อีกแล้วค่ะ...บันทึกฉบับก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการลบเม้นท์  เมื่อคืนนี้ได้รับโทรศัพท์ จากกัลยาณมิตรอีกท่านหนึ่ง  ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่เช่นกัน  และเพิ่งสร้างบล็อกแต่ยังไม่กล้าเขียนบันทึก  ได้หารือเกี่ยวกับ “การเขียนเม้นท์และการตอบเม้นท์”  โดยอยากจะให้ขึ้นบันทึก   เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์บ้าง

 

        “พี่คิมคะ  การเขียนเม้นท์  หนูยังเขียนไม่เก่ง  หนูได้แต่ศึกษาของคนอื่นดูก่อนค่ะ  หนูได้แต่อ่านเรื่อยมา  บันทึกส่วนมากให้ประโยชน์ทั้งนั้น  เมื่ออ่านไปหนูก็สะดุดกับการเม้นท์มากเช่นกันค่ะ  ประเด็นแรกที่กัลยาณมิตรได้หารือมา

 

         “อันนี้น้องก็ควรมองข้ามนะคะ  คนเราต่างจิตใจกัน หรืออาจจะกำลังเรียนรู้เหมือนเรา ๆ ก็ได้  ถ้าแบบไหนที่เราไม่ชอบก็อย่าทำนะคะ”  เป็นคำแนะนำของฉันที่ได้บอกไป  และฉันได้หยิบยกประเด็นที่เราคุยกัน  เพื่อทุกท่านได้อ่านและแสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ตามเจตนารมณ์ของ GotoKnow อันเป็นเป้าหมายสูงสุด

 

       “บางคนเขียนว่า ...จอง  ขอจอง  มาเป็นคนแรก ก็มีนะคะ  พี่คิมเคยเห็นไหมคะ”  ปลายสายถามต่ออีก

 

       “เคยค่ะ และพี่คิมก็เคยทำพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน  เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ ๆ เพราะลอกเลียนแบบอย่างมาค่ะ  ภายหลังได้รับการแนะนำจากกัลยาณมิตรอีกท่านหนึ่ง จึงหยุดการกระทำ”  ความคิดเห็นเชิงการให้คำตอบจากใจจริงของฉัน

 

        “บางคนเม้นท์แบบเหน็บ ๆ ผสมอารมณ์ที่ค่อนข้างรุนแรงของตัวเองด้วยนะคะ  แบบนี้น่าเห็นใจเจ้าของบันทึกนะคะ พี่คิมเห็นเป็นอย่างไรคะ”  ประเด็นนี้เป็นความรู้สึกที่ผ่านมาทางสายอีกเหมือนกัน

 

        “พี่คิมเป็นคนชอบอ่านเม้นท์แสดงความคิดเห็นมากพอ ๆ กับการอ่านบันทึกค่ะ  เคยอ่านเจอแบบนี้เหมือนกัน  พี่คิมกลับมองว่า...โลกนี้ยังมีอะไรที่น่าเรียนรู้อีกเยอะเลย”  ไม่ทราบว่าคำตอบนี้ตรงใจของผู้ถามหรือไม่  แต่ก็ตอบและคิดเห็นจากใจจริง ๆ

 

       “บางคนเม้นท์แบบขอไปที  เหมือนไม่อ่านละเอียด  และไม่จงใจที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้”  ข้อหารือที่พรั่งพรูกันออกมา  เมื่อเราคุยกันได้สนิทสนมขึ้น

 

        “ก็เหมือน ๆ กับที่พี่คิมบอกไว้นั่นแหละค่ะ  ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย  โดยเฉพาะเรื่องของ...คนค่ะ”  รู้สึกว่าปลายสายจะพอใจกับการตอบแบบตรงแกมกวนของฉัน  เพราะอย่างน้อยก็ทำให้คู่สนทนาได้รู้จักว่าฉันเป็นคนอย่างไร  แม้จะได้ยินเพียงแค่เสียงก็ตาม

 

