กิจกรรมเพลงอีแซวที่มีความสามารถสูงก็อาจที่จะผลักดันวงเพลงไปถึงขั้นสร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษาได้

ปัญหาและวิธีการแก้ไข

การจัดกิจกรรม

เพลงอีแซวในโรงเรียน

ตอนที่ 3 การประชาสัมพันธ์ทีมงานให้เป็นที่รู้จัก

โดย นายชำเลือง มณีวงษ์

ต้นแบบกิจกรรมนันทนาการเพลงอีแซว ประเทศไทย รุ่นที่ 1

           ด้วยข้อจำกัด ดังที่ได้กล่าวมา เราไม่สามารถที่จะเลือกเด็กจากทั้งโรงเรียน ประมาณ 2,000 คน มาเข้าอยู่ในวงเพลงหรือเข้ามาอยู่ในกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซว จำนวน 15-20 คนได้ และครูก็ไม่สามารถที่จะเลือกเด็กเก่ง ๆ เด็กที่มีเสียงไพเราะ รำสวย กล้าแสดงออกมาร่วมงานได้ครบวงเพลง จึงจำเป็นที่จะต้องรับนักเรียนที่สมัครใจจะมาอยู่ในกิจกรรม/ชุมนุม และรับนักเรียนที่พอจะให้ความช่วยเหลือครูในบางสิ่งบางอย่างได้ เข้ามาอยู่ในวงเพลงอีแซวเพื่อให้มีสมาชิกทำหน้าท่าได้ครบทั้ง 3 กลุ่ม คือ ผู้ร้องนำ  ผู้แสดงประกอบ และผู้ที่จะทำหน้าที่ให้จังหวะซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นจากไม่มีไม่เป็นอะไรเลยเข้ามาสู่กระบวนการพัฒนานั่นเอง

           การจัดกิจกรรมเพลงอีแซวในโรงเรียนโดยทั่วไป ผมมองว่าครูแต่ละคนต่างก็มีเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในใจหรือเป็นข้อตกลงที่แน่นอนว่า โรงเรียนจะต้องมีวงเพลงเพื่อแสดงถึงการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างจริงจัง ถ้าทีมงานกิจกรรมเพลงอีแซวมีความสามารถสูงก็อาจที่จะผลักดันวงเพลงไปถึงขั้นสร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษาได้สิ่งหนึ่งที่จะทำให้วงเพลงอีแซวหรือวงเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป เรียกว่า การประชาสัมพันธ์ทีมงานให้เป็นที่รู้จัก ทำได้หลายวิธีการ ได้แก่

  1. จัดสถานที่ฝึกซ้อมเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 วันหรือมากกว่านั้น
  2. จัดกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซวในวันสำคัญของโรงเรียน
  3. นำวงเพลงอีแซวไปร่วมกิจกรรมกับวัดที่อยู่ใกล้โรงเรียน
  4. นำวงเพลงไปออกอากาศทางสถานีวิทยุในชุมชน
  5. นำวงเพลงอีแซวไปร่วมกิจกรรมวันสำคัญของชุมชน เทศบาล, อบต.
  6. จัดทำเอกสารแจกจ่ายในชุมชนเพื่อเป็นการประกาศตัว
  7. ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสารมวลชนแขนงต่าง ๆ ที่กว้างขวางมากขึ้น
  8. ร่วมกิจกรรมประกวดแข่งขันเพลงพื้นบ้านในระดับท้องถิ่นจนถึงในระดับที่สูงขึ้น

          ยังมีช่องทางในการเผยแพร่ชื่อเสียงช่องทางอื่น ๆ อีกมาก สุดแล้วแต่ว่า จะเลือกประชาสัมพันธ์ทีมงานด้วยวิธีใดที่จะทำให้ผลงานการแสดงเพลงพื้นบ้าน เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น การประชาสัมพันธ์ทีมงานการแสดง เป็นการกระจายชื่อเสียงให้ผู้ชมได้รู้จักและได้สัมผัสในความสามารถของผู้แสดงและทีมงาน โดยเริ่มต้นจากสถานศึกษาของเราแล้วค่อย ๆ ขยายออกไปยังนอกสถานศึกษาต่อไป ผมขอนำเอาประสบการณ์ในการสร้างทีมงานบางแนวทางมากล่าวดัง ต่อไปนี้

