ในสมัยที่พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จสู่กรุงกบิลพัสดุ์เป็นครั้งที่