ทำมา 6-7 ฉบับแล้ว เก็บประสบการณ์มาได้พอสมควร ก็เลยอยากบันทึกไว้ และทะยอยเล่าสู่กันฟัง

“สายใยพยา-ธิ”  วารสารของภาควิชาพยาธิวิทยา เปิดตัวฉบับแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว โดยตนเองนั่งในตำแหน่งบรรณาธิการ  จนถึงฉบับล่าสุด คือฉบับประจำเดือนมิถุนายน (เป็นฉบับที่ 7)  มีการเปลี่ยนแปลง โดยให้ทีม บก. ผลัดกันมานั่งในตำแหน่ง บก.ประจำฉบับ ซึ่งคุณสุคนธ์ ก็รับอาสา มาเป็น บก.ประจำฉบับคนแรก  ส่วนตนเองก็ขยับขึ้นไปเป็นที่ปรึกษา  ฉบับล่าสุด ซึ่งมีการแจกให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของ ก็มีเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ดังที่คุณศิริ และ คุณ nidnoi  ได้บันทึกไว้

ทำมา 6-7 ฉบับแล้ว เก็บประสบการณ์มาได้พอสมควร ก็เลยอยากบันทึกไว้ และทะยอยเล่าสู่กันฟัง

ส่วนสำคัญที่ทำให้วารสารออกได้ คือ ต้องมีเรื่องลง   เป็นหน้าที่ของ บก. ที่จะมองหาเรื่องลงวารสาร   ส่วนหนึ่งเป็นคอลัมน์ประจำที่วางไว้ตั้งแต่แรกและมีผู้เขียนประจำ ส่วนนี้ บก.ก็เหนื่อยน้อยหน่อย  เพียงแค่ติดตามต้นฉบับเมื่อถึงเวลา  อีกส่วนหนึ่ง เป็นคอลัมน์จร แล้วแต่โอกาส  ส่วนนี้ บก.ต้องออกแรง  เรื่องราวในคอลัมน์ไม่ประจำเหล่านี้  มาจากการ….

มองหาเรื่อง จากกิจกรรมของภาคฯ ในช่วงเวลานั้น  ออกแบบแนวของเรื่องคร่าวๆ  ว่าอยากได้เนื้อหาแนวไหน  แล้วก็หาคนเขียน  เช่น ช่วงที่มีกิจกรรม sport day ก็คิดว่า น่าจะมี คอลัมน์แซวภาพ  มีคอลัมน์บอกเล่าความก้าวหน้า  เป็นต้น  โดยเฉพาะ หากเป็นกิจกรรมใหญ่ มีระยะเวลาของกิจกรรมระยะหนึ่ง ก็จะพยายามให้มีเรื่องราวลงในวารสารอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์กิจกรรม รวมทั้งเรื่องราวต่อเนื่อง อันเกิดจากกิจกรรมดังกล่าว

มองหาเรื่อง จากการไปประชุม อบรม ของบุคลากรในภาค  ตรงนี้ เป็นข้อได้เปรียบของตนเอง เนื่องจากเป็นหัวหน้าภาควิชา ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวของคนในภาค  เมื่อพบเจอจากหนังสือที่ขออนุมัติเดินทางไปประชุม ก็จะ note ไว้ เพื่อติดต่อขอเรื่องมาลงวารสาร

มองหา เรื่องเล่าคนทำจริง เพื่อถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำสิ่งดีๆ ของบุคคล หรือหน่วยงาน   เช่น เมื่อมีการนำเสนอผลงาน ส.6 สร้างสรรค์ของคณะฯ  ก็ขอให้คนที่ไปนำเสนอเขียนเล่าประสบการณ์ในการนำเสนอ  หรือ เมื่อ 2 เดือนก่อน มีผลการประเมิน 5 ส. ส่งมาที่ภาค และมีคำชมว่า 5 ส. ของหน่วยจุลชีวฯ ทำได้ดี  จึงได้ติดต่อให้คนหน่วยจุลฯ เขียนเล่าเรื่องการทำ 5 ส. เป็นต้น

ส่วนรูปแบบการเขียนเรื่องราวเหล่านี้  ก็บอกคนเขียนว่า เขียนเป็นแบบเล่าเรื่อง สบายๆ  บางเรื่อง ก็ใช้วิธีสัมภาษณ์

แล้วเราก็ได้ เรื่องราวดี ๆ ที่อ่านได้อย่างสนุกสนาน และมีสาระ  ด้วยประกา..ระ..ฉะนี้