หลังจากแนะนำหนังสือ "สองแขนที่กอดโลก" ของ "วินทร์ เลียววาริณ" ไปแล้ว ผมก็ต้องนั่งอ่านอย่างเอาเป็นเอาตาย อิ อิ (ว่าไปนั่น) แต่ตั้งมาสะดุดอยู่บทหนึ่ง ชื่อ "วันที่ 1 มกราคม" ที่สะดุด เพราะมันเป็นเรื่องราวของผู้อาวุโสที่ใช้ชีวิตทุกลมหายใจอย่างมีคุณค่า ไม่ใช่ว่าไปคิดว่า ตนเองแก่กว่าคนหนุ่มสาวแล้วจะไม่ทำอะไรต่อไป
ผมคิดถึงผู้ที่เกษียณอายุหลาย ๆ ท่านที่ท่านยังคนทำงานอยู่เหมือนปกติ
คิดถึงพ่อที่ยังไม่ยอมหยุดทำงาน ทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่อยากให้หยุดแล้ว อยากให้พักบ้าง
และสุดท้ายกำลังคิดพี่ครูคิม ผู้ตัดสินหยุดการทำงานให้กับหลวงตามหน้าที่ แต่ยังคงทำงานดี ๆ ให้กับสังคม โดยเริ่มต้น "กอดโลก" กันก่อนเลย ;)
อา คงไม่เชื่อ ลองอ่านสิ่งที่คุณวินทร์เล่าให้พวกเราฟังดู ...
วันที่ 1 มกราคม
แทบทุกวันที่ 1 มกราคม ผมมักได้ยินใครหลายคนเอ่ยว่า "นี่ฉันแก่ลงไปอีกปี" ราวกับว่า 1 มกราคมเป็นวันที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถทำให้คนเราแก่ลงไปได้ทันใด
ที่น่าแปลกก็คือ ผู้ที่เอ่ยประโยคนี้มักเป็นคนหนุ่มสาว
ที่แปลกกว่าก็คือ คนที่พ้นวัยหนุ่มสาวมานานจำนวนมากกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น
ผู้หญิงบางคนบอกผมว่า "ผู้ชายมักไม่ค่อยกลัวความแก่ เพราะผู้ชายแก่ไม่เป็นไร ผู้หญิงแก่ไม่น่าดู"
ตรองดูแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นตรรกแบบใด เพราะไม่ว่าชายหรือหญิงก็ไม่อยากแก่ทั้งนั้น
ใครเล่าอยากจะมีรอยตีนกาเต็มหน้า ผิวย่น แรงน้อยลง ลงพุง สายตายาว ผมสีเทา ขี้ลืม จำชื่อคนผิด ๆ ถูก ๆ ?
หรือที่แย่กว่านั้นก็คือ ยังไม่ทันมีรอยตีนกาเต็มหน้า ผิวย่น ฯลฯ ก็รู้สึกแก่แล้ว
บางทีความแก่เกิดขึ้นที่ใจของเราก่อนในร่างกาย
และบางทีมนุษย์มีทางเลือกสองทาง จะแก่ทางกายอย่างเดียว หรือจะแก่ทั้งกายทั้งใจ
อิเหม่ย เป็นครูชาวจีนคนหนึ่ง บ้านของเธออยู่ที่เซี่ยงไฮ้ เธอตั้งบล็อกสอนภาษาญี่ปุ่นฟรีแก่เด็กหนุ่มสาว อิเหม่ยมีลูกเล่นการสอนมากมาย บล็อกของเธอจึงมีคนมาเยือนมาก
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้หญิงจีนคนหนึ่งตั้งบล็อกสอนภาษาญี่ปุ่น ที่แปลกอาจเป็นเพราะเธออายุแปดสิบกว่าแล้ว
อิเหม่ยบอกว่าเธอชอบสอนคนหนุ่มสาวมากกว่าคนแก่ มันทำให้เธอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกคนหนุ่มสาว
"เมื่อฉันอยู่กับคนแก่ ฉันมักรู้สึกถึงช่องว่าระหว่างวัยอย่างใหญ่หลวง เพราะพวกเขามักมีทัศนคติแบบเก่าในการมองสิ่งต่าง ๆ และดูเหมือนจะหมดแรงกระตุ้นความปรารถนาในชีวิตไปแล้ว..."
