บัตรประชาชน "เด็ก"

บัตรประชาชน "เด็ก"

        สภาผู้แทนราษฎรเพิ่งรับหลักการในวาระแรก ในกฎหมายบัตรประชาชน ที่กำหนดให้ เด็กทุกคนที่มีอายุครบ 1 ขวบ พ่อแม่ต้องพาไปทำบัตรประชาชน หากไม่ไปทำตามกำหนดเวลาจะถูกปรับไม่เกิน 500 บาท บัตรมีอายุใช้งาน 10 ปีแล้วต้องมาเปลี่ยนใหม่

           สาระที่เกี่ยวกับเด็กมีเพียงเท่านี้  ศึกษาเผินๆ ไม่น่าจะมีอะไร แต่น่าคิดดังนี้ครับ

          1.เด็กไทยเกิดประมาณ ปีละ 800,000 คน  ค่าทำบัตรประชาชน  Smart card 800,000 ใบ/เด็กกลุ่มอายุ 1 ปี ดังนั้นช่วงเริ่มต้น เด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีถึง 14 ปีต้องทำบัตร (800,000 คูณ 13) เท่ากับ10,400,000 ใบ  บัตรใบละ 37.45 บาท รวมแล้วตกเป็นราคาเกือบสี่ร้อยล้านบาท (ไม่นับรวมจากที่ทำสำหรับประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปที่ต้องทำอยู่แล้ว)  หากพิจารณาในแง่ร้าย "โกงกันได้อีกเท่าไรก็ไม่รู้"  จากนั้น ต้องทำบัตรอีกปีละ 800,000 ใบสำหรับเด็กที่อายุครบ 1 ปีในทุกปีอีกและเปลี่ยนบัตรใหม่เมื่อเด็กอายุครบ 11 ปี เฮ้อ....แค่คิดตัวเลขผมก็เหนื่อยแล้ว

           2.สถิติเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปีลงมาที่ตายด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ปีละหลายแสนคน  น่าสนใจที่ระบบบัตร จะต้องมีเหตุ "สวมตัว" คราวนี้การคอรัปชั่นรับเด็กต่างชาติที่ไม่มีสัญชาติมาสวมตัวเป็นเด็กไทย ได้บัตรประชาชนไทย คงเพิ่มจำนวนทวีคูณ จะทำอย่างไรครับ

           3.คนไทยจำนวนมากยากจน บางส่วนย้ายถิ่นไม่ได้พาลูกไปทำบัตรตามกำหนดเวลา เงินมากมายที่เสียค่าปรับ ค่าไปทำบัตร ล้วนแต่กระทบควาเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสิ้น

           สามเรื่องสั้นๆ เพียงเท่านี้ก่อน  อ่านแล้วคิดเช่นไรครับ     

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูหยุย

คำสำคัญ (Tags)#เด็ก บัตรประชาชน การสวมตัว คอรัปชั่น

หมายเลขบันทึก: 402204, เขียน: 12 Oct 2010 @ 08:57 (), แก้ไข: 13 Jun 2012 @ 17:34 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 124, อ่าน: คลิก


ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น

เรียน อ.วัลลพ จริงๆ ผมก็ทำงานอยู่กับเรื่องบัตรพอสมควร ผมก็ให้มุมองอีกทาง หากคิดว่ามีประโยชน์มันก็มีประโยชน์อยู่นะครับ ถ้าหากจะทำให้มันมีประโยชน์ ผมเคยไปดูที่ไต้หวันจะใช้ประโยชน์จากการเก็บข้อมูลที่สำคัญ เช่น เก็บประวัติการเจ็บป่วย หมู่เลือด การแพ้ยา แต่คงต้องเป็นเด็กโตหน่อยพอเก็บบัตรไว้กับตัวได้ มีรูปถ่ายยืนยัน ก็ประมาณนี้ครับ ปัญหาคือเราเตรียมระบบไว้รอบัตรหรือยัง หรือให้มีบัตรก่อนค่อยมีระบบ ก็เป็นปัญหาที่ต้องฝากอาจารย์ช่วยหาคำตอบครับ

ครูหยุยครับ ผมมองอีกมุมหนึ่งนะอาจจะไม่ตอบคำถามเรื่องการทุจริตหรือไม่ทุจริต แต่ผมว่าน่าจะมีประโยชน์ในแง่ของการใช้บัตรประชาชนเป็นฐานข้อมูลต่าง ๆ เช่น สามารถประมาณการจำนวนประชากรของประเทศไทยได้ใกล้เคียงกว่าการทำสัมมะโนประชากร การบริหารจัดการด้านสาธารณสุข ด้านวางแผนการศึกษา ด้านการวางแผนกำลังคนและอื่น ๆ แต่ผมก็ห่วงอย่างครูหยุยครับว่าถ้านำเรื่องนี้ไปหาประโยชน์มันก็ได้ เพราะว่าคนไทยเราไม่ 100 % กับเรื่องผลประโยชน์และเงิน ๆ ทอง ๆ เสียด้วยครับ. 

น่าคิดนะค่ะ กับตัวเลขที่ครูบอกมา ภาวนาว่า ขออย่าให้เป็นเหมือนที่ครูคิดเลยค่ะ

ถ้าจะทำจริงๆ ก็ขอให้ใช้เลขประจำตัวประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ใช้แทนบัตรประจำตัวโรงพยาบาล และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละโรงพยาบาลได้ เมื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้ประวัติความเจ็บป่วย ที่ครบถ้วน

 ทุกวันนี้มีปัญหามาก ในการตรวจสอบประวัติความเจ็บป่วย การใช้ยาของผู้รับบริการ พบว่าบางคนกินยาซ้ำซ้อน เพราะจำไม่ได้ว่าไปโรงพยาบาลนั้นกินยาอะไรบ้าง หมอรักษาอะไร  ถามก็บอกว่า "จั๊กแล่ว" เพราะจำไม่ได้และไม่รู้จริงๆ ค่ะ 

เฮ้อออออออ    บ่นอีกแล้วเรา

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

เรียนคุณครูหยุยที่นับถือ

    อ่านแล้วก็ต้องถอนหายใจดังๆค่ะว่า " เฮ้อ !!!!!!! ที่นี่ประเทศไทย " ค่ะ

คุณคิดคมครับ เข้าใจว่าในบัตรจะเก็บข้อมูลพื้นฐานประวัติและกรุ๊ปเลือดไว้ ส่วนระบบนั้นน่าคิดครับเพราะขณะนี้มหาดไทยกำลังถูกสอบกราวรูดอยู่เรื่องการประมูลที่ผิดขั้นตอน

คุณศุภัชณัฎฐ์ครับ ประโยชน์นั้นมีมาก สำคัญคือบัตรที่ประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทำอยู่นั้น ใช้ประโยชน์ได้ดีหรือยัง ระบบที่เห็นว่าใช้ได้คือ ทะเบียนประวัติ และการรักษาฟรี ส่วนในเรื่องการศึกษานั้นยังใช้เลข 13 หลักต่างกันอยู่ กระทรวงศึกษาใช้ตัว G ขณะที่มหาดไทยใช้เลข 0 นำหน้าบุคคลที่ยังไม่ปรากฎสัญชาติแน่ชัด เป็นต้น

คุณกระติกครับ ทุกอย่างสำคัญที่ระบบ หากสัมพันธ์กันหมดและประชาชนได้ประโยชน์ ก็โอเคนะ แต่ไทยเราระบบกลับตายด้วยคนที่พยายามเพื่อตัวเองมากไป เห็นแก่ได้เกินไป สิ่งดีดีเลยเสียหาย

คุณยายแวะมาเยี่ยมพร้อมถอนหายใจ เฮ้อ.....

