ถอดบทเรียนติดตามการทำงานเภสัชกรปฐมภูมิโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ถอดบทเรียนติดตามการทำงานเภสัชกรปฐมภูมิ เภสัชกรศุภรักษ์ ศุภเอม
โรงพยาบาลอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น
โรงพยาบาลอุบลรัตน์ เป็นโรงพยาบาลชุมชนติดเขื่อนอุบลรัตน์ ห่างจากตัวอำเภอเมืองขอนแก่น 50 กิโลเมตร ตลอดระยะทางจากตัวอำเภอเมืองมาโรงพยาบาลนั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติของนาข้าว มีวัวควายเต็มท้องทุ่ง ที่เด่นสะดุดตาคือโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าชขับเคลื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า กล่าวได้ว่าเขื่อนอุบลรัตน์เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าชื่อดัง อีกแห่งของประเทศไทยที่ใช้พลังงานจากแก๊สธรรมชาติ มีบริษัทเอกชนเป็นตัวกลางในการรับช่วงการจ่ายพร้อมเพิ่มค่าขนส่งในการผลิตไปกับราคาแก๊สแก่ผู้ซื้อ โดยโรงไฟฟ้าซื้อแก๊สจาก ปตท. ขณะที่ ปตท. ซื้อแก๊สมาจากบริษัท HAS และบริษัท HAS ซื้อจากบริษัทขุดแก๊สอีกทอดหนึ่ง ค่าแก๊สจึงเพิ่มขึ้นตามลำดับขั้นการขาย เหล่านี้เป็นความรู้ที่ได้จากเภสัชกรศุภรักษ์ ศุภเอม ขณะนั่งรถผ่านปั๊มแก๊ส NGV ใกล้เขื่อนอุบลรัตน์ เภสัชกรศุภรักษ์ตั้งคำถามว่าทำไมต้องเป็นเช่นนี้ แทนที่ประเทศไทยจะดูแลการขุดเจาะและควบคุมการผลิตเอง ควบคุมการนำมาใช้เองเพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะกลายมาเป็นต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อไป อันจะทำให้ชาติประหยัดไปได้อีกมาก
ระหว่างเส้นทางจากอำเภอเมืองขอนแก่นเข้าสู่อำเภออุบลรัตน์ มีศูนย์พักฟื้นเป็นสถานสงเคราะห์ที่พักพิงผู้หญิงและเด็กที่ถูกทารุณกรรม มีโรงงานรับช่วงการผลิตอุปกรณ์ Panasonic ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่และเป็นแหล่งรายได้รองจากการทำนาทำไร่สำหรับชาวบ้าน บางบ้านอาจถือเป็นแหล่งรายได้หลักช่วงหน้าแล้ง เภสัชกรศุภรักษ์กล่าวว่าสถานสงเคราะห์เป็นผลผลิต ของคนที่ถูกกระทำจากสังคม วันหนึ่งเขาจะหาเวลาเข้าไปพูดคุยช่วยเหลือ ขณะที่โรงงานพานาโซนิคก็เป็นการรับช่วงการผลิตจากระบบการค้าทุนนิยมที่เข้ามาถึงในหมู่บ้าน เหล่านี้เป็นทัศนคติขั้นต้นที่มาพร้อม บุคลิกเฉพาะตัวของเภสัชกรศุภรักษ์ ที่มีต่อสังคมรอบตัวในพื้นที่บริบทโรงพยาบาลอุบลรัตน์
(รูปบริบทโรงพยาบาลอุบลรัตน์)
โรงพยาบาลอุบลรัตน์เป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ ขนาด 30 เตียง มีความโดดเด่นอยู่ตรงที่เพิ่งได้รับรางวัลหน่วยงานดีเด่นเพื่อชุมชนเมื่อปี 2552 รางวัลที่ได้รับสร้างขวัญกำลังใจให้คนทำงานโดยเฉพาะงานชุมชน แต่เหนืออื่นใดภาระงานชุมชนที่เห็นนี้ไม่ใช่งานสบายเลย สำหรับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของโรงพยาบาล เนื่องจากงานในโรงพยาบาลก็นับว่าเป็นงานที่หนักหนาอยู่แล้ว การออกชุมชนของโรงพยาบาลอุบลรัตน์มีมากว่า 10 ปี แต่เป็นไปในลักษณะการไปตรวจเยี่ยมธรรมดา ให้ความรู้เรื่องการใช้ยาบ้าง สำหรับงานเภสัชกรรมก็เป็นการไปตรวจร้านยาในหมู่บ้าน ดูการใช้ยาของชาวบ้านอย่างคร่าว ๆ ส่วนการลงอย่างเข้มข้นเป็นการแบ่งเจ้าหน้าที่ 1 คนดูแลหมู่บ้าน 1 หมู่บ้าน ทั้งรายงานผลการดูแลอย่างละเอียด ก็เพิ่งเริ่มมาได้ 2-3 ปี คือนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ถือเป็นหนึ่งในการทำงานสำคัญของเภสัชกรศุภรักษ์ ศุภเอม หรือ “พี่เอก”

