"นั่งทำงานในร่ม  อากาศเย็น ไม่มีแสดงแดด  เพราะฝนตกมืดครึ้มทั้งวัน  ไม่ได้พูดอะไรกับใคร  มีแต่ความเงียบ  ลุกขึ้นเดินเล็กน้อย แต่เหงื่อไหลหยดแสบตา  ตอนแรกก็พยายามทนแต่แสบมากขึ้นต้องเช็ด"

        เตรียมสิ่งของมาวางไว้ใกล้ ๆ กัน  ได้แก่ถุงมือ เมล็ดพันธุ์  กรรไกร  ช้อนตักดิน ถังน้ำ บัวรดน้ำ ถุงดำ แก้วกาแฟเย็นที่เจาะรูแล้ว ดิน  กระจาดใส่ดิน  กิ่งผักหวาน และเถาว์ผักปังแดง

       "ผักหวาน" ใส่ดินลงไปในถุงให้แน่น  พับขอบถุงเล็กน้อยเพื่อประหยัดดินและสะดวกในการหยิบจับ  รดน้ำให้ดินชุ่มชื้น  ปักชำกิ่งผักหวานลงไปในถุงให้พอดี กลบดินอีกเล็กน้อยเพื่อให้แน่นและรดน้ำ

         กิ่งผักหวานที่พอเหมาะคือกิ่งอ่อนปานกลาง หรือกิ่งอ่อนก็ติดราก  ส่วนกิ่งแก่ก็ติดรากได้ง่ายเช่นกัน  หากนำไปปลูกก็จะแก่เร็ว  ใบหงิกงอ ไม่งามเท่าที่ควร 

ผักหวาน

        "ผักปังแดง" คุณป้าที่ร้านขายต้นไม้เคยบอกว่า "ผักปังสามารถเด็กต้นหรือยอดไปปักชำได้"  จึงทดลองทำเล่น ๆ ทั้งเถาว์ปานกลางและยอดอ่อน  ปรากฏว่าไม่ตายและติดราก  วันนี้จึงทดลองปักชำอีกครั้ง  โดยไปตัดเถาว์ผักปังแดงที่ข้างรั้วมาตัดเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณ ๖ นิ้ว  ปักชำลงไปในถุงดำ  กลบดินให้แน่น 

         การปักชำกิ่งผักหวานง่ายกว่า เพราะลำต้นมันแข็ง  ส่วนเถาว์ผักปักอ่อนทำให้ปักชำยาก  และถุงดำมีขนาดเล็กไป  คราวต่อไปต้องใช้ถุงดำขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

ผักปังที่ใช้เถาว์ (แก่) ปานกลางทดลองชำ

ผักปังแดง

          "ผักบุ้งใบไผ่"  หรือผักบุ้งจีน  ทดลองเพาะเมล็ดพันธุ์ลงไปในกระถาง  ๒ กระถางจำนวนกระถางละ ๗๐ เมล็ด  เคยได้ความรู้จากนักเรียนทำการเพาะผักบุ้งในแปลง  นักเรียนบางกลุ่มได้แช่เมล็ดก่อน  บางกลุ่มก็ไม่แช่  เมื่อผักบุ้งเติบโต  ปรากฏว่าของกลุ่มที่ไม่แช่เมล็ดงอกงามสมบูรณ์กว่า  เพราะโรยเมล็ดห่าง ๆ และรดน้ำชุ่มชื้นกว่า

ผักบุ้ง

         "คะน้า" ถูกเพาะลงในแก้วกาแฟเย็น  เมื่อซื้อกาแฟเย็นมาดิ่มแล้วได้เก็บแก้วล้างให้สะอาดเก็บไว้ เพราะดูสวยงามดี  คิดว่าอาจนำมาใช้ประโยชน์ได้เมื่อต้องการ  ครั้งนี้ได้นำแก้วกาแฟมาเจาะกันแก้วให้เป็นรูจำนวน ๖ รู  ใสดินลงไปให้แน่น  ทดลองรดน้ำดูปรากฏว่ารั่วซึมได้เร็วมาก

         หยอดเมล็ดคะน้าลงไปบนแก้วกาแฟ  แก้วละ ๑๐ เมล็ด  เนื่องจากเมล็ดคะน้าเล็กเท่ากับเมล็ดผักกาด  จึงนับยากมาก  เกือบจะล้มเลิกกลางคัน  แต่ต้องอดทนใจเย็นพยายามนับให้พอดีเท่ากันทุกแก้ว

คะน้า

        เสร็จแล้วมีปัญหา  ไม่มีที่สำหรับวาง  จึงนำไปไว้ข้างรั้ว  แต่วันนี้ต้องสังเกตหากฝนตกหนักคงต้องไปย้ายที่  ไม่เช่นนั้นอาจหกล้อมหรือโดนฝนชะแรงเกินไป

        เริ่มลงมือทำตั้งแต่เที่ยงวัน  จนถึงบ่าย ๓ โมงครึ่ง  แต่มีปริมาณของงานไม่มาก  นึกถึงชาวนา ชาวไร่ที่ทำนาปลูกข้าวให้เรากิน  เขาทำได้ตั้งมากมายและฝนตกแดดออกก็ต้องทำ  แต่เรา "ทำงานในร่มแท้ ๆ ได้เหงื่อหยดเหมือนกัน" นึกถึงพระคุณชาวนาไทยมาก ๆ

        ผักหวานเคยชำมาแล้ว และแจกจ่ายเพื่อนฝูงไปมากมาย จึงรู้ว่าการปักชำผักหวานนั้นไม่ยากและติดรากง่าย  เพียงแต่ไม่ชอบน้ำมากเกินไป  คราวนี้ทั้งผักหวานและผักปัง  หากติดรากก็จะได้มีของฝากเพื่อน ๆ เวลามาเยี่ยม

        ส่วนผักบุ้งและคะน้า  ไม่มั่นใจในผลงาน  ต้องรอดูและจะนำมาเขียนไว้ในบล็อกใหม่นี้  ท่านใดมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการปลูกพืชผัก  ขอคำแนะนำด้วยนะคะ  ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