ชีวิตคนต่างอะไรจากใบไม้ มีสิ่งใดให้เห็นเป็นแก่นสาร อยู่ชั่วครู่ชั่วคราวใช่ยาวนาน มีชื่นบานก็มีช่วงเฉาร่วงโรย
โบกสะบัดพัดใบไหวระริก
ร่วงร่อนพลิกพลิ้วหลุดไร้จุดหมาย
ทิ้งซากซบ กลบร่าง กลางดินทราย
ก่อนสลาย มลายไป ในเวลา
เคยโดดเด่นดูดีอยู่ที่กิ่ง
เคยเย่อหยิ่งยิ่งใหญ่ไร้ปัญหา
เคยเกาะเกี่ยวเขียวเข้มเต็มพนา
เคยทักท้า ฟ้าฝน บนอัมพร
ด้วยสีสันสวยงามด้วยความแกร่ง
จึงบานเบ่ง ชูช่อ ล้อลมร้อน
ประดับโลกแต้มหล้าแต่งนาคร
ชูยอดอ่อน สดไสว ใต้แสงจันทร์
ดื่มน้ำค้าง ฉ่ำชื่น ยามคืนค่ำ
ชมระบำ ดวงดาว สว่างสวรรค์
ฟังดนตรี หริ่งหรีด กรีดเสียงกัน
รอตะวัน เรืองรอง ส่องอีกคราว
ผ่านมาถึง วันที่ สีเหลืองหม่น
ฉายฉาบบน เรือนร่าง อย่างเยือกหนาว
ก่อนปลายขั้ว ปลิดพ้น หล่นระนาว
สูดลมหาย ใจเศร้า ข่มร้าวราน
ชีวิตคน ต่างอะไร จากใบไม้
มีสิ่งใด ให้เห็น เป็นแก่นสาร
อยู่ชั่วครู่ ชั่วคราวใช่ยาวนาน
มีเบิกบาน ก็มีช่วง เฉาร่วงโรย
สันติสุข สันติศาสนสุข ΔΔ

ชีวิตคน ต่างอะไร จากใบไม้
อาจจะต่าง หากได้ ดวงใจใส
ประกอบกิจ ศีลธรรม อันอำไพ
จารึกไว้ ความดี ที่นิรันดร์
ครูหยุย ที่เคารพ
มีแววว่าครูหยุยจะเขียนกลอนเก่ง สัมผัสนอก ลักษณะบังคับอะไรก็ถูกหมด
สักวันหนึ่งเราอาจจะเอากลอนมารวมเล่มกัน พิมพ์แจกคนมาบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กที่มูลนิธิ
คุณโสภณ ที่เคารพ
ชอบเหมือนกันเลยครับ ทั้งบทก็เห็นจะมีแต่ตรงนี้แหละ ที่อ่านแล้วสัมผัสใจมากที่สุด
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและให้กำลังกันทุกครั้ง