัญญูออกมาขายที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ" นายสาธิต รังคสิริ รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า รายละเอียดของมาตรการภาษีลูกกตัญญู เท่าที่ได้ หารือกับกรมการประกันภัยและตัวแทนบริษัทประกัน จะเน้นไปที่เรื่องของการประกันสุขภาพเป็นหลัก ที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท  ดังนั้นในกรณีที่บริษัทประกันออกผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองทั้งประกัน สุขภาพควบประกันอุบัติเหตุหรือประกันชีวิต ทางบริษัทจะต้องแยกใบเสร็จรับเงินค่าเบี้ยประกันให้ชัดเจน เพราะกรมสรรพากรจะให้นำมาหักภาษีได้เฉพาะในส่วนที่เป็นประกันสุขภาพเท่านั้น   "เท่าที่ทราบขณะนี้มีบริษัทประกันหลายแห่งสนใจจะออกกรมธรรม์มาขายในงานครบรอบวันแม่แห่งชาติ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์หลากหลายรูปแบบ ราคาค่าเบี้ยประกันเริ่มตั้งแต่ 3,000 บาท ไปจนถึง 50,000 บาท บางกรมธรรม์จ่ายค่าเบี้ยประกัน 7,000-8,000 บาท ให้ความคุ้มครองในวงเงินถึง 500,000 บาทก็มี" ส่วนประเด็นที่มีความเป็นห่วงว่า โครงการนี้จะไปซ้ำซ้อนกับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และจะมีผลทำ ให้รัฐบาลต้องสิ้นเปลืองงบประมาณรายจ่ายและยังลดภาษีช่วยอีก นายสาธิตกล่าวว่า ประเด็นนี้คงจะไม่เกิดความซ้ำซ้อน เพราะบุตรที่ทำประกันให้บิดาหรือมารดาแล้ว    คงจะไม่ไปใช้บริการ 30 บาท เพราะจะได้รับบริการทางการแพทย์ที่ดีและให้ความคุ้มครองในวงเงินที่สูงกว่า ดังนั้น เมื่อผู้สูงอายุไม่ไปใช้บริการโครงการ 30 บาท รัฐบาลก็จะไม่จ่ายเงินให้กับโรงพยาบาล ประเด็นนี้น่าจะเป็นการลดภาระงบประมาณรายจ่ายมากกว่า แต่ผู้สูงอายุยังคงมีสิทธิที่จะใช้บริการโครงการ 30 บาทได้เหมือนเดิม ด้านนายอภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทให้ความสนใจและพร้อมที่จะออกกรมธรรม์ลูกกตัญญู แต่คงต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดที่กรมการประกันภัยจะสรุปหลักเกณฑ์ออกมาก่อน ว่าในส่วนไหนถึงจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับความมุ่งหวังจากกรมธรรม์ตัวนี้ในแง่ของธุรกิจคงไม่ใช่ตัวกำไร แต่ต้องการช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค รวมทั้งส่งเสริมให้คนไทยมีหลักประกันสุขภาพที่ดีโดยเฉพาะผู้สูงอายุ นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด กล่าวว่า บริษัทเตรียมที่จะเปิดตัวกรมธรรม์ใหม่ "เลิฟ มัม" ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่ลูกกตัญญูทำให้กับบุพการี โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ในวงเงินไม่เกิน 15,000 บาท   น.ส.พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการประกันลูกกตัญญู เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค แต่ในรายละเอียดของกรมธรรม์ยังคงต้องรอการแถลงอย่างเป็นทางการจากกรมการประกันภัยก่อน อนึ่งเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนให้กับ ผู้มีเงินได้ทำประกันสุขภาพให้กับบิดาและมารดาของตนเองและคู่สมรสที่มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพในปัจจุบัน โดยให้บุตรนำค่าเบี้ยประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้บิดาหรือมารดาจะต้องมีรายได้ปีละไม่เกิน 30,000 บาท

ประชาชาติธุรกิจ  24  ก.ค.  49