เวลานอน และความพอเพียง

Mr. Tanu Polbhun
  คนน่านที่ไปพบมีเวลานอนแปลก ๆ เปลี่ยนไป ดูเหมือนเขาคงเห็นว่าปกติ / ความพอเพียง ดูท่าว่าจะไปถึงจะหมายปลายทางยากอยู่  

                      เมื่อราว 9 น.เศษเมื่อวานนี้ ( 21 ก.ค.2549 ) ก่อนถึง อ.เมืองน่าน แวะบ้านพี่อัครินทร์ฯ  ทักทาย  ท่านบอกว่าเพิ่งนอนตอนตี 5  เราขอโทษ  ไม่ตั้งใจเวลาพักผ่อน ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีทักทายกันดี  ที่ไม่นอนท่านอ่านหนังสือ  ทำงาน ใช้อินเตอร์เน็ตด้วย

                       เมื่อราว 10 น.เศษวันนี้ ( 22 ก.ค.2549 ) พบพี่ขวัญบอกว่า ที่มาร่วมประชุมสายไปหน่อย เพราะตื่นสาย เนื่องจากเมื่อคืนนี้นอนตอนตี 3 ไม่ได้พักผ่อนดี ขอโทษผู้เกี่ยวข้องที่มาร่วมประชุมสายไปหน่อย ไม่มีใครว่าเพราะเข้าใจว่าผู้พูดนอนตอนใกล้รุ่งเช้าวันนี้

                       และเมื่อราว 15 น.เศษวันนี้ไปพบหลานสไปรท์ที่บ้านเห็นหลานฯ นอนอยู่  ครู่หนึ่งมีเพื่อนรุ่นพี่มาปลุกเพื่อไปเล่นกีฬา  เราเลยสอบถามหลานว่า  เมื่อคืนนอนกี่โมง  หลานฯ ตอบว่า นอนตอนตี 4 ครับ เลยถือโอกาสถามว่าทำอะไรอยู่หรือ?  เขาตอบว่า ดูทีวีและดูหนังสือ

                       คนน่านร่วม 5 แสน แม้ว่าเราจะไม่ได้รู้จักไปเสียทุกคน ที่เขียนมาเพื่อ  เป็นข้อสังเกตที่พบว่า  คนน่านที่ไปพบมีเวลานอนแปลก ๆ เปลี่ยนไป ดูเหมือนเขาคงเห็นว่าปกติ การดำรงชีวิต  ดูท่าว่าจะเป็นไปตาม ทีวี ไปตามคอมพิวเตอร์  เพราะทั้งทีวีและอินเตอร์เน็ตในคอมฯ  ทำให้เรานอนดึกได้ เวลาของสมาชิกสังคมดูท่าว่าจะไม่ตรงกันเสียแล้ว  ที่เราเรียกหากันบอกว่า  จะประหยัด ๆ ๆ  ดูท่าจะยาก  เคยได้ฟังเรื่องเคอร์ฟิว  ไฟฟ้า  การส่งสัญญาณทีวี  เป็นไปไม่ได้แล้วในยุคนี้  และดูว่าความพอเพียง  ดูท่าว่าจะไปถึงจะหมายปลายทางยากอยู่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รู้จักน่านและชาวน่าน

คำสำคัญ (Tags)#ความพอเพียง#เวลานอน

หมายเลขบันทึก: 40314, เขียน: 22 Jul 2006 @ 19:57, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 15:25, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (8)

k-jira
เขียนเมื่อ 22 Jul 2006 @ 21:11

 

เห็นด้วยค่ะว่า งานกับ อินเตอร์เนต ทำให้เวลาในร่างกายเปลี่ยนไปจริงๆ

มีอยู่ช่วงหนึ่ง..ต้องนั่งทำงานหน้าคอม เข้านอนเช้า ( หมายถึงฟ้าสว่างจึงเข้านอน) อยู่หลายวัน จน setting time ในตัวเองเปลี่ยนไป  เที่ยงคืนก็รู้สึกเหมือนยังหัวค่ำ ต้องปรับตัวอยู่นานกว่าจะขยับเวลาในร่างให้เลื่อนขึ้น  จนหัวค่ำมาอยู่ที่สองสามทุ่มได้แล้วล่ะ  ^^

