มื้อจากไกลดวงใจอ้าย กะเพียงกายย้ายความห่าง ทุกเส้นทางความฮักมั่น บ่เคยกั้นกันระหว่างเฮา ม่านแสงเงาความคิดฮอด ได้ลอดส่องกล่องหัวใจ ยามหวั่นไหวได้โทรหา บ่เห็นตากะพลอยยิ้ม เทียวเติมซิมคำฮักเจ้า ทางใจเหงามื้่อหล่ะหน่อย ลืมใจลอยมื้อหล่ะครั้ง เติมหวังอ้ายแต่ละวัน ด้วยสัมพันธ์ความฮักไคร่ ไกล้หรือไกลให้คือเก่า ขอเพียงเฮากับฮักหมั่น แนวได๋กั้นสิค่อยปืน มื้อฝนรินแสงแดดเศร้า ไผสิเหงากะตามซ่าง ส่วนว่านางกับโตอ้าย บ่หมายเว้าเศร้าไส่กัน ด้วยความฮักบ่อาจกั้น เส้นทางฝันบ่อาจห่าง เส้นทางใจน้องและอ้าย อย่าหมายร้างมื้อห่างกัน เด้อครับเด้อ
สวัสผู้บ่าวบ้านนอก นักการภารโรง(ผู้เก่งในภารของโรงฯ)
"ด้วยความฮักบ่อาจกั้น เส้นทางฝันบ่อาจห่าง เส้นทางใจน้องและอ้าย อย่าหมายร้างมื้อห่างกัน เด้อครับเด้อ"
ผญา อิสานในความหมายของภาษากวี และลีลาน้ำเสียงฟังดูคล้ายเพลงบอก ออกข่าวของชาวใต้
"ด้วยความรักนี้เหอไม่อาจกั้น เส้นทางฝันก้าไม่ห่าง เส้นทางใจของน้องกับบัง อย่าให้ห่างกันแล้น้อง"
คาดว่าประมาณนี้
(คนเข็นเปลโรงพยาบาล ยินดีร่วมลปรร กับภารโรงอินเตอร์)
เข้จใจความหมายดีอยู่ ( สังเกตลีลาการแต่งกลอนลักษณะนี้ คำลงท้ายวรรคสองในแต่ละบทไม่ต้องสัมผัสกับคำลงท้ายในวรรคสุดท้ายของบทแรก )
เถิงสิไกลสุดขอบฟ้า ยังถามหากันคือเก่า ถึงสิเนาห่างแคว้น ใจหนักแน่นบ่ห่อนลืม ซั่นดอกว่า
มายามถามบ่าวบ่าวบ้านนอก ซำบายดีน้อ
เป็นกำลังใจให้อ้ายอยู่เด้อจ๊า สู้ ๆ จ้า
ติดตามมาโดนแล้ว ..... และมักหลายที่อ้ายว่า "มื้อฝนรินแสงแดดเศร้า ไผสิเหงากะตามซ่าง ส่วนว่านางกับโตอ้าย บ่หมายเว้าเศร้าไส่กัน" เพราะตอนนี้ฝนตกเกือบทุกมื้อ (สุขใจที่อ่าน "ผญา" กลอนอีสานของอ้ายบ่าวบ้านนอก)