ผู้เขียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้วครับ ขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ หลังจากที่ท่านผอ.อดิศักดิ์บรรยายเสร็จ ก็ทานข้าวเที่ยง หลังจากนั้นก็เป็นการออกกำลังกาย โดยคุณครูใหม่และครูกิ่งนำท่าดอกไม้บาน จำได้ว่าเป็นของเสถียรธรรมสถาน ผู้เขียนต่อด้วยนวดคลายเครียด(อ่านจุดประสงค์การดำเนินกิจกรรม ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมและการประเมินกิจกรรม  ได้ที่นี่ครับ  )

 

   หลังจากนั้นก็แบ่งฐานเป็น 4 ฐาน ผู้เขียนอยู่ฐาน สานเสวนา คือการพูดคุยหาทางออก การแก้ปัญหาร่วมกัน การพูดคุยเรื่องของชุมชน การหาทางออกทางการเมืองและสังคมแบบสันติวิธี ฐานนี้ผู้เขียนอยู่กับครูต้น การดำเนินกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าใจคำว่าสานเสวนาเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็ช่วยกัน ทำ mind mapping เพื่อหาปัญหาของชุมชนและช่วยกันเสวนา หาทางออกเป็นการสานเสวนาที่ได้แนวคิดดีมาก ใครพูดน้องผู้เขียนก็คอยถามคำถามให้คิดและแสดงความคิดเห็น

  มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าเรื่อง ชุมชนว่ามีปัญหาเรื่องชุมชนขาดความสามัคคี มีคนพยายามปลดผู้ใหญ่ออกจากชุมชน เลยช่วยกันหาทางออก ผู้ใหญ่บอกว่ามีผู้ช่วยที่ดีเลยช่วยกันได้

  ลุงโพธิ์(ลูกศิษย์ค่ายภาษาอังกฤษอายุประมาณ 50 กว่า) อดีตมัคนายกเก่า ร้องลิเกและเพลงเก่งมาก บอกว่ามีปัญหาเรื่องชู้สาว (ผู้เขียนคิดในใจว่า แบบลุงโพธิ์อายุปูนนี้แล้วไม่น่ามี ฮา) แต่ลุงโพธิ์เล่าว่า เป็นปัญหาเรื่องชู้สาวของลูกชายแก มีเพื่อนผู้หญิงมาทำการบ้านด้วยกัน ตอนแรกก็มาเป็นกลุ่ม แต่ตอนหลังลุงโพธิ์ไม่อยู่บ้าน เลยมาสองคน ปิดห้องทำการบ้าน(อะไรไม่ทราบ ฮา) ลุงโพธิ์บอกว่า กลัวแม่ผู้หญิงเอาเรื่อง เนื่องจากผู้หญิงที่มาอยู่กับลูกชายลุงโพธิ์ไม่กลับบ้าน เลยต้องคุยกัน (ในกลุ่มบอกว่าแก้ปัญหาโดยผู้ปกครองต้องดูแลลูกของตนเองให้ดี เอาใจใส่อยู่เสมอ ให้ความอบอุ่น ไม่ใช่ให้เงินอย่างเดียว)

 

 พี่อีกท่านก็เล่าว่า มีปัญหาเหมือนลุงโพธิ์คือมาผู้หญิง(อายุมากกว่าลูกชายแก) มาติดลูกชายแก แล้วไม่กลับบ้าน (เป็นแบบนั้นไป เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า ผู้หญิงมาจีบผู้ชาย ฮา)

 กิจกรรมอีกกลุ่มหนึ่งชื่อฐาน ความแตกต่างของมนุษย์ รอครูใหม่และครูดาธิณีเล่านะครับ เพราะทั้งสองท่านอยู่ฐานนี้

 

  อีกฐานของครูกิ่ง รอครูกิ่งเล่าเช่นกัน

 

 ผู้เขียนได้เรียนรู้ว่า ถ้ามีการจัดการแก้ปัญหาให้แก่ชุมชนโดยวิทยากรกระบวนการ(Facilitator) น่าจะได้ผลดีแก่ชุมชน แต่วิทยากรกระบวนการต้องไม่เอาผลประโยชน์จากชุมชน ไม่ใช่การทำงานแบบเจ้านายหรือสั่งให้ชุมชนทำ แต่เป็นการเรียนรู้แบบเท่าเทียมกัน เหมือนกับว่า วิทยากรกระบวนการเป็นบุคคลคนหนึ่งในชุมชนแต่เป็นผู้คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ชุมชนในการระดมความคิดหรือช่วยกันแก้ปัญหาชุมชนนั้นๆ

 

  ผู้เขียนต้องขอบคุณท่านผอ.อดิศักดิ์ ผอ.กศน.อำเภอบางปะหัน ครูดารณี ครูใหม่ ครูกิ่ง พี่น้อย(จาก กศน.จังหวัด) ครูแนน ครูต้น ครูขวัญและทีมงานกศน.ภาชีทุกคนที่ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้ ถึงแม้ว่า กศน.ภาชีจะขาดผู้อำนวยการอำเภอ  ขอบคุณผู้อ่านทุกๆท่านด้วยครับที่เข้ามาอ่าน…

ภาพล่างขวามีภาพน้ำท่วมติดมาด้วยครับ

  อ่านเพิ่มเติมได้ที่

บันทึกครูใหม่

บันทึกครูขวัญ

บันทึกครูดาธิณี

บันทึกครูกิ่ง 

บันทึกครูแนน