 สำหรับเรื่องการนอน คิดว่า ระยะเวลาไม่มีผลต่อคำว่า "พอเพียง"  ความพอเพียงของการนอน อยู่ที่นอนแล้วหลับสนิท หลับสบาย ตื่นขึ้นมาอย่างกระปรี้กระเปร่าสดชื่นมากกว่า  แม้บางครั้ง นอนแค่ 2-3 ชม. ก็รู้สึกอิ่มแล้ว

ในบางครั้งที่จิตใจเราตึงเครียด จนหลับไม่อิ่ม แม้ว่าจะนอนยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ยังไม่พอ..เคยมาแล้วค่ะ  ^_^

 

Mr. Tanu Polbhun
เขียนเมื่อ 23 Jul 2006 @ 10:13

ที่เสนอมา เพราะเห็นว่า เวลาคนเรายุคนี้ไม่ตรงกัน และหากไม่รู้จักพักผ่อน  หมายถึง หลับสนิท จะเครียดและจะทำให้บรรยากาศในสังคมไม่ดี

เห็นจริงตามอาจารย์ค่ะ

เดี๋ยวนี้นัดหมายใครวันหยุด เริ่มเกรงใจ บางทีสิบโมง บางคนบอกว่ายังไม่ตื่นเพราะเมื่อคืนดูทีวีรายการ "ดีๆ"

บางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนแปลกหน้าของสังคมไปด้วยซ้ำค่ะ เมื่อเข้าวงสนทนาแล้วไม่ได้ดูรายการ "ดีๆ" ที่เริ่มออกรายการห้าทุ่มหรือเที่ยงคืน

ต่อไปอาจต้องตั้งชมรม "คนตื่นเช้า นอนหัวค่ำ" เพื่อหากลุ่มเดียวกันบ้างค่ะ

อ่านแล้ว หันมามองตัวเองทันทีครับ เมื่ออินเทอร์เนตมาแย่งเวลาบางส่วนไปจากชีวิต ทำให้เวลาพักผ่อนและเวลาที่มีให้ักับคนรอบข้างลดลง ผใคงต้องปรับปรุงตัวเองใหม่แล้วครับ

 

ขอบคุณครับสำหรับประเด็นในบันทึกนี้ 

ฅนหลังเขา
IP: xxx.24.224.33
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 16:09

ปัญหานี้อยู่ที่ฅนครับ การจัดสรรเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อก่อนเคยมีปัญหาเรื่องตื่นสาย ทำงานตอนกลางคืน แต่ปัจจุบันต้องเปลี่ยนไปเพราะฅนอื่นๆเขาทำงานกันตอนกลางวัน 

วินัยต่อตัวเอง การรู้จักตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ อย่าไปโทษอย่างอื่นเลยครับ เมื่อก่อนนอนดึกเหตุผลเพราะ อินเตอร์เนตกลางคืนมันเร็วกว่ากลางวัน แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว

นายบอน!-กาฬสินธุ์ บอกว่า เมื่ออินเทอร์เนตมาแย่งเวลาบางส่วนไปจากชีวิต ผมขอแสดงความเห็นว่า เราต่างหากที่แย่งเวลาไปจากฅนอื่นเพื่อ ใช้ internet

Chownan04
IP: xxx.114.124.230
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 21:21

              @น่าคิด@

ฅนหลังเขา
IP: xxx.120.95.7
เขียนเมื่อ 01 Feb 2007 @ 22:12

ต้องขออภัยครับ เมื่อผมกลับมาอ่านข้อคิดเห็นของผม คิดว่า ข้อคิดเห็นอาจจะแรงไปหน่อย คงไม่ว่ากันครับ

Chownan04
IP: xxx.188.10.221
เขียนเมื่อ 02 Feb 2007 @ 06:56
               @ธรรมดาของการสื่อสาร หากอยากทราบความจริง ก็โปรดอย่าได้ถือสา เพราะไม่เข้าขั้นหมิ่นประมาทครับ ฅนหลังเขา เชื่อมั่นว่าเราเข้าใจกัน ให้อภัยกันได้ @