"มือขวาอุ้ม มื้อซ้ายลาก ไหล่ซ้ายขวาคล้องเป้"  ภาพที่เห็นทำให้ฉันต้องจุกแน่นและเจ็บดั้งจมูกขึ้นมาทันที  ไม่ง่ายและไม่ธรรมดาเลยนะ  ยายคิมจอดรถรอและเปิดให้สองพ่อลูกนั่งคู่กันด้านหน้า ยายคิมเปลี่ยนไปนั่งเบาะหลัง แรก ๆ สาวน้อยไม่ยอม  เพราะยังงัวเงียกับการตื่นนอนที่เดินทางมาจากจังหวัดตาก

        "พ่อที่ต้องรับภาระหน้าที่ในการเป็นหัวหน้าครอบครัว  ทำมาหาเงิน และต้องเดินทางไปหลาย ๆ แห่งตลอดเวลา ทำหน้าที่ดูแลและเลี้ยงลูกไปพร้อมกัน" ที่สำคัญการกระทำและพฤติกรรมของพ่อที่แสดงออก  จะเป็นประสบการณ์ที่ถ่ายทอดหรือเป็นแบบอย่างของลูกตลอดเวลา

        ยายคิมเคยพบกับเฌวามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ ๘ เดือนที่ผ่านมา  และติดตามอ่านจากบันทึกของคุณพ่อเขียนเล่า  เข้าใจว่าเฌวาเป็นเด็กซน ป่วนและแก่นแก้ว  คิดว่าคงจะป่วนกับการเลี้ยงดูเป็นอย่างมาก

       ครั้งนี้ยายคิมได้พบเฌวาอีกครั้งและทำให้ได้รู้จักเฌวาดีขึ้นมาก  และสรุปได้เลยว่า "เป็นเด็กเลี้ยงง่าย"  เพราะเธอแสดงออกให้เห็นในสิ่งที่ต้องการ  อยากช่วยเลี้ยง อยากอยู่ใกล้ ๆ หลายอย่างในตัวเฌวาทำให้ยายคิมต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

        เฌวาเป็นเด็กที่เป็นตัวของตัวเอง มีความเชื่อมั่นสูง  ไม่ชอบการบังคับ หรือการถูกตำหนิหรือสอนต่อหน้าคนอื่น  รู้จักเขินและอาย  และสัมผัสได้ว่าเฌวาเป็นเด็กมีอารมณ์ขัน  ตอนที่พนักงานเสิร์ฟถามว่า "เด็กชายหรือเด็กหญิงคะ" ใบหน้าที่ยู่ยี่ก็ส่งเสียงหัวเราะก๊ากออกมาทันทีที่ได้ยินคำถาม

        ภาพถ่ายของเฌวาทุกภาพ  เฌวาเต็มใจที่จะให้ถ่ายภาพ  แต่คนถ่ายภาพชักช้าเพราะต้องการภาพสวย  ทำให้สาวน้อยเก้อจึงเลิกมองกล้องไปเลย

         คุณพ่อและคุณลูกจูง ลาก หิ้ว ดึงกันบ้างเป็นบางเวลา  ขึ้น ๆ ลง ๆ บันไดเลื่อน  บางครั้งยายคิมก็หวาดเสียว  ไม่กล้ามอง ที่คุณพ่อฉุดแขนลูกเพียงแขนเดียว  แต่สาวน้อยก็สนุกและชอบใจหัวเราะเริงร่า

         "จ๊าก ๆ ๆ ๆ " เฌวาร้องเสียงหลงทำเอาผู้คนหันมามองตามเสียงนั้น เพราะเฌวาเห็นหุ่นผีที่มุม Haloween  เมื่อได้สติเธอก็หัวเราะลั่นเหมือนกัน  เราสัญญากันว่าทานข้าวอิ่มแล้วจะพาไปร้านหนังสือตามความต้องการของเฌวา

