หลังจากบันทึกแรกผ่านไปอย่างยากเย็นแสนเข็ญ  เพราะความไม่กล้ามาแต่ไหนแต่ไร

กลัวว่าจะทำไม่ได้ กลัวว่าจะเขียนไม่ได้ดี กลัวว่าจะไม่มีสาระ กลัวว่าคนจะตำหนิติเตียน

ล้วนเป็นความรู้สึกลึกๆที่กังวลอยู่ในใจ กล้าๆกลัวๆ ไม่แน่ใจว่าการเปิดเผยความในใจเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่

หลังจากชั่งใจอยู่นาน นับแต่วันที่เริ่มตัดสินใจที่แสนยากเย็น ประหม่าเอามากๆ

เมื่อเริ่มต้นจะเขียน ตื่นเต้นมากที่จะนำเรื่องภายในใจของเราไปให้คนอื่นรู้ ไม่ใช่แค่คนคนเดียวหรือเพื่อนๆรู้

แต่คนเข้ามาอ่านเขารู้เขาเห็นเรื่องส่วนตัวและความคิดส่วนตัว

 

แต่แล้วเมื่อผ่านจุดนั้นมาได้ เหมือนถูกปลดปล่อยความกังวลที่แบกรับมานาน โล่งใจที่สุดที่ผ่านการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว

 

 

หลังจากที่เริ่มต้นลงมือเขียนในบรรทัดต่อไป ก็เกิดความคิดขึ้นในใจว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี

อาจารย์เคยบอกว่าให้เขียนเรื่องที่เราเข้าใจดีที่สุด นั่งทบทวนว่าอะไรคือเรื่องที่ตนเองรู้เรื่องดีที่สุด

นึกขึ้นได้ว่าก็เรื่องของตัวเราเองไง ใครจะมารู้เรื่องตัวเองดีกว่าเรา

เรื่องที่ตนเองผูกพันและเป็นตัวตนมาตั้งแต่เกิด เห็นและอยู่มาตั้งแต่จำความได้เรื่องนั้นคือทะเล

ฉันชอบมองทะเลมาตั้งแต่วัยเด็กเล็ก แม่เคยเล่าว่าฉันชอบนั่งเล่นที่หัวเรือหาปลาขนาดเล็กที่พ่อมาจอดเกยฝั่งหลังจากที่ออกหาปลา

บางครั้งก็จอดนานจนน้ำทะเลลด เรือยังอยู่บนผืนทราย ฉันนั่งห้อยขามองทะเล ฉันจะนั่งมองทะเลตั้งแต่เช้าจนสายจนแม่ต้องตามไปทานข้าวเช้า ตอนบ่ายๆเย็นๆจะมานั่งมองทะเล มองฟ้าสีคราม มองคลื่นที่ม้วนตัวเหข้าหาฝั่งสาดไปหมดแรงซบหาดทรายนวล มองพระอาทิตย์ตกดิน บางครั้งเหม่อมองจนฝนตกเปียกปอนไปหมด

ฉันรักทะเลคะ มองทะเลเหมือนจะรอคอยใครบางคนจากทะเล หลายๆคนบอกกับฉัน

รักทะเลก็ต้องมองทะเล มองแล้วมีความสุขคะ คุณว่ามีอะไรอยู่ที่ปลายทะเลจรดเส้นขอบฟ้าไหมคะ