          

          

          

          

          

1. จัดสถานที่ฝึกซ้อมเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 วัน หรือมากกว่านั้น

           การฝึกซ้อมในสถานศึกษาหรือโรงเรียนจะต้องทำหลังจากการเรียนในตารางเสร็จแล้ว เช่น อาจจัดการฝึกซ้อมในช่วงเวลาตอนเย็น หลังจากเลิกเรียนแล้ว เสียงที่ดังออกไปยังเพื่อนนักเรียนเป็นช่องทางหนึ่งที่จะขยายกว้างออกไปยังภายนอกโรงเรียน ได้แก่ หมู่บ้าน หรือชุมชนที่มีนักเรียนจากแหล่งนั้น ๆ มาเรียนอยู่ที่โรงเรียน เมื่อเขาได้ยินได้ฟังเพลงอีแซวหลาย ๆ ครั้งก็อาจจะนำเอาสิ่งที่ได้เห็นได้ยินไปบอกบุคคลในหมู่บ้านให้ได้รับทราบว่าที่โรงเรียนมีเพลงอีแซวฝึกซ่อมกันอยู่ทุกวัน เป็นต้น

2. จัดกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซวในวันสำคัญของโรงเรียน

           การร่วมกิจกรรมการแสดงบนเวทีของโรงเรียน ในวันสำคัญเป็นช่องทางหนึ่งที่จะประกาศให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เห็นผลงานการแสดงของวงเพลงอีแซวเต็มรูปแบบ ถึงแม้ว่าเวลาที่ได้รับการแบ่งปันมาให้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม อาจได้เวลาแสดงเพียง 7-10 นาทีก็ยังเป็นโอกาสที่จะทำให้นักแสดงได้มีเวทีแสดงความสามารถและยังได้ปรากฏต่อสายตาของประชาชนภายนอกด้วยยิ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ได้มีโอกาสประกาศชื่อเสียงในอีกระดับหนึ่ง ซึ่งวงเพลงของผมเมื่อตอนที่ตั้งวงใหม่ก็ได้อาศัยเวลาบนเวทีงานฉลองครบรอบ 25 ปี ของโรงเรียน จัดการแสดงเพลงอีแซวขึ้นไปแสดงจนเป็นที่รู้จักของศิษย์เก่ารุ่นพี่เป็นจำนวนมาก    

3. นำวงเพลงอีแซวไปร่วมกิจกรรมกับวัดที่อยู่ใกล้โรงเรียน

           สถานที่ตรงนี้ จะต้องหาโอกาสประสานงานกับท่านเจ้าภาพ หรือคณะกรรมการของทางวัดที่อยู่ใกล้โรงเรียน การที่วงเพลงอีแซวของเรามีโอกาสได้ไปทำการแสดงที่วัดใดวัดหนึ่ง ยิ่งเป็นงานสำคัญของทางวัดด้วยแล้ว เช่น งานทอดกฐิน งานสงกรานต์ งานลอยกระทง ฯลฯ งานเหล่านี้จะมีประชาชนมาจากสถานที่ไกล ๆ  การที่มีผู้ที่มาจากต่างท้องถิ่นมาได้ชมการแสดงเพลงพื้นบ้าน หากการแสดงมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก็เท่ากับว่า เราได้เสนอผลงานที่ดีไปยังประชาชนในท้องถิ่นอื่น ๆ ได้มาชมและนำเอาความรู้สึกที่ได้รับไปกล่าวถึงกันต่อไป ผมเคยได้นำคณะนักแสดงเพลงอีแซวไปร่วมงานที่วัดหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นงาน ลอยกระทง  งานทอดกฐิน  งานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  งานแก้บน  งานประจำปี ฯลฯ