อิเหม่ยบอกว่า "ใครบอกว่าคนแก่จะต้องอยู่กับบ้านและนั่งเฉย ๆ ? ฉันมักมีความอยากทำโน่นทำนี่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัยรุ่นที่ยังมีความใฝ่ฝัน และพลังงานที่ฉันสามารถร่วมด้วย... ฉันมีชีวิตที่ยุ่งและมีความสุข ฉันรู้สึกว่าฉันเต็มไปด้วยพลัง"
อิเหม่ยมิใช่คนวัยเกินแปดสิบคนเดียว ซึ่งไม่ยอมหยุดทำงานและรอความตาย ผมเคยอ่านพบเรื่องราวของผู้หญิงแก่หลายคนเริ่มเรียนเปียโนเมื่อายุแปดสิบ คุณปู่คุณตาคุณย่าคุณยายบางคจเพิ่งมาหัดเล่นกอล์ฟและเต้นรำบอลรูม บางคนเริ่มเขียนหนังสือ บางคนเพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัย
คนเหล่านี้ไม่เชื่อว่า เมื่ออายุหกสิบก็จงเกษียณ อยู่บ้านเลี้ยงหลาน เข้าวัดเข้าวา และเตรียมตัวตาย
คนเหล่านี้เชื่อว่าชีวิตมีค่าเกินกว่าที่จะผ่านไปวัน ๆ
หลายคนยุ่งเสียจนเลือกที่จะนอนน้อยลง เพราะรู้สึกว่ายังมีเวลานอนอีกมากหลังจากหมดลมไปแล้ว
ชีวิตที่ดีไม่ใช่อยู่ที่ระยะเวลาที่ยาวกว่า มิได้อยู่ที่ปริมาณเงินตราที่มากกว่า แต่อยู่ที่คุณภาพ
มองโลกในแง่ดีจะพบว่าตัวเลขวัยที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่คำสาปแช่ง หากแต่เป็นคำอวยพร ทำให้ฉลาดขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น
แต่ความจริงก็คือไม่ใช่ทุกคนฉลาดขึ้นเมื่อวัยสูงขึ้น คนที่แก่อย่างมีคุณภาพคือคนที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง เป็นพวกชอบ "หาเรื่อง" คือ มีกิจกรรมให้ทำตลอดเวลา ไม่ยอม "แก่เพราะกินข้าว"
ส่วนการแก่ทั้งกายทั้งใจมิได้เกิดขึ้นเฉพาะคนแก่จริง ๆ เท่านั้น คนหนุ่มสาวจำนวนมากก็ใช้ชีวิตแต่ละวันราวกับเป็นไม้ใกล้ฝั่ง เงื่องหงอยอ่อนแรง และที่แย่ที่สุดคือ คิดว่าตัวเองไร้ประโยชน์
ใช่! ชีวิตคือความเปลี่ยนแปลง คือการลอกคราบ จากวัยเด็กสู่วัยรุ่น สู่ผู้ใหญ่ สู่คนแก่ และจบที่ความตาย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอีกครั้งหนึ่ง
ทัศนคติต่อความชรามีสองอย่าง หากเลือกที่จะมองแต่อดีต ก็เหมือนวิ่งไล่เงาตัวเอง โหยหาแต่สิ่งสวยงามในอดีตโดยปิดกั้นสิ่งใหม่ เป็นคนแก่ที่ชอบจมตัวเองอยู่กับอดีต
หากเลือกมองอนาคต ก็เช่นการเดินเข้าหาแสงสว่าง ทิ้งเงาของตนไว้ข้างหลัง ทุกวันคือความใหม่ ชีวิตที่เหลือคือโบนัส
จะเปลี่ยนจากดักแด้เป็นผีเสื้อ หรือจะเปลี่ยนจากผีเสื้อเป็นดักแด้ก็อยู่ที่ทัศนคติของเรา
แก่ก็เป็นอิสระได้
แก่ก็ "ยังก์ แอท ฮาร์ต" ได้
เมื่อนั้นวันที่ 1 มกราคมก็ไม่มีความหมายที่น่ากลัว ตรงกันข้ามกลับทำให้เราสดชื่น อยากทำเรื่องที่ยังไม่ได้ทำ
ทุกวันที่ 1 มกราคน คนที่ไม่รู้สึกแก่บอกว่า "ฉันได้กำไรชีวิตมาอีกตั้งปีหนึ่ง ชีวิตที่เหลือคือโบนัส ต้องใช้ให้สะใจไปเลย!"