ตัวตนเภสัชกรศุภรักษ์ ศุภเอม
พี่เอกเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นคนที่สนใจเรื่องการเกษตรมาตั้งแต่เด็ก อาจด้วยเพราะคุณพ่อเป็นนักวิชาการการเกษตร ขณะที่คุณแม่เป็นอาจารย์ เมื่อเห็นการทำงานของพ่อจึงเกิดความสนใจเนื้อหาด้านการเกษตร ต่อยอดมาด้วยความเข้าใจหลักวิชาการด้านการเกษตรที่เรียนรู้เร็วกว่าคนอื่น จนทำให้เกิดความภูมิใจและรู้สึกชื่นชอบ ในชั้นมัธยมปลายพี่เอกจึงเลือกสายการเรียนเป็น สายวิทย์-เกษตรและสอบได้ที่ 1 ของสาย ปัจจุบันนอกจากจะให้ความสนใจต่อการปลูกพืชของชาวบ้าน พี่เอกยังปลูกมะนาวเป็นอาชีพเสริม
พี่เอกจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น สอบได้โควตาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศึกษาจนจบเป็นเภสัชกรเมื่อปี พ.ศ. 2538
“พี่เอกชอบอ่านหนังสือ หนังสือในบ้านพี่เอกอ่านหมดแล้ว พื้นฐานชอบบริหารธุรกิจ อ่านตั้งแต่อายุ 15 จนถึงอายุ 30 พอทำงานแล้วการอ่านความรู้อื่นก็เพิ่มขึ้น แรก ๆ พี่เอกก็ทำงานตามรุ่นพี่ไปก่อน ต่อมาพอเจอคนไข้อาการหนักก็เริ่มคิดอะไรได้ ว่าที่เราทำตามกันมา ทำตามรุ่นพี่ ยึดตามรูปแบบที่มีอยู่ เหล่านี้ดูเหมือนความรู้ของเรายังไม่พอที่จะช่วยเหลือคนไข้ เลยหาความรู้เพิ่มมาเรื่อย ๆ ศึกษาเพิ่มเติมเอง ทั้งความรู้ทางสังคมศาสตร์ ความรู้ทางจิตวิทยา”
“จบมาทำงานครั้งแรกที่โรงพยาบาลสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี งานที่ทำอยู่ตอนนั้นเน้นงาน คปสอ. งานให้คำปรึกษาคนไข้โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด เน้นงานเยี่ยมบ้าน งานคุ้มครองผู้บริโภค ปี พ.ศ.2542 จึงย้ายมาประจำโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ทำงานคลินิกดูแลผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคเบาหวาน นำเอาการดูแลผู้ป่วยด้านยามาจับ ดูแลคนไข้ในงาน HHC หัวใจวาย หัวใจขาดเลือด มุ่งสู่การพัฒนาระบบยาตามแนว HA เพิ่มบทบาทในคณะกรรมการ PTC ปี พ.ศ. 2549 มีโอกาสเรียนการวิจัยกับ ดร.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ปี พ.ศ.2550 เรียนจิตวิทยากับ ดร.ทิพาวดี เอมะวรรธนะ ปัจจุบันทำวิจัยด้านสาธารณสุขและมานุษยวิทยา เป็น ‘เภสัชกรแกะดำ’ ที่เน้นงาน Patient Care ถือว่าตัวเองเป็นนักวิจัยทั่วทีป คือทำวิจัยหลายสาขา ชอบวิจัย Patient Care Primary Care ด้านมานุษยวิทยาและจิตวิทยา”
ความใส่ใจในคนไข้อาจกล่าวได้ว่าเริ่มมาจากจุดนั้น เพราะคนไข้อาการหนักซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจะมีสภาพที่แตกต่างจากที่เห็นในโรงพยาบาลมาก “เวลาไปเยี่ยมคนไข้การให้กำลังใจจำเป็นมาก สิ่งสำคัญคือการไปเยี่ยมคนไข้โดยใช้ความรู้ด้านยากับการสังเกตอาการคนไข้ พี่เอกบอกได้เลยว่าอาการเขาอยู่ในระดับไหนแล้ว พี่เอกทำงานมาเป็น10 ปี”
เพราะทำงานกับคนไข้อาการหนักโดยเฉพาะโรคไตซึ่งเป็นโรคที่คนอีสานเป็นกันมาก พี่เอกพบว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากการบริโภคเกลือในปลาร้า การรับประทานผงชูรสที่แทรกอยู่ในอาหารแทบจะทุกเมนู กระทั่งนำเอาผงชูรสมาเป็นของจิ้มเครื่องเคียงต่างๆ จิ้มผลไม้แทนพริกกับเกลือ ประกอบกับมีการทำปลาร้าที่ไม่แน่ใจว่าได้ทำให้สุกทุกบ้านหรือไม่ จนก่อให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับอันเป็น โรคที่ยังไม่หายไปจากวิถีชีวิต เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในกระแสการกล่าวถึงโรคมากนักในปัจจุบัน รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคสุราของชายชาวอีสานที่จะมีการตั้งวงเหล้าดื่มกินในหมู่บ้านกันเป็นประจำช่วงเย็น ๆ หลังเลิกงาน กระทั่งนำไปสู่ปัญหาโรคตับ พฤติกรรมเหล่านี้แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิต ยากที่จะเลิก ชาวบ้านที่เห็นสุดท้ายอาจกลายเป็นคนป่วยหนักในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ การเยี่ยมบ้านสม่ำเสมอยังทำให้พบว่า “โลก(ทัศน์)ที่คนไข้ใช้มอง‘โรค’ แตกต่างจากบุคลากรทางการแพทย์ อย่างเช่นเมื่อเกิดอาการทางกายขึ้น คนไข้ก็จะมีชุดความคิดของเขา ในขณะที่วัดความดันพี่เอกก็รู้ว่าเขาเป็นอะไร เภสัชกรจะดูระดับความดันโลหิต ชีพจรเต้น จำนวนเซลล์มะเร็งเพิ่มสูงขึ้น” เป็นสิ่งสำคัญ ในทางตรงกันข้ามชาวบ้านออกมองเรื่องอื่นสำคัญ เช่นเบื่ออาหาร ปวด อาเจียนและเวียนหัว เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับประเด็นทางสังคมอย่างเรื่องผีแม่หม้ายที่ทำให้เกิดการไหลตาย พี่เอกให้ความเห็นว่า “บางทีคนตายก็บอกอะไรได้มากกว่าคนเป็น อย่างพวกผีแม่หม้ายพี่เอกเคยเจอคนไข้แบบนี้มามากเนื่อง จากข้อมูลผังเครือญาติ ประวัติการเจ็บป่วย พฤติกรรมสุขภาพ และระดับความดันโลหิตของคนไข้ แทบทุกคนในหมู่บ้าน พอมีคนตายขึ้นมา พี่เอกสามารถทำนายได้ว่า ใครจะตาย ตายเพราะอะไร พอดูศพ ดูผลการชันสูตรก็จะรู้ว่าผิดปกติมาจากอวัยวะข้างใน การทำงานของอวัยวะล้มเหลว มันก็ทำให้ร่างกายอยู่ไม่ได้ คล้ายกับคนเป็นโรคหัวใจเป็นโรคไต เกิดภาวะช็อคหรือไหลตาย” สรุปว่าไม่เกี่ยวกับผีแม่หม้ายมาเอาชีวิตคนไข้แต่อย่างใด
การทำงานในระบบ โรงพยาบาลอุบลรัตน์
ลักษณะเฉพาะตัวของโรงพยาบาลอุบลรัตน์ที่สังเกตได้คือความเข้มงวดในการประสานงาน โดยเฉพาะหนังสือทางราชการที่ต้องได้รับก่อนการ มาปรากฏตัวของบุคคลที่จะมาประสานงานด้วย ตลอดจนการเซ็นต์ชื่อ การส่งเอกสารและรายงานการทำงานต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในโรงพยาบาล นอกจากระเบียบด้านงานเอกสารที่ต้องการมากแล้ว โรงพยาบาลอุบลรัตน์ซึ่งขึ้นชื่อด้านงานบริการชุมชนแห่งนี้ บุคลากรยังทำงานด้วยความเคร่งเครียดจนไม่อาจ ประเมินได้ว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรหรือเป็นเพราะความเคร่งเครียดของงาน โรงพยาบาลอุบลรัตน์เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียงที่มีคนไข้คับคั่ง ช่วงเช้าของการจ่ายยาจะมีคิวคนไข้ไม่ต่ำกว่า 100 คนโดยเฉพาะเช้าวันจันทร์ ผู้นำแนวทางนโยบายด้านเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนคือผู้อำนวยการโรงพยาบาล นายแพทย์อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร มีแพทย์ประจำโรงพยาบาล 3 คน แพทย์ไม่ประจำ 1 คน เภสัชกรประจำโรงพยาบาล 3 คน
คือว่า ผมไม่ได้เป็น คนถอด แต่ถูกถอดครับ
โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สวัสดีครับท่านศุภรักษ์ เภสัชพันธ์หายาก
โดนถอดแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับท่าน
ถอดบทเรียนติดตามการทำงานเภสัชกรปฐมภูมิโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพิ่มข้อมูลดีไหมครับ
ทีแรกอ่านงง งงว่าพี่เขียนถอดบทเรียนตัวเองทำไม ฮา
สวัสดีครับ ท่านวอญ่า
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
โดนถอด แล้ว มันโล่งๆ โหวงๆ ชอบกล หนาวด้วยครับ