ช่วงนี้ยังอยู่ที่การเปรียบเทียบ ระหว่างเมืองกัลกาต้า กับเมือง

พาราณสี   เมืองกัลกาต้า มีของโบราณให้ดูมาก เช่น คนเข็นรถ

2 ล้อมีกระดิ่งอยู่ในมือหาสตางค์ ซึ่งเมืองไทยเราเคยเห็นภาพนี้

สมัย ร.4 , ร.5  รถรางก็ยังมีวิ่งอยู่ในตัวเมือง คนส่วนมาก ใช้รถ

จักรยาน ประมาณ 70 % แทบจะทุกเมืองในอินเดีย

กัลกาต้ามี สนามบินชื่อ ดำ ๆ มีรถไฟใต้ดินใช้ก่อนที่ประเทศ

ไทย ซึ่งเราพึ่งจะมีใช้  มีรถแท๊กซี่นำเที่ยวทั่วเมืองเพื่อชม

โบราณ สถานและวัฒนธรรมท้องถิ่น   มีพรรคการเมืองคอม

มิวนิตส์            

            ชาวอินเดียชอบ(บ้า)อยู่ 3 อย่าง คือ  ชอบเรื่องการเมือง 

 ชอบเรื่องศาสนา และชอบเรื่องดารา  เมืองนี้ตั้งอยู่ปลายทางแม่

น้ำคงคาไหลลงสู่งทะเล มีสัตว์ นานาชนิด เช่น เสือ ช้าง หมาป่า

 เป็นต้นมีมากในรัฐนี้  

          เมืองพาราณสี  เป็นเมืองของพระเจ้าในศาสนาฮินดู คือ

พระศิวะซึ่งมีวัวเป็นพาหนะของพระองค์ วัวในเมืองนี้ เดินทั่วไป

ในเมืองได้โดยอิสระและได้รับการเคารพจากชาวเมือง

         พาราณสี คือหนทางใกล้สวรรค์ เวลาคนตายก็มีผู้เอามาที่

เมืองนี้หลายคนกำลังเจ็บใกล้ตาย ก็จะมาจองที่พักริมฝั่งแม่น้ำ

คงคา จึงมีโรงแรมชื่อ  มรณาโฮเต็ล  และที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มี

สถานที่เผาศพ ชื่อ มะนิกัณณิกาคาด ซึ่งไฟไม่เคยดับ 5000ปี

มาแล้ว

         ในขณะผมนั่งรถตุ๊ก ๆ เข้ามหาวิทยาลัย (B.H.U.) เหลียว

ซ้าย ไปเห็นร ถ 3 ล้อ (ลิกชอ) เขา กำลังถีบไปข้าง ๆ มองคนนั่ง 2

 คน  แต่ เอะใจ..... ทำไมห่อด้วยผ้าสีขาว เหมือนมัมมี้ แล้วมีเชือก

รัด ติด กับเบาะคนนั่ง  เห็นเลือดปนน้ำเหลือง หยดบนถนนเป็นทาง

ยาว   ผมจึงถึงบางอ้อ...  ความตาย ของชาวอินเดียเป็นเรื่อง

ธรรมดา มาก  เดี๋ยวก็เห็นแบกศพผ่าน หน้าไปท่าน้ำคงคา เรียบ

ง่ายมาก คือมี 4 คนหามศพซึ่งมัดวางอยู่บนไม้ไผ่ และศพห่อ

ด้วยผ้าสี ขาว หรือสีเหลือง  มีคน ติดตามไม่กี่คนล้วนเป็นญาติ ๆ 

 ถ้าทาง ไกลเกิน 3 ก.ม เขาก็จะวางศพไว้ข้างทาง แล้วเข้าไปนั่ง

ในร้าน น้ำชา ดื่มกันพอหายเนื่อยก็จะแบกศพไปต่อยังริมฝั่งแม่

น้ำ คงคา ไม่เผาก็ถ่วงน้ำ  ลักษณะการถ่วงน้ำ จะมี 2 คนยกหัว

ท้าย ของศพ เข้าไปในเรือแจวแล้ว นำหิน 1 ก้อน มาผูกเชือกกับ

ศพ  เมื่อแจวเรือ ไปกลางแม่น้ำคงคา หยุดเรือแล้วจึงโยนหินลง

ไป พร้อมกับศพ  นั่นคือความเรียบง่ายเกี่ยวกับความตาย การ

กล่าวคำขณะนำศพไปยังท่าน้ำก็มีเพียงประโยคว่า  ราม

นาม มะ สัจจาแฮ ๆๆ ไปตลอดทาง

        รถตุ๊ก ๆ ที่ผมนั่ง เข้าไปจอดที่หอพักนักศึกษานานาชาติ

 เมื่อขนสิ่งของลงจากรถแล้ว ได้เดินดูรอบ ๆ ทางเข้าหอพัก ได้

พบข้อความดังกล่าวแล้วว่า ความเป็นมนุษยชาติอยู่เหนือความ

เป็นเชื้อชาติ  พอก่อนสำหรับวันนี้  ฮะฮา  เอิก ๆ