เป็นไงครับ พอจะคิดถึงพี่ครูคิมบ้างหรือยัง
อ่านปุ๊บ คิดถึงปั๊บ
ดังนั้น พี่ครูคิมครับ ตอนนี้ยังไม่ถึงหกสิบนี่นา
ถึงจะเป็นยายคิม ไม่มีอาชีพ อะไรหลาย ๆ อย่างที่เขียนถึง
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พี่ครูคิมไม่มีประโยชน์ต่อโลกและสังคมนี่นา
ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่พี่ครูคิมอยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำ มิใช่หรือครับ
งั้นลงมือเลยไม๊ !
ต้องสู้ ต้องสู้เพื่อชัยชนะ (เพลงของเจิน เจิน แว่วมาครับ)
บุญรักษา ครับ ;)
หนังสือดี ๆ

วินทร์ เลียววาริณ. สองแขนที่กอดโลก. กรุงเทพฯ: 113, 2553.
แหม บทแรกเรื่องวัย ให้คิดถึง พี่ยายคิม เชียวนะ อ. เสือ เห็นด้วยๆ ค่ะ young at heart
แบบเล่นบันทึกกัน วันละเรื่องเลย กลับมาคึกคัก เหมือนแต่ก่อนแล้ว คิดถึงความหลัง เมื่อหลายปีก่อนโน้นจัง แม้ว่า มิ่งมิตร กัลยาณมิตร จะร้างลา ห่างหายไปบ้าง ฝันดีค่ะ ;)
Good Night ครับ คุณ poo ;)... ไล่ไปนอนกันเลย อิ อิ
ใจกำหนดทั้งนั้นนะครับ เพียงแค่ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่เกิดมาก็พอ
เขียนบันทึกเท่าที่หาเวลาได้น่ะครับ คุณ poo ... ระยะห่างมันกว้างเกินไปใช่ป่ะ
ขอบคุณนะครับ ;)
ฮ่า ฮ่า เพิ่งรู้ว่าพี่คิมแก่
อาจารย์ครับ
พี่คิมนี่เป็นข้อยกเว้นของทุกทฤษฎีครับ ฮิ ฮิ...
สวัสดีค่ะ...
อ่านแล้ว...ตรงกับพี่ครูคิมเป๊ะเลยค่ะ...
พี่คิมยังไม่แก่เลยนะคะ...ยังทำประโยชน์ได้อีกมาก...ชนิดที่สาวๆยังอาย 555
เป็นกำลังใจให้พี่คิมค่ะ...จะพยายามทำให้ได้อย่างพี่คิม....คุณครูต้นแบบ...^_^
สวัสดีค่ะ
"ตัวเลขวัยที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่คำสาปแช่ง หากแต่เป็นคำอวยพร ทำให้ฉลาดขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น"
ชอบจังค่ะ..ประสบการณ์ต่างๆมีส่วนทำให้เราคิดบวก..