         เมื่อเดินผ่านสินค้าก็ทำท่าเข้าไปจับและดูแบบผู้ใหญ่ หากเจอหุ่นสตรีที่นุ่งสั้นโชว์ขาเฌวาจะเข้าไปกอดขาของหุ่นและยิ้มอย่างมีความสุขมาก  หากหุ่นสวมกางเกงขายาว หรือสวมกระโปรงยาว  เฌวาไม่สนใจที่จะจับต้อง  แสดงว่าเป็นเด็กที่มีอารมณ์โรแมนติก และชำเลืองยิ้มให้พนักงานขายนิด ๆ

        "น้องเฌวาขา ยายคิมซื้อหนังสือเล่มนี้ให้น้องเฌวานะคะ  ชอบไหมลูก น้องเฌวาขอบคุณยายคิมก่อนนะคะ"  เฌวาบอกว่า "ชอบค่ะ ขอบคุณค่ะ" และรีบหอมแก้มยายคิมทันที  ตอนแรกแม้แต่จะจับยังไม่ยอม

          ในร้านหนังสือ  ที่มุมการ์ตูน เมื่อเฌวาชอบหรือสนใจหนังสือเล่มใดก็จะหยิบมาวางกับพื้น และเปิดดูภาพ พากษ์ไปตามประสาของเด็กที่มีจินตนาการ  และไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อเลยสักนิดเดียว

         ออกจากร้านหนังสือ เฌวาเดินผ่านเจลล้างมือ  จึงถือโอกาสแวะไปบีบเจลใส่มือตัวเองนิดหน่อย  โดยไม่ต้องมีใครคอยบอก  ทำให้มองเห็น แบบอย่างที่เฌวาได้พบมาก่อนหน้านี้  ยายคิมหวั่น ๆ นิดหน่อยว่า "วันนี้ยายคิมได้ให้แบบอย่างกับเฌวาแบบใดบ้าง" ต้องขอบใจเฌวาเด็กฉลาด รูปร่างผอม เล็ก จิ๋ว แต่แข็งแร็ง  ดวงตาเป็นประกายส่อความเฉลียวฉลาดคนนี้  ที่ให้บทเรียนแก่ยายคิมว่า "ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีกับเด็ก" รวมทั้งคอยปกป้องและมอบสิ่งดี ๆ ให้กับเด็กเหมาะสมกับความต้องการ เพราะเด็กคืออนาคตของประเทศชาติ

         เพราะเฌวาตัวเล็กจะมุดจะรอดตรงไหนก็สะดวก  ใต้โต๊ะ ใต้เก้าอี้เฌวามุดได้รวดเร็ว  ขณะที่นั่งรอรถที่บริษัท  เผลอนิดเดียวคิดว่าหัวใครอยู่ใต้ม้านั่ง เป็นว่า "เฌวามุดไปหยิบสีที่หล่นไปอยู่ใต้ม้านั่ง"

         ก่อนจากยอมให้อุ้ม หอมแก้มไปหลายฟอด คุณพ่อพามาส่งยายคิมที่รถ "เฌวาหอมแก้มยายคิม  และยายคิมก็หอมแก้มเฌวาไปหนึ่งข้าง แต่เฌวาทำแก้มป่อง ๆ และชี้ให้ยายคิมหอมอีกข้าง"

         อีกไม่นานก็จะได้พบกับเฌวาอีก  ยายคิมจะไปหาหนังสือสำหรับเฌวาเตรียมไว้  ยายคิมดีใจมากที่เฌวาชอบหนังสือ แม้จะอ่านไม่ได้ก็ให้คุณพ่อ คุณแม่อ่านให้ฟัง และยายคิมยังจำได้ว่าเฌวาชอบอะไรมากที่สุด

        อดเป็นห่วงไม่ได้  "มือขวาอุ้ม มื้อซ้ายลาก ไหล่ซ้ายขวาคล้องเป้" การเดินทางจากพิษณุโลก  กว่าจะถึงกรุงเทพมหานครก็ประมาณตี ๑ ไปแล้ว ตอนนั้นคงจะลำบากเพราะเฌวาคงหลับ และผู้คนก็พลุกพล่าน  ยายคิมส่งกำลังใจมาให้และขอบอกว่า "รักและคิดเฌวาเสมอ" นะคะ