ใยไหม
IP: xxx.46.176.222
เขียนเมื่อ 

บัตรประชาชนผู้ใหญ่

  • ต้องพกติดตัว เพื่อแสดงตัวตน
  • ใช้ติดต่อทำธุรกรรมกับธนาคาร (บางครั้งลายเซ็นสำคัญกว่าบัตรประชาชน)
  • ใช้ติดต่อราชการ (ใช้ได้ในบางกรณีเท่านั้น)
  • ไปโรงพยาบาลใช้ครั้งแรก ที่ต้องทำบัตรประจำต้วผู้ป่วย ครั้งต่อไปไม่ต้องใช้เลย
  • ถ้าเป็นข้าราชการ ก็ต้องมีบัตรข้าราชการอีก 1 ใบ (ปัจจุบัน บัตรข้าราชการ ไม่น่าเชื่อถือแล้ว เพราะถ้าทำธุรกรรมกับธนาคาร ต้องใช้บัตรประชาชน)
  • ข้อมูลกรุ๊ปเลือดในบัตรประชาชน เราเป็นผู้กรอก ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการแพทย์มายืนยัน ... มีคนกรอกมั่วๆ ไปเหมือนกัน ... 
  • ถ้าต้องใช้เลือด โรงพยาบาล จะเชื่อข้อมูลในบัตรประชาชนหรือเปล่า ? 
  • ทั้งหมดนี้แค่คิดเล่น ๆ นะเนี่ย

แล้วบัตรประชาชนเด็ก .... จะเกิดประโยชน์กับตัวเด็ก ในกรณีไหนบ้างจากที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น ... ยังคิดไม่ออก

  • ให้เด็กทำรวมกับพ่อ หรือแม่ จะได้มั๊ย จะเกิดประโยชน์มากกว่าหรือเปล่า ... จะเก็บไปคิดเป็นการบ้าน ... แล้วจะกลับมาใหม่ 

เห็นด้วยกับครูหยุยครับ หากไม่พัฒนาระบบให้ทันกับสารสนเทศที่ต้องการใช้ก็เปล่าประโยชน์แน่ ๆ เลยครับ  

เขียนเมื่อ 

แบบเดิมก็ไม่เสียหายอะไร

ทำไมต้องทำ คิดอะไรอยู่ครับท่าน

ขอบคุณใยไหมมากครับ ให้รายละเอียดเพิ่มมากขึ้น ทำให้คิดได้อีกหลายแง่มุม

เขียนเมื่อ 

- ได้ยินข่าวครั้งแรก ก็แปลกใจ แต่พอได้แง่คิดจากครูหยุย ก็ตกใจครับ - ในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมตั้งใจฟังครูหยุยมากครับ ได้แง่คิดว่า ครู ศรช.ในตำบล ต้องไม่เป็นพระเอกเสียเอง ! - ช่วงที่เลิกประชุม ผมกับเพื่อนยืนรอครูหยุยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอยู่ ห่าง ๆ - เกรงใจครูหยุยมาก ไม่กล้าชวนคุย ได้แต่ขอถ่ายภาพด้วย

คุณศุภัชณัฏฐ์ครับ ระบบสำคัญมากจริงๆ แต่ขณะนี้กำลังมีปัญหาที่ทางมหาดไทยถูกสอบสวนอยู่ครับ

อ.พรชัยครับ ของเดิมคือทำบัตรเมื่ออายุครบ 15 ปี ก็ทำไปแบบเดิม แต่กฎหมายนี้ให้ทำเพิ่มโดยเริ่มตั้งแต่อายุ 1 ขวบ ผมคิดว่าเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุครับ

ครูประยุทธครับ ต้องขออภัยจริงๆ ที่มีเวลาให้น้อยมาก เพราะต้องเร่งไปประชุมต่อที่จุฬาฯครับ แต่ที่ดีมากคือได้รู้ว่าใครมาถ่ายภาพร่วมกันด้วย ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะครูหยุย

ดาวอ่านข่าวเรื่องนี้ผ่านๆ ก็งงเหมือนกันว่าเค้าคิดอะไรกันอยู่

บัตรประชาชนเป็นบัตรที่ใช้แสดงตัวตน ต้องพกติดตัว...แล้วทีนี้จะให้เด็ก 1 ขวบพกบัตร...เฮ้อออ คิดภาพไม่ออกจริงๆ ค่ะ

พยายามคิดหาเหตุผลในการทำบัตรแล้ว...ด้วยสมองน้อยๆ นี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะมีประโยชน์อันใด นอกจากสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ที่เหลือก็คือเหตุผลในด้านร้ายๆ อย่างในบันทึกของครูหยุยล่ะค่ะ เอ...จะมองโลกในแง่ร้ายไปมั้ยเนี่ย?

blue star ครับ เขาให้พ่อแม่พกแทน ส่วนความต่างจาแบบเดิมคือมีภาพใบหน้า สิ่งที่ต้องคิดตามมาคือ เด็กใบหน้าเปลี่ยนเร็วมาก ผ่านไปปีสองปี หน้าก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ยิ่งไม่ควรทำใหญ่เลย

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับครูหยุย
  • ดีใจที่เจอครูทางบล็อก เคยเห็นแต่หน้าจอทีวี
  • เห็นด้วยกับทั้ง 3 ประเด็นครับ
  • ขนาดอายุ 15 ปี เดินเองได้ ให้ไปทำบัตร ยังมีปัญหา
  • เด็กแบเบาะ อายุตั้งแต่ 1 ปี ชาวบ้านคงลำบากขึ้นอีก
  • หากไม่ให้เด็กพกบัตร  คงจะไม่ต่างอะไรกับที่พ่อแม่ถือทะเบียนบ้าน
  • เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเวลาไปติดต่อราชการ ต้องมีกระเป๋าสำหรับพกบัตรที่มีหลายๆๆ ใบ
  • น่าสงสารคนไทยนะครับ เอะอะอะไรก็ออกกฏหมายบังคับ
  • แค่ทำของเดิมให้มันดีก็น่าจะเพียงพอแล้ว
  • คิดใหม่บางทีก็สร้างปัญหาใหม่ตามมาเสมอๆ นะครับ
  • ลปรร.นะครับ