4. นำวงเพลงไปออกอากาศทางสถานีวิทยุในชุมชน

           ปัจจุบันนี้ สถานีวิทยุชุมชนมีอยู่เป็นจำนวนมาก และประชาชนก็รับฟังกันมากเพราะในยุคนี้ สถานีวิทยุทุกแห่งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการออกอากาศโดยการโฟนเข้าไปพูดคุย ขอเพลงและส่งข่าวสารได้ตลอดรายการ ผมเคยจัดส่งซีดีเสียงร้องและเรื่องราวของวงเพลงอีแซวสายเลือดสุพรรณฯไปให้กับผู้จัดรายการวิทยุชุมชนในเขตอำเภอดอนเจดีย์ช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของวงเพลงให้ก็นับว่าได้ผล ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับรู้ชื่อเสียงและผลงานความเคลื่อนไหวของวงเพลงได้อย่างทันเหตุการณ์

5. นำวงเพลงอีแซวไปร่วมกิจกรรมวันสำคัญของชุมชน เทศบาล, อบต.

           โดยส่วนใหญ่แล้วคณะกรรมการของเทศบาล และคณะกรรมการ อบต. มักจะจัดกิจกรรมในโอกาสสำคัญ ๆ ของแต่ละปีอย่างสม่ำเสมอ เช่น งานสงกรานต์, งานลอยกระทง, งานปีใหม่ และจะมีการสรรหาชุดการแสดงขึ้นไปนำเสนอผลงานบนเวทีคืนหนึ่งบางทีมีถึง 10 ชุดการแสดง แต่จะเป็นช่วงเวลาสั่น ๆ ประมาณ 10-15 นาที แต่ว่างานอย่างนี้ประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ผลงานของเราก็จะได้เข้าถึงประชนในหลาย ๆ ท้องที่อีกด้วย

6. จัดทำเอกสารแจกจ่ายในชุมชนเพื่อเป็นการประกาศตัว

           ช่องทางการทำเอกสารส่งถึงบุคคลที่มาเยือนโรงเรียนหรือส่งถึงท่านผู้ปกครอง ในวันที่ท่านมาร่วมประชุม หากเป็นเอกสารแผ่นเดียวอาจถูกทอดทิ้งหรือไม่ได้อ่านเลยก็เป็นได้ การส่งข่าวสารควรจะเป็นไปในรู้แบบของวารสารที่มีหลาย ๆ เรื่องราว โดยมีข่าวคราวและความเคลื่อนไหววงเพลงอีแซวสายเลือดสุพรรณฯแทรกเข้าไปด้วยจะดีกว่าแจกแผ่นพับหรือใบปลิว

7. ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสารมวลชนแขนงต่าง ๆ ที่กว้างขวางมากขึ้น

           ถึงช่วงเวลาหนึ่งเมื่อวงเพลงอีแซวของเราได้มรโอกาสไปทำการแสดงหลาย ๆ สถานที่หลายครั้งมากยิ่งขึ้นก็จะมีสื่อสารมวลชน ได้แก่ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ รายการโทรทัศน์ติดต่อมาขอบันทึกเรื่องราววงเพลงอีแซวของเราไปนำเสนอต่อประชาชน เดี๋ยวนี้รายการโทรทัศน์เมื่อออกอากาศผ่านไปแล้วเรายังสามารถที่จะติดตามชมย้อนหลังได้อีก เป็นการประชาสัมพันธ์ทีมงานให้เป็นที่รู้จักได้นานเป็นเดือนเป็นปีก็ยังได้

8. ร่วมกิจกรรมประกวดแข่งขันเพลงพื้นบ้านในระดับท้องถิ่นจนถึงในระดับที่สูงขึ้น

          การเข้าร่วมกิจกรรมประกวด แข่งขันเพลงอีแซว มีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีก็คือเด็ก ๆ นักแสดงได้มีสถานที่แสดงความสามารถและยังได้รับรางวัลอีกด้วย ส่วนผลเสียหรือสิ่งไม่ดีตามมาก็คือ ถ้าเวทีใดทีมงานของเราไม่ได้รับชันชนะ ชื่อเสียงก็ไม่ได้รับกลับเงียบหายไป ดังนั้นในการเข้าร่วมประกวดแข่งขันจะต้องประเมินค่าของทีมงานให้เหมาะสมกับกิจกรรมนั้น ๆ ด้วย มิเช่นนั้นแทนที่จะได้ประชาสัมพันธ์ทีมงานกลับกลายเป็นตรงข้ามไป

ติดตาม ตอนที่ 4 ปัญหาในทีมงานวงพื้นบ้านในโรงเรียน