     “บางคนเม้นท์ยาวมาก  สั่งสอนอบรมคนเขียนบันทึกอีกต่างหาก  แต่ต่างประเด็นนะคะ  แบบนี้ไม่ประหยัดถ้อยคำเลยค่ะ” ข้อสงสัยที่ติดตามมาทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า  ผู้ถามมีความรอบคอบก่อนที่จะลงสนาม GotoKnow

 

       “มีค่ะ  พี่คิมก็เคยพบ  เราก็อาจสอนเขาไปแบบเนียน ๆ คือเม้นท์ตอบของเรานั่นแหละ  ที่แสดงน้ำใสใจจริง  โดยปราศจากการเยินยอ  แต่พี่คิมว่าทุกอย่างดีทั้งนั้นค่ะ ตัวหนังสือไม่กี่คำเราก็สามารถบอกความรู้สึกได้นะคะ”  ไม่ทราบว่าฉันตอบได้ตรงประเด็นและตรงใจบ้างไหม

 

บางคนเม้นท์สั้น  แต่สอดคล้องและต่อยอดความรู้จากบันทึกเดิม  แบบนี้มีกึ๋นนะคะ”  ประเด็นสุดยอดติดตามมา

 

        “ความจริงพี่คิมก็จะพูดแบบนี้แหละค่ะ  แต่ไม่กล้า  เมื่อน้องพูดมาพี่คิมเห็นด้วยค่ะ การเม้นท์แบบมีกึ๋น  หลาย ๆ บันทึกพี่คิมก็มีความรู้ไม่ถึงได้แต่อ่านก็มีมากมายค่ะ  เพราะพี่คิมไม่มีกึ๋นที่จะเม้นท์  ทำให้คนอ่านไม่ได้ต่อยอดความรู้  จริงค่ะ จริง ๆ”  ตอบได้ถูกใจอีกแล้ว  เสียงหัวเราะร่วนมาทางปลายสาย

 

      “บางคนบอกว่า  มาให้กำลังใจแต่ไม่ได้อ่านบันทึกนั้น ๆ แบบนี้เจ้าของบันทึกก็เสียกำลังใจนะคะ”  ประเด็นสงสัยอ่อนข้อลงบ้างแล้ว

 

         “แบบนี้พี่คิมไม่รู้สึกอะไร ..กำลังใจอยู่ในพลังของตัวเราเองมากกว่านะคะ   เขาเม้นท์มาอย่างไรก็ตอบไปอย่างนั้น  คิดเสียว่าเขาไม่ว่างตอบ  แค่เข้ามาฝากชื่อไว้ก็ดีแล้วค่ะ  แต่ข้อสำคัญคือการรักษามารยาด้วยนะคะ”  ไม่ทราบว่าข้อสงสัยจะตามมาอีกกี่ประเด็น

 

         “การตอบเม้นท์ อ่านแล้วไม่มีปัญหามากนัก  เพราะบางคนอาจมีภารกิจ  เขียนให้อ่านและช่วยกันเม้นท์ที่เป็นประโยชน์ก็นับว่าสุดยอดแล้วนะคะ” ประเด็นสุดท้ายที่เป็นกึ่งข้อคิดเห็นและกึ่งข้อสงสัย  แสดงว่ากัลยาณมิตรท่านนี้  แม้จะเป็นสมาชิกใหม่แต่ก็เป็นแฟนพันธุ์แท้พอสมควร

 

        “อันนี้ไม่น่าเป็นปัญหานะคะ    เพราะแต่ละคนมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและความมีอิสระในตัวเองของแต่ละบุคคลต่างกันค่ะ”  จบด้วยการสนทนา ปรึกษา หารือ และข้อคิดเห็น

 

         ขอเชิญทุกท่านมาช่วยแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของการและเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยกันคลี่คลายข้อสงสัยให้แก่กัลยาณมิตรและชาวบล็อกด้วยนะคะ  และขอเป็นกำลังใจให้กัลยาณมิตรที่เข้ามาใหม่  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสังคมเสมือนแห่งนี้อย่างมีความสุขนนะคะ