สิงห์ป่าสักครับ ขอบคุณสำหรับประเด็นต่างๆ ที่ทำให้การค้านมีน้ำหนักขึ้น สำคัญคือ ลปรร. ย่อจากอะไรครับ

ใยไหม
IP: xxx.46.176.222
เขียนเมื่อ 

ลปรร. ย่อมาจาก แลกเปลี่ยนเรียนรู้

gotoknow ย่อว่า G2N  หรือ g2n

  • ได้ความรู้มาจากใน blog นี้ เห็นครั้งแรก ๆ ก็งงเหมือนกัน
  • ถ้าเข้าใจผิด หวังว่าชาว G2N คงแก้ไขให้ใหม่

 

ได้คุณใยไหมมาอธิบายแทนแล้ว ดีใจจังและยังได้คำย่ออื่นแถมอีกด้วย ไชโย

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

มองว่าไม่น่าจะจำเป็นนะคะ เพราะเด็ก (รวมทั้งผู้ใหญ่) มีเลขที่ประชาชนตามทะเบียนบ้านอยู่แล้ว

อีกทั้งเมื่อเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา ก็ต้องมีบัตรประจำตัวนักเรียน หากต้องการบัตรยืนยันตัวจริงๆ ก็น่าจะใช้แทนกันได้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

เรียนครูหยุย

แวะเข้ามา อ่านความคิดที่แตกต่างกันไป ในเรื่องนี้

...อายุ15อย่างเดิมก็ดีอยู่แล้วนะคะ

...ถ่ายตอน1ขวบ เจ้าหน้าที่ คงมึนน่าดู

...แต่ถ้าเป็นกฎหมายจริงๆ ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้

ลปรร เช่นกันค่ะ

ด้วยความเคารพ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เห็นข่าวแล้วก็ "งง" เหมือนกันค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่ต้องให้เด็กทำบัตรประชาชน แต่พอเห็นข้อมูลบางส่วนที่ครูหยุยนำเสนอแล้ว...พอเข้าใจค่ะ

ตัวเลขมันเยอะจริงๆๆ

เขียนเมื่อ 

...อ่านแล้ว..ต้องปลง..เจ้าค่ะ...(ขอหดหัวอยู่แต่ในกระดองต่อไป...เหอๆๆ..ไม่รู้จะคิดยังไง....กับมนุษย์"ขี้เหม็น"อิอิ..)..ดีใจที่ได้เห็นข้อความนี้..ให้ปรากฎ..เป็นข้อวิจารณ์....สวัสดียายธีค่ะ

thanyasak
IP: xxx.206.145.92
เขียนเมื่อ 

โรงพยาบาลที่คลอดเด็กแจ้งเกิดกับนายทะเบียน รุบุเพศ รูปพรรณ ตำหนิ สิ่งอื่นใดให้ที่ละเอียดที่สุด ค่อยทำบัตรเมื่ออายุ 3-4 ขวบก็ได้ครับ ให้เด็กนั่งถ่ายรูปเถอะ อย่านอนถ่ายเลย เขาเบื่อนอนถ่ายมานานแล้วละครู

สภาผู้แทนก้ออกกฎหมายได้ทุกเรื่อง เว้นแต่เรื่องสำคัย เร่งด่วน..โถ..สภาไทย

เรียน อ.วัลลภ ผมเห็นด้วยกับทางราชการว่าให้เด็กอายุตั้งแต่หนึ่งขวบขึ้นไปต้องทำบัตรประจำตัวประชาชนเพราะจะได้มีหลักฐานประกอบการไปแสดงตัวในที่ต่าง ๆ เช่น ไปสมัครเข้าเรียน ไปรักษาพยาบาล เป็นต้น ที่กลัวว่าจะมีการโกงกินกันและกลัวจะสวมตัวนั้น ต้องหาวิธีป้องกันเอา ส่วนที่ไม่เห็นด้วยคือให้บัตรมีอายุใช้งานได้ถึง 10 ปี ควรจะให้มีอายุใช้งานเพียง 5 ปีก็พอเพราะรูปถ่ายตอนอายุ 1 ขวบกับตอนอายุ 10 ขวบน่าจะต่างกันมาก ฝากเพิ่มเติมหนึ่งเรื่องคือบัตรประจำตัวประชาชนเป็นแบบ Smart card จึงทำให้แพงถึงใบละ 37 บาทแต่ยังใช้ประโยชน์น้อยมาก ควรทำให้ใช้ประโยชน์มากกว่านี้หรือหันกลับไปใช้แบบธรรมดาราคาจะได้ถูกลง ขอบคุณ อ.วัลลภ ที่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น

ชนบท
IP: xxx.49.193.245
เขียนเมื่อ 

ไม่รู้สิครับ ฟังดูเป็นนโยบายที่ดีนะครับ สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของตัวบุคคลได้ไม่ว่า เด็ก...หรือผู้ใหญ่ ไปที่ไหนก็สะดวกถ้าเป็น smart card ด้วยทั่วทั้งประเทศยิ่งดีใหญ่ เลย เวลาไปไหนก็ถือแค่บัตรเดียว เข้าเครื่องอิเลคทรอนิค แสนรู้ ก็รู้สถานะ ว่าใครเป้นใครมีประวัติอะไรบ้าง มีโรคประจำตัวอะไร ทำธุรกรรมอะไรก็สะดวกง่ายไปหมด เลยครับ

แต่บางที ผลกระทบหรือปัญหาที่ตามมาก็น่าคิดนะครับ ว่ามันจะคุ้มหรือเปล่า ผมรู้สึกว่าปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะภาครัฐฯเองก็ตามที พยายามที่จะนำระบบเทคโนยีสารสนเทศ เข้ามาช่วยจัดการงาน หรือปัญหาต่าง ๆ แต่ก็ลืมไปหรือไม่ว่า บางทีมันไม่ได้ช่วยอะไรมากเลย หากบรรทัดฐานของสังคมในแต่ละที่ไม่เท่ากันเลย สังคมในเมืองมีความพรั่งพร้อมทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าชนบทหลายเท่าตัว และสังคมในเมืองก็เป็นส่วนน้อยกว่าสังคมชนบท หากจะอาศัยเพียงเครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีอย่างเดียวมันคงไม่สำเร็จเท่าที่ควาร

ฟังดูอาจไม่เกี่ยวอะไรกับ บัตรประชาชนของเด็ก ... นะครับ

ผมคิดคล้ายคุณณัฐรดาครับ หรือหากจะทำให้แบบมีเหตุผลหน่อย ก็ทำตอนเข้าเรียนประถมหนึ่งก็ได้

