GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การสัมมนาระดับชาติครั้งที่3 เรื่องการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล

การป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล

17-21 กค. 49

ดิฉันใช้เวลาประมาณ 5 วันในการไปร่วมสัมมนาระดับชาติครั้งที่3 เรื่องการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล     ในการสัมมนาครั้งที่1-2 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมครบคุมโรคที่มีสถาบันเป็นเจ้าของเรื่องและชมรมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลโดยมี อาจารย์ นพ. สมหวัง  ด่านชัยวิจิตรเป็นเลขาธิการชมรมเป็นเจ้าของเรื่อง     ในการสัมมนาครั้งนี้มีการจัดหลักสูตร Advance  Course  in  Infection  Control  Update  and  Practical  Aspect ในสามวันแรก  และสัมมนาเรื่อง  Optimizing  Nosocomial  Infection  Control  in  Community  Hospitals  ในสองวันหลัง     หลักสูตรแรกเป็นหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษโดยวิทยากรจาก Washington  University  Medical  Center. และ  Washington  University  School  of  Medicine    วิทยากรเป็นแพทย์สองท่าน  พยาบาลหนึ่งท่าน     ในแต่ละหัวข้อจะมีการสอนคู่ระหว่างวิทยากรไทยและต่างประเทศเพื่อแปลให้ผู้ฟังรู้เรื่อง   ในส่วนของวิทยากรไทยจากหน่วยงานและมหาวิทยาลัยต่างๆ

ในส่วนของบำราศจะเป็นการทำงานทางด้านหน้างาน    ในห้องสัมมนาจะเป็นทีมวิชาการซึ่งแบ่งหน้าที่กันได้ดี

รองศิริชัยและทีมงานจะดูแลเรื่องห้องและการประสานงานในการเดินทางของวิทยากร

ในงานนี้ท่านรองนายก นพ.สุชัย เป็นประธานเปิดงานและมีท่านรองปลัดมานิตย์กล่าวรายงาน    ท่านรองอธิบดี นพ. กิตติและท่านผู้ทรง นพ.จรูญได้ไปให้กำลังใจและช่วยต้อนรับ

AAR

1     สิ่งที่คาดหวัง

มีการสัมมนาที่มีการพัฒนายกระดับโดยมีการร่วมมือกันทั้งจากวิทยากรจากประเทศไทยและต่างประเทศ

บุคลากรของสถาบันได้ความรู้ทางด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น

โรงพยาบาลชุมชนได้มีโอกาสมาร่วมสัมมนา  ได้ความรู้เพื้อไปป้องกันการติดเชื้อNI ในโรงพยาบาล และได้ ลปรร เพื่อให้เห็นปัญหาอันแท้จริงและนำปัญหาไปร่วมกับผู้ที่กำหนดมาตรฐานให้นำไปใช้งานได้จริง

เป็นการสร้างNetwork ตามยุทธสาสตร์ของ สบร

2     สิ่งที่ได้รับจากการสัมมนา

ได้ตามที่คาดหวัง

3     สิ่งที่ประทับใจ

ได้เห็นการทำงานเป็นทีมและมีการแบ่งงานอย่างเป็นระบบซึ่งเกิดจากความตั้งใจของผู้ทำงานที่มีโอกาสคิดเอง ประสานเอง โดยมีคุณหมอปิยพร  จากโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ที่พยายามเอาเอกสารจ่ากวิทยากรทั้งไทยและต่างประเทศทั้งหมดในสามวันแรก     แต่เนื่องจากวิทยากรเป็นเพื่อนกับ นพ.อนุชา จากธรรมศาสตร์  และอาราจารย์หมอปิยพรเคยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ ทำให้เราได้เอกสารและทำหนังสือแจกผู้เข้าร่วมประชุมทันเวลา

ทางสถาบันไปครั้งนี้จำนวนคนน้อยกว่าทุกครั้ง    แต่ทีมงานได้ใช้การบริหารมาช่วยการจัดการทำให้ได้รับคำชมทุกๆวันทั้งกิจกรรมช่วงเช้าและกลางคืนโดยมีคุณสุนันทาและคุณจันทราเป๊นคนคุมทีม   

คนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในการประชุม   ไม่มีการหนีไป shoping  ทำให้ผู้จัดก็ประทับใจ

วิทยากรต่างประเทศตั้งใจสอนดีมาก ทั้งการทำกลุ่มและการlecture  ดิฉันไม่ได้ฟังในวันที่สองเพราะติดประชุมกรมเรื่องแผน    คุณหมอจุไรมาชมให้ฟัง

4     สิ่งที่ต้องพัฒนา

ในการประสานวิทยากรขาดการย้ำเตือนจากผู้ประสานงานทำให้วิทยากรบางท่านไม่ทราบว่าเป็นวิทยากรเนื่องจากไม่ได้อ่านในรายละเอียดทำให้หมอเอ๋ต้องแก้ปัญหาเชิญอีกท่านไปขัดตาทับก่อนที่จะตามหาวิทยากร

การประสานระหว่างงานภายในห้องและนอกห้อง

การเตรียมCDที่คนอยากได้เพราะเอกสารเป็นภาษาอังกฤษและฟังฝรั่งไม่ทัน

การใช้ทีวีช่วยในการมองเห็นเนื้อหา   คนที่อยู่ข้างหลังจะมองไม่ค่อยเห็น

การแปลของวิทยาคนไทยน่าจะแปลให้มากกว่านี้ (อ่านจากการประเมิน)

การตั้งคณะทำงานสรุปเนื้อหาที่ชัดเจน    ดิฉันขอให้คุณพรลัดดาช่วยดำเนินการและรบกวนหมอปิยพรขอจากวิทยากรคนไทยคนละอย่างน้อยห้าบันทัดเพื่อสกัดเป็นTacit  knowledge ซึ่งไม่ทราบว่าเหล่าอาจารย์ทั้งหลายจะยอมเขียนให้หรือไม่ เนื่องจากมาคิดขึ้นทีหลังและไม่ได้ตกลงกับอาจารย์ไว้ก่อน   

 จะต้องแจ้งให้หน่วยงานต่างๆของบำราศสมัครและคัดเลือกเช่น แพทย์ เภสัช เทคนิคการแพทย์     บางท่านที่เกี่ยวข้องอาจสนใจ

สุดท้ายของการบันทึก

ขอขอบคุณทีมงานทั้งทางบำราศ   ศิริราช  รามา  ธรรมศาสตร์และรพ.เจริญกรุงประชารักษ์      รวมทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มาร่วมกันทำงานเพื่อเตรียมการป้องกันโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล       ดิฉันต้องขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยนามบางท่านและไม่ได้ใส่รูปเพราะยังทำไม่เป็น     ดิฉันจะใส่รูปและชื่อผู้เกี่ยวข้องในครั้งต่อไป       การระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นพวกเราคงต้องสู้ได้อย่างแน่นอน    ดิฉันหวังไว้เช่นนั้นค่ะ   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 40299
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

คุณศิริรัตน์ (งานภูมิคุ้มกันฯ)ก็แจ้งความจำนงไว้ด้วยนะคะ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญของบำราศฯ ในโอกาสต่อไปค่ะ