อ่านแล้วนึกถึง เพื่อนรุ่นน้องที่เรียนกฏหมาย ม.ราม อายุอานาม ๗๐ แต่ขยันหลายๆ เจ้า เด็กๆ ในรุ่นต้องฟิตตามกันเชียว ชอบๆ ;)
แล้วก็ยิ่งราย สาวใสขายน้ำปั่น ร้านเจ้าประจำ บางวันหยุด ถามเธอจึงรู้ว่า ไปสอบ เธอลงเรียน ภาษาจีน ค่า ว้าว สาวน้อยวัยเลข ๖
ปล. อิ อิ ระยะห่าง กว้างเกินไปจริงๆด้วย ทั้ง วัน เวลา เอ รึวัย ด้วยนะว่าไปจริงๆ ใครๆ อ่านบันทึกอ. ก็คิดว่าถึงวัยเกษียณ ทั้งน้าน ..
เอ...วินทร์าเขียนเสียผมอยากแก่ขึ้นมาตะหงิดๆ (เขียนยังกับว่ายังไม่แก่) อิอิ ก็อยากจะแก่อย่างที่ว่ามานี่แหละครับ แต่น่าเศร้าหน่อย ตรงที่ว่าทำวิจัยทางสายตามาหลายแก่ หลายรายถูกความเจ็บไข้และกำลังใจกัดกร่อนจนโรยร่วง รอวันหลุดจากขั้ว
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณบันทึกดีๆนะคะและชอบมากเลยค่ะที่ว่า
สวัสดีค่ะ
พี่คิมไปตามมาให้อ่านบันทึกนี้ค่ะ
ไม่ผิดหวังเลย....ตอนอ่านหนังสือเล่มนี้ (เป็นแฟนหนังสือของคุณวินทร์ค่ะ) ก็คิดถึงหลายคน รวมทั้งตัวเองด้วย...ฮา ๆ ...แต่ไม่ได้คิดถึงพี่คิมเลย เพราะรู้สึุกเหมือนพี่คิมยังทำงานเต็มที่ ไม่เหมือนคนเกษียณอายุสักนิดเดียว
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
ท่าน หนานเกียรติ แวะมาบอกว่า "พี่ครูคิมไม่แก่"
555 ... ขอบคุณครับ ;)
น้องคุณครู เทียนน้อย ... จะดำเนินตามความดีของพี่ครูคิมที่กำลังลงมือกระทำอยู่ครับ ;)
ขอบคุณครับ ;)
และแล้วผู้ที่ผมกำลังคิดถึงก็เข้ามาเยี่ยมบันทึก พี่ครูคิม ยายคิม นั่นเอง ;)
พี่ครูคิมเขียนคำว่า "แก่" ไปทั้งหมด 11 คำ ครับ (ผมนั่งนับอยู่ อิ อิ)
ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะครับ ... มีอะไรที่กอดโลกกันอีกตั้งเยอะ
ขอบคุณเช่นกันนะครับที่คุณครู Kanchana เข้ามาอ่าน
ดีจริง ๆ ด้วยครับ ;)
ขอบคุณมากครับ คุณระพี ... คิดบวกและคิดลบมีประโยชน์ตามสถานการณ์ที่เหมาะสมครับ ;)
"ไม่มีใครแก่เกินเรียน" ใช่ไหมครับ คุณ poo ;)
หลายครั้งที่มนุษย์เราชอบเดินตามประเพณีปฎิบัติบางอย่าง
แล้วทำให้ชีวิตของเรากลายเป็นรอความตายไปเสียนี่
ชีวิตเลยดูไม่มีค่าในช่วงอายุมาก ๆ ;)
ชอบคำว่า "วิจัยทางสายตา" ของท่านอาจารย์ โสภณ เปียสนิท ครับ อิ อิ
อาจารย์ยังไม่แก่แน่ ๆ ผมว่า ;)
แบบนี้ต้องนำไปใช้ ใช่ไหมครับ คุณ มาตายี ;)
ขอบคุณมากครับ
คุณ คนไม่มีราก คิดถึงตัวเองหรือครับ ;)
งั้นต้องให้เป็นเพื่อนพี่ครูคิมแล้วล่ะครับ ทำงานเพื่อสังคมและโลกนี้กัน
ขอบคุณครับ ;)