คุณปิ่นธิดาครับ ผมก็พยายามวิเคราะห์และยกประเด็นนี้ขึ้นมาให้พิจารณากัน อย่างน้อยถ้าเรารอบคอบก็น่าจะประหยัดงบประมาณประเทศไทยได้บ้าง เอาไว้ไปใช้เพื่อพัฒนาเด็กๆ ในด้านอื่นๆ ดีกว่าครับ

กอหญ้าครับ งบประมาณแผ่นดินแต่ละบาทล้วนแต่มาจากภาษีอากรของประชาชน ต้องช่วยกันดูแลควบคุมครับ อย่าให้ใช้ไปในสิ่งที่ได้ประโยชน์น้อย

ขอบคุณยายธีครับ อย่าเพิ่งสลดใจมากเกินไปนะครับ เดี๋ยวยายเป็นลม

thanyasak ครับ เด็กอายุ 1-5 ขวบหน้าตาเปลี่ยนเร็วมาก ถ่ายไปตอน 1 ขวบ ไม่นานหน้าก็เปลี่ยน จำไม่ได้

ประเด็นคุณสุพจน์ก็น่าสนใจนะครับ ขอบคุณครับ

คุณชนบทวิเคราะห์น่าสนใจมากครับ สัมพันธ์และเกี่ยวพันกันไปหมดครับ อาจเป็นเพราะว่านักกาเรมืองไทยเรามีประวัติเรื่องคอรัปชั่นมาก จนทำให้เมื่อคิดและจะทำอะไรออกมา น่าสงสัยไปหมด เพราะบทเรียนที่ผ่านมามันฟ้อง

เขียนเมื่อ 

สวัสดี ครับ ครู หยุย

สงสารประเทศไทยครับ

พ.แจ่มจำรัสครับ ประเทศไทยของเรามีทรัพยากรมากมหาศาล เสียดายที่เรามีนักการเมืองคุณภาพน้อยไปหน่อย และที่น่าเศร้าใจมากคือเรามีนักการเมืองคอรัปชั่นกันจำนวนไม่น้อยเลย

พิชิต
IP: xxx.206.54.229
เขียนเมื่อ 

เรียน ครูหยุย

ผมทำงานอยู่ต่างจังหวัด กำลังทำ ดร.ทางรัฐศาสตร์ จบ ป.ตรี โท รัฐศาสตร์ราม อยากแสดงความคิดเห็น

กับบทความข้างล่าง ผมว่า ไม่แปลกที่ เพลโต้ ได้คิดวิธีเลือคนโดยใช้การ ศึกษา

กว่าจะได้เป็น Philosopy King หรือราชาปราร์ช รัฐสภายุค รธน ๕๐ ไม่ได้กำหนดการศึกษาของ สส กฏหมายถึงออกมาในรูปนี้

โสเครตีส อาจารย์เพลโต้ สอนว่า กฏหมายเป็นเพียงผลผลิตของนักการเมืองเท่าน้ันเอง

เด็กที่เกิดมามีอายุครบ 1 ปี นับแต่วันเกิด หรือ 60 วัน นับแต่วันได้สัญชาติไทย สำหรับผู้ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดหรือได้กลับคืนสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ต้องมีบัตรประชาชน นอกจากนั้นยังระบุด้วยว่า ให้ใช้บัตรนั้นได้นับแต่วันออกบัตรและมีอายุ 10 ปีนับแต่วันเกิดของผู้ถือบัตร รวมทั้งตัดเงื่อนไขการมีชื่อในทะเบียนบ้านออก

ประชุมครม. ลงมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 222 ต่อ 81 เสียง งดออกเสียง 5 และไม่ลงคะแนน 13 เสียง

ผมว่าสภายุดนี้เป็นสภา ยุค post modern time หรือยุดย้อนกลับ สู่อดีต

ประภารัตน์
IP: xxx.206.235.232
เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับหลายๆ คน เด็กอายุ 1 ขวบไม่น่าให้ไปทำบัตรประชาชนเลย เพราะเมื่อเข้าเรียนเมื่ออายุ 4 - 5 ปี

ก็ต้องทำบัตรนักเรียนและถ่ายรูปติดด้วยอยู่แล้ว หากจะบอกว่าจำเลขประชาชนไม่ได้ ก็ถ่ายเอกสารใบเกิดก็มีแล้วว่าเลขอะไร

ต้องหมดเปลืองงบประมาณอีกเท่าไรสำหรับเรื่องพวกนี้ ปัจจุบัน คนที่อายุ 15 ปี ขึ้นมาไปทำบัตรประชาชนยังได้ใบเหลือง

ถ้ารวมเด็ก 1 ขวบอีกต้องรอถึงปีไหนจึงจะได้บัตร เจ้าหน้าที่ สา'สุข ที่ทำงานทะเบียนบัตรประกันสุขภาพ ตอนนี้เป็นบัตรรุ่นเก่า

ต้องเปลี่ยนบัตรรุ่นใหม่เพราะต้องผ่านเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ด ยังไม่สามารถขึ้นและรับบัตรใหม่เพื่อทำงานได้เลย แล้วทำไมหาเรื่องให้วุ่นวายมากขึ้นไปอีก พรรคการเมืองบางพรรคคิดแต่ต้องมีงานหรือต้องการเงินเข้าพกกันแน่ คิดได้อย่างไรแต่ละโครงงาน

เด็กมัธยมต้นยังหัวเราะ จะดื้อแพ่งเอาให้ได้เดี๋ยวก็เหมือนกรณี เอาเงินทำโครงการปิดถนนให้ซิ่งนั่นแหละ

เฮ้อ จะรอชาติไทยให้พัฒนาอย่างไร ในเมื่อตัวแทนคนไทยไม่มีจริยธรรมและวินัยจริงๆ

ขอบคุณครับคุณพิชิต ที่นำตัวบทกฎหมายมาตราที่เกี่ยวข้องนี้มานำเสนอไว้ ส่วนที่ว่าสภายุคนี้จะเป็นยุคเช่นไรนั้น ผมไม่ขอวิจารณ์ครับ

คุณประภารัตน์ครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วนนะครับ

พรสมพงษ์
IP: xxx.207.88.211
เขียนเมื่อ 

ผู้ออก กฏหมาย น่าจะคุยกับเด็กเอง ไม่ใช่บังคับ พ่อแม่

คุยกับเด็กที่อายุไม่ถึงขวบให้รู้เรื่องก่อน แล้วค่อยออก กฏหมาย

แค่รหัสสุ่ม ชาวบ้านก็ไม่มีปัญญา เข้ามา ถาม-ตอบ แล้ว ยากส์..............ส์

เขียนเมื่อ 

แม้แต่บัตรประชาชน ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ยังนำมาใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่เลยครับ แล้วเด็กตัวเล็ก ๆ โอาสที่ จะได้ไปทำธุรกรรมทางกฏหมาย จะมีมากน้อย ขนาดไหน?

เขียนเมื่อ 

เรียนคุณครูหยุ๋ย

ประเด็นนี้ก็คิดได้ 2 แง่มุม

* ที่ดีก็คงเพื่อยืนยันตัวตนเด็ก

* ที่ไม่ดี อาจสิ้นเปลื้องอย่างที่ว่า บางครอบครัว ไม่รู้อาจถูกปรับเสียเงินก็น่าสงสาร

ถ้าจะทำก็น่าจะประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง อำนวยความสะดวกให้ประชาชน แต่อย่าเพิ่งปรับเลย

..........ที่สำคัญ ต้องทำอย่าโปร่งใส นี่แหละที่ทำยาก.......

หน่อย นวนคร
IP: xxx.121.196.10
เขียนเมื่อ 

ผมอายุใกล้ 60ปีแล้ว ยังไม่เคยได้ใช้บัตรสมาร์ทการ์ดเลย ไปทำบัตรประชาชนที่ไร หมดทุกที ใช้แต่แบบเก่า แถบแม่เหล็ก ก่อนตายจะมีโอกาสได้ใช้กับเขาหรือไม่ก็ไม่ทราบ..แล้วเด็กขวบเดียว ที่เกิดปีละ 800,000คน จะได้ใช้ก่อนอายุ 10ขวบกันหรือเปล่า..

Annie
IP: xxx.157.148.162
เขียนเมื่อ 

ตามที่คุณ "เจ๊ปุ๊" กล่าวครับ ลองมองสองแง่เปรียบเทียบแล้วชั่งน้ำหนักดูก่อน

ผมก็มาลองคิดดู ในสภาวะปัจจุบันที่ประเทศเป็นอย่างนี้เนี่ยมองเห็นประโยชน์ที่จะได้รับมันน้อยนิดเหลือเกิน น่าจะนำเรื่องเร่งด่วนอื่นๆของประเทศมาพิจารณาก่อนนะครับ เรื่องการศึกษายังไปไม่ถึงไหนเลย ประเทศจะเจริญได้เพราะคนมีการศึกษา หมั่นหาช่องทางส่งเสริมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้เท่าเทียมก่อนเถิดท่านๆทั้งหลาย ค่าบัตรปีละร้อยล้านพันล้านคงได้ช่วยเพิ่มโอกาสคนยากจนเยอะอยู่ อย่ามัวแต่หาเรื่องหมูๆมาโกยกันนักเลย ทำดีเข้าไว้แล้วชาวบ้านจะได้สรรเสริญห้ท่านทำอาชีพการเมืองอยู่ในหัวใจประชาชนตาดำๆได้นานๆ ไม่ต้องมาคิดหาเงินซื้อเสียงก่อนเลือกตั้งดังเช่นทุกวันนี้

เขียนเมื่อ 

ผู้แทนราษฎรเมืองไทยส่วนมากความติดความอ่านระดับ...ทั้งนั้น ก็คงเป็นบุญวาสนาเมืองไทยที่มีนักการเมืองที่สามารถคิดได้แค่นี้...กฎหมายที่สำคัญมีประโยชน์ต่อประชาชนที่รีบด่วนกลับทำเป็นเฉย ควรน่าจะมีการไตร่ตรองให้ดีนะครับ ได้แต่หวังสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายให้ช่วย...

เขียนเมื่อ 

ครูหยุยค่ะ เด็กเกิดใหม่ทุกคน ควรมีการตรวจ DNA เป็นรหัสประจำตัว  และต้องทำเป็นฐานข้อมูลของประเทศ ซึ่งเป็นหลักฐานราษฎร์ไทย จะทำบัตรประชาชนเมื่ออายุเท่าไหร่ก็ต้องใช้รหัสประจำตัว(DNA)ของเด็กไทยทุกคน คงจะลดความยุ่งยากในหลายด้าน ไม่ว่าในแง่ของความมั่นคงของชาติ ด้านชาติพันธุ์ ด้านสุขภาพ ด้านคุณภาพมนุษย์ ฯลฯ. ได้มากที่เดียว มันต้องมีวิธีแปลงรหัสDNA ที่มีประสิทธิภาพ อย่างแน่นอน เทคโลโลยีปัจจุบันเอื้อให้ทำได้นะ ครูหยุย

เขียนเมื่อ 

เรียน คุณครู ครับ

ผมมองว่าในทุกเรื่อง ทุกประเด็นมันมีสองด้านเสมอ คือมีทั้งดีและไม่ดี มันอยู่ที่วัตถุประสงค์เป็นหลัก ครับ คือ ทำเพื่ออะไร ได้อะไร ประโยชน์มีมากน้อยแค่ไหน ตรงตามเป้าหมายไหม? ครับ

คุณพรสมพงษ์ เล่นประชดให้ไปคุยกับเด็กหนึ่งขวบก่อน ผู้ออกกฎหมายเหล่านั้นทำไม่ได้หรอกครับ

NUT ครับ คิดตรงกันครับว่าบัตรที่มีอยู่นี้ยังใช้ได้ไม่เต็มที่เลย น่าจะพัฒนาให้ก้าวหน้าเสียก่อน

เจ๊ปุครับ หากเรื่องนี้เกิดในสังคมที่โปร่งใส ทุกอย่างไม่น่ามีข้อสงสัยใดใด แต่นี่เห็นแต่ละเรื่องที่เสนอมานั้น เข้าข่ายน่าสงสัยและไม่น่าไว้วางใจเป็นส่วนใหญ่

คุณหน่อยคงได้ใช้ล่ะครับ เพราะเขากำลังตรวจสอบเรื่องประมูลระบบกันอยู่ หากเรียบร้อย เรื่องบัตรจำนวนมหาศาลตามมาแน่

Annie ครับ ผมก็เห็นว่ามีเรื่องมากมายที่สร้างประโยชน์แก่บ้านเมืองได้มาก น่าจะคิดทำเสียก่อนเรื่องนี้ คงเพราะรัฐบาลอยู่อีกไม่กี่เดือนก็จะเลือกตั้งแล้ว ต้องตุนกระสุนเงินกันไว้ก่อน

คุณเข็มทิศครับ นักการเมืองที่ดีก็มีอยู่มากเช่นกัน เพียงแต่หลายครั้งนั้น จะตามไม่ทันระดับแกนนำที่คร่ำหวอดวงการ

Lin Hui ครับ แนวคิดเรื่อง DNAน่าสนใจครับ เพียงแต่การตรวจนั้นยังแพงมาก

เห็นเช่นเดียวกับ รองฯดิ่งครับ

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับครูหยุยครับ เค้าคิดกันได้ไงนี่

apple
IP: xxx.205.86.113
เขียนเมื่อ 

ทำไมต้องมีบัตรประชาชนเด็ก มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น คือ การคอร์รัปชั่น หาเงินเข้ากระเป๋าที่ตุงอยู่แล้ว เด็กไทยทุกคน เมื่อแรกเกิดก็ถูกระบุตัวบุคคล โดยสูติบัตร และในสูติบัตรก็ระบุเลขบัตรประชาชนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องทำบัตรประชาชน และที่สำคัญ ดิฉันเองบัตรประชาชนหมดอายุเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 พอวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 ก็ไปขอทำบัตรใหม่ทันที แต่ปรากฎว่า จนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่ได้บัตรเลย ยังต้องใช้บัตรเหลืองอยู่เลย อิอิ เพราะเจ้าหน้าที่ทำบัตรแจ้งว่ายังไม่มีงบฯ รัฐบาลคงมีเงินเยอะเนอะ จึงจะทำบัตรให้เด็กทารกอีก อิอิ ทำไมไม่ทำประชาพิจารณ์ นักวิชาการ นักกฎหมาย และผู้ที่เกี่ยวข้อง คงชอบแต่นั่งเทียนตรวจสอบดวงชะตาอยู่แน่ๆ เลยไม่รู้ว่าประเทศไทย คนไทย ตอนนี้ เป็นหนี้กันหัวละกี่บาท ??? ลองไปถาม อาจารย์ฟันธง หรือคอนเฟิร์มสักคนสิ แล้วจะรู้ เอง ถ้าเงินมันมีมากนักขอยืมเงินสักล้าน จะได้ไหมคะ รัฐบาล จะให้ดอกเบี้ยร้อยละ 30 ต่อเดือน เลยเอ้า เพราะยังถูกว่าดอกเบี้ยรายวันที่จ่ายอยู่ตอนนี้ ร้อยละ 60 ต่อเดือน อิอิ แบบว่า ไอ้หมวกกันน็อคอ่ะ รัฐมนตรีรู้จักไมคะ และดีกว่าให้พวกรัฐมนตรีและพวกโกงกิน นะ เพราะไม่ได้คืนทั้งต้นและดอกเบี้ย อิอิ....

kruto รับ ผมก็ยังสงกะสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำ ทำไมเด็กอายุ 1 ขวบ

apple ครับ เข้าใจว่าคงไม่ขนาดนั้นหรอกครับ หลายโครงการก็ดี ทำเพื่อประชาชน แต่นี่เป็นโครงการที่ทำเอางงมากๆ

เขียนเมื่อ 

ผมก็อยากถามกลับว่า มันมีเหตุผลอะไรบ้างครับ กับการต้องทำบัตรประชาชนเด็ก สงสารเมืองไทยจริง ที่ยุคนี้นักการเมืองเข้ามาแสวงหาแต่ประโยชฯ์ส่วนตนมากเกินไป แล้วผลักภาระให้ประชาชนตาดำๆ ทำไมเรื่องของสังคมต่างๆที่ยังควรต้องทำมากกว่านี้ทำไมไม่ทำครับ

Peter p ครับ ทุกครั้งที่คอรัปชั่น เขาไม่เคยคิดหรอกครับว่า ผลักภาระให้ประชาชน เพราะตอนไปหาเสียงและให้คนลือกนั้น เขาจ่ายตังส์ให้แล้ว คนชอบ เขาคิดเพียงเท่านั้น ผลที่ตามมาคือถอนทุนและกำไรมหาศาล

เขียนเมื่อ 

จริงอย่างที่อาจารย์ ว่า ผมว่าประเทศไทยเรานี่น่าอยู่มากมายนะสำหรับผม แต่เสียดายที่คนดีๆที่เป็นนักการเมืองน้ำดี ผมแทบจะไม่เคยได้รู้จักเลยครับ อย่างเราแค่เฟืองเล้ก ก็ทำได้เพียงช่วยจรรโลง และสั่งสอนเด็กๆให้เขาโตมาอย่างมีประสิทธิภาพ ตามกำลังของประชาชน จนๆเล็กคนหนึ่ง ที่ต้องต่อสู้ ทำมาหากินด้วยลำแข้งต่อไป

พลังเล็กๆ นี่ล่ะของจริงเลย Peter p ทำเถิดครับความดี อย่างไรในที่สุดก็ชนะความเลวได้ แม้อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยก็ตาม

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับอาจารย์ สำหรับคำแนะนำ จะติดตามข่าวคราวต่อไปครับ

อัปสร ศรีจันลี
IP: xxx.28.35.3
เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมากค่ะ อาจารย์ สำหรับความรู้เพิ่มเติม นิดติดตามข่าวการเมืองตลอด เป็นกำลังใจให้อาจารย์ สำหรับการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในด้านสร้างสรร สังคม ขอบพระคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ ครูหยุย

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนค่ะ

จากประสบการณ์นะคะ เกษตรกรเวลามาติดต่อราชการบางคนยังไม่พกบัตรประชาชนมาเลยค่ะ บางคนก็เก็บไว้รวมกับสามีหรือภรรยา บางคนก็บัตรหมดอายุไปนานแล้วก็ไม่ยอมไปทำใหม่ซักที เหมือนกับว่าไม่เห็นความสำคัญหรือประโยชน์ของบัตรประชาชน แล้วมาออกกฎหมายให้เด็กขวบนึงทำบัตรประชาชน เพื่อประโยชน์อะไรหรือประโยชน์ของใครกันแน่ เหมือนกับที่มีข่าวเรื่องทุจริตสมาร์ทการ์ดน่ะค่ะ

Perter p ครับ ไว้วิสาสะกันในโอกาสต่อๆไปนะครับ

อัปสรครับ ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยือนนะครับ ผมพยายามจะสื่อสารสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ครับ

มดตะนอยครับ สิ่งท่ี่มีอยู่ในปัจจุบัน หากทางมหาดไทยพยายามปรับให้ดีและครอบคลุมผมว่าเพียงพอและดีต่อการช่วยเหลือประชาชน แต่นี่มาเพิ่มงานโดยระบบเดิมยังแย่อยู่ก็น่าคิดนะครับ

ภาวนา มีรอด
IP: xxx.172.167.59
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับแนวคิดนี้ ความเป็นจริงแล้วต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก มีความจำเป็นที่เด็กต้องใช้หรือไม่ พอฟังครูหยุยอธิบายจึงได้ข้อคิดอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยทีเดียวค่ะ

ขอบคุณค่ะครูหยุย

ภาวนาครับ ผมได้แต่ภาวนาให้บรรดาผู้แทนและ สว.ทั้งหลายเท่าทันเรื่องนี้ขึ้นบ้าง จะได้ป้องกันการคอรัปชั่นและประหยัดงบประมาณชาติลงได้

nanthawan niyomsaman
IP: xxx.8.98.105
เขียนเมื่อ 

ขออนุญาติร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ "ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการทำบัตรประชาชนเด็ก เพราะเด็กสามารถใช้สูติบัตรแสดงความเป็นคนไทยอยู่แล้ว การเจริญเติบโตและใบหน้าของเด็กจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่เห็นด้วย แจ้งเกิดเขายังไม่แจ้งเลย นับประสาจะต้องพาลูกไปทำบัตร คิดว่าสภาฯควรคิดเรื่องใหม่ทำที่จะทำให้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้"

คุณ nanthawan มาเป็นชุดเชียวครับ เห็นพ้องต้องกันครับ

aplang
IP: xxx.47.67.240
เขียนเมื่อ 

การลงมติเพื่อรับหลักการอะไรสักเรื่องมีสส.อยู่ในสภาอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของสภาจึงจะผ่านกฏหมายฉบับนั้น ๆ ได้ หลักการและเหตุผลในการออกกฏหมายแต่ละฉบับมันมีอยู่ ถ้าคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะมีคอรัปชัน อาจารย์ว่า สส.ที่อยู่ในสภาขณะนี้จะคอรัปชันจากกฏหมายฉบับนี้ได้อย่างไร ถ้าอาจารย์เอาทัศนคติที่มองสส.ว่าเอาแต่คอรัปชัน ผมว่า ความกลัวทำให้เสื่อมนะครับ

คุณ aplang ครับ ที่กล่าวถึงมติครึ่งหนึ่งในการลงรับหลักการนั้น ถูกต้องครับตามหลักการลงมติ ผมขอยกตัวอย่างเทียบเคียงกฎหมายฉบับหนึ่ง เสียงรับหลักการล้นสภา และเสียงข้างมากเช่นกันที่ผ่านกฎหมายฉบับนี้เร็วมาก ถัดมาเพียงหนึ่งวันก็มีขายหุ้นภายใต้หลักการกฎหมายฉบับนี้ ผลคือมีการได้ผลประโยชน์มโหฬาร นำไปสู่การประท้วงจนเป็นที่มาของความวุ่นวายในปัจจุบัน คงยังไม่ลืมนะครับ

ส่วนเรื่องบัตประชาชขนเด็กนั้น ตัวกฎหมายเอื้อไปสู่การทำบัตรสมาทการ์ด การวางระบบ ผมได้แต่ตั้งข้อสังเกตให้เห็นเท่านั้น เมื่อกฎหมายใช้แล้ว มาช่วยกันตามต่อไปว่า จะมีการโกงเรื่องการทำบัตร การสวมชื่อแทนเด็กที่ตาย ฯลฯ ว่าจะมีตามมาไหมครับ

ถามว่ากลัวไหม เฉยๆ ครับเพราะชิน แต่ก็ไม่อยากให้เราปล่อยจนให้เลอะเหมือนทุกวันนี้ ที่เราไม่กำกับเอาจริง จนประเทศไทยติดการคอรัปชั่นอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งคือความเสื่อมที่ยังไม่คลาย

ดร.เป้ เปี่ยมบริบูรณ์
IP: xxx.25.225.59
เขียนเมื่อ 

ครูหยุยครับ

ระบบราชการเมืองไทยมันพิการกันไปหมดแล้วหรือครับ

มาตรการ Check and Balance ช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือนี่

ครูหยุยน่าจะรู้ดีที่สุด เพราะท่านมีบทบาทที่จะต้องสนับสนุนในบางเรื่อง และคัดค้านในบางเรื่อง

ถ้ามาตรการ Check and Balance ล้มเหลว ก็ไม่เหลืออะไรให้กับประชาธิปไตยอีกแล้ว

ในฐานะที่ครูหยุยมีประสบการณ์มากมายในสภา ท่านก็ต้องตีแผ่ความจริงเชิงประจักษ์

มิฉะนั้นเขาก็จะหาว่า ครูหยุยคิดมาก วิตกจริต เลื่อนลอย ความกลัวทำให้เสื่อม ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องจริง

"ความกลัวในสิ่งที่ไร้เหตุผล ทำใช้ชีวิตเสื่อมต่ำ

ความกล้าหาญในทางที่ถูกที่ควร จะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์"

ผมเชื่ออย่างนี้ คิดอย่างนี้ และเป็นอย่างนี้ มา ๒๐ กว่าปีแล้วครับ ...

มันอยู่ที่ น้ำกับไฟ สิ่งไหนมีมากกว่ากัน ...

ใครจะเป็นน้ำ ใครจะเป็นไฟ เลือกทางกันเองทั้งนั้น ...

ผมเลือกเป็นน้ำ เช่นเดียวกับครูหยุยครับ.

ดร.เป้ ครับ ผมนะพอรู้อยู่บ้าง คงไม่รู้มากที่สุดครับ จริงดังที่ว่า "ความกลัวในสิ่งที่ไร้เหตุผลทำให้ชีวิตเสื่อมต่ำ ความกล้าหาญในทางที่ถูกที่ควร จะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์" ผมก็พยายามตีแผ่เท่าที่จะทำได้ แม้จะได้ผลน้อย ก็พยายาม นี่คือเหตผลสำคัญที่ผมไม่ยอมเข้าสังกัดพรรคการเมืองใดใดเลย เพราะทนความบิดเบี้ยวของคนในพรรคไม่ได้

ก็พยายามเป็นน้ำล่ะครับ แต่ดับไฟที่โชติแรง ที่ลามไปทั่วไหวไหม ก็ต้องราดเข้าครับ ดับได้แค่ไหนก็แค่นั้น อย่างน้อยก็ลดความร้อนให้คนในสังคมได้บ้างก็พอใจแล้ว

ดร.เป้ เปี่ยมบริบูรณ์
IP: xxx.25.21.238
เขียนเมื่อ 

ผมดีใจกับคำตอบแบบตรงไปตรงมา และชัดเจนของครูหยุย

เมื่อไรเวทีการเมืองไทยจึงจะเปิดกว้างมากขึ้น สำหรับคนที่มีคุณสมบัติคล้ายครูหยุย

จะได้ช่วยกันทำหน้าที่ดุจหมาเฝ้าบ้าน (Watch Dog)

ขอเป็นกำลังใจให้กับคนมีโอกาสอย่างครูหยุยตลดไป

อย่าเพิ่งท้อแท้ซะก่อนล่ะครับ

ขอบคุณครับ ดร.เป้ ที่มาให้กำลังใจ ผมไม่เคยท้อครับ เพียงแต่ยังไม่แน่ใจในตนเองสักเท่าไหร่ว่า จะก้าวเข้าสู่การเมือง

เต็มตัวหรือไม่ อย่างไร เท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม อยู่แบบปัจจุบันก็พบว่าทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้พอสมควรครับ

สวัสดีค่ะครูหยุย

ขอโทษที่ตอบช้าหน่อยน่ะค่ะ

ช่วงนี้เปิดเทอมแล้วน่ะค่ะ

^^

ตัวหนูก็สบายดีค่ะ

ครูหยุยละค่ะ

ช่วงนี้ก็หน้าฝนแล้ว รักษาสุขภาพด้วยน่ะค่ะ

หนูเหนือกาลเวลาหายไปนาน จนนึกห่วง

เปิดเทอมแล้วตั้งใจเรียนหน่อยนะครับ ครูเองสบายดี อาจต้องเดินทางและประชุมมากหน่อยก็เป็นธรรมดา

สวัสดีค่ะ ครูหยุย

ไม่ได้ตอบกลับหลายวันเลย

พอดีที่หาดใหญ้น้ำท่วมนะค่ะ

หอพักหนูก็โดนไปด้วย

ถึงกับมิดชั้น1 ไปเลยละค่ะ

ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้

แต่ตอนนี้ก็น้ำลดแล้ว สบายดีค่ะ

ครหยุยละค่ะ ?

สบายดีรึเปล่า รักษาสุขภาพด้วยน่ะค่ะ

หนูเหนือกาลเวลา บันทึกความเป็นไปที่ประสบมา ด้วยข้อเขียนหรือภาพ จะเป็นประโยชน์มากและต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีด้วย หนาวแล้ว ครูสบายดี

คะ ครูหยุย

ก็บันทึกแล้วลงภาพที่ได้มาจากเพื่อนๆไว้นิดหน่อยน่ะค่ะ

ถ้าสะดวกก็เข้าไปดูได้นะค่ะ

หนูเหนือกาลเวลา ครูแวะไปดูภาพที่ถ่ายมาแล้ว น่าเศร้าใจจัง

เขียนเมื่อ 

เป็นสิ่งที่น่าคิดอย่างมากนะครับอาจารย์ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ แน่นอนผลประโยชน์จะตกอยู่ที่ฝ่ายใดเราไม่ทราบแต่สิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันคิดคือทำอย่างไรไม่ให้มีการสวมบัตรประชาชนกัน ญาติพี่น้องผมยังดดนเลยครับ ตอนนี้กำลังเรียกร้องกันอยู่ครับอาจารย์

ครูธนากรครับ เรื่องสวมบัตรนี่เป็นปัญหามาก มูลนิธิสร้างสรรค์เด็กตามแก้ไขมาแล้วหลายราย แต่ละรายกว่าจะแก้ได้ยากมาก เรื่องผลประโยชน์จากบัตรนี่มีมาก มากจนทำให้ต้องคิดมากเรื่องการบัตรตั้งแต่อายุ 1 ขวบว่า เบื้องหลังต้องการอะไรแน่

เขียนเมื่อ 

การให้เด็ก 1 ขวบไปทำบัตร เจตนารมณ์ของกฎหมายนี้ คืออะไรกันแน่คะ ???

ถ้าอยากป้องกันเรื่องการสวมตัว ก็มีได้หลายวิธี ตอนนี้ทางกรรมการสิทธิ โดยมีอ.วิจารณ์ พานิช ร่วมแลกเปลี่ยนด้วย ให้ความเห็นว่า ทางโรงพยาบาลออก ท.ร.1/1 ให้แล้วก็ตามน่าจะต้องมีการปรับประทับรอยเท้าของเด็กลงในเอกสารด้วย ควรจะเปลี่ยนฟอร์มท.ร.1/1 และสูติบัตร เพราะรอยเท้าไม่มีการเปลี่ยนเเปลงไม่ว่าจะโตขนาดไหนแล้วก็ตาม

เขียนเมื่อ 

น่าคิดนะคะท่าน...

อัจฉราครับ วันจันทร์นี้จะประชุมร่วมกับกรมการปกครอง จะลองเสนอเขาดูว่าพิมพ์ฝ่าเท้านะใช้ได้ไหม

อุ้มบุญครับ สิ่งที่ต้องคิดมากคือ นำเสนอโดยใคร เพื่ออะไร

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับคุณครูครับ เด็กได้รับประโยชน์อะไรจากการมีบัตรประจำตัว ตัวเด็กเองยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย อยากทราบเหมือนกันว่าท่านที่ออกแนวคิดท่านยกเหตุผลอะไรจึงอยากให้เด็กมีบัตร อยากให้ท่านได้ เปรียบเทียบข้อดี และข้อเสีย

ของการทำบัตรประชาชนเด็ก ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบก่อนจะดีนะครับ ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับควรจะเป็นตัวเด็กหรือผู้ปกครองเด็ก แต่ที่คุณครูหยุยยกมานี้ ประโยชน์จะตกกับบุคคลอื่นเสียเป็นส่วนใหญ่

ว.วังชัยครับ เหตุที่ยกมานำเสนอ ก็คิดเช่นเดียวกันครับว่า ไม่น่าจะจำเป็นมากขนาดนั้น ผมห่วงเรื่องหาประโยชน์จากโครงการเช่นนี้ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณครูหยุ่ย

ผมยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ แต่สงสัยว่าการที่เด็ดอายุ 1 ขวบทำบัตรประชาชนนี่มันช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาอย่างไร เพราะขณะปัจจุบันเริ่มทำอายุ 15 ปี ยังมีปัญหามากมาย จนเจ้าหน้าที่อำเภอถูกสอบมาก็เยอะ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน การสวมสิทธิสามารถแก้ไขได้จริงหรือ หากทำตั้งแต่อายุ 1 ขวบ หากแต่จะเป็นการขยายระยะในการทุจริตมากขึ้น ไม่ทราบว่าผมมองโลกแง่ร้ายหรือเปล่านนะครับ เพียงแต่คิดว่าปัจจุบันเราทำอย่างไรให้เด็กอ่าน อ่อน เขียนได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก่อนเรื่องทำบัตรอายุ 1 ขวบ

ขอบคุณครับ

บินหลาดงครับ หลายฝ่ายก็ฉงนสงสัยกันอยู่เช่นกัน อีกไม่นานคงกระจ่างชัดขึ้นครับ

ผู้ปกครองเด็กในชนบทหลายๆ คน ไม่มีแม้กระทั่งเงืนค่าเช่า/เหมารถ จะพาลูก/หลานมาทำบัตร

ตั้ง 500 เขาซื้อาหารรับประทานได้หลายวัน

ใครหนอช่างคิด อยากรู้จังว่าใช้อะไรคิด

ชาวบ้านเขาไม่ได้โง่นะคะ แต่เขาจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของเจ้านาย

ครูตุ๋ยนี่นอนดึกมากเลยนะครับ เรื่องบัตรประชาชนเด็กนี่ แค่คิดก็เหนื่อยใจแล้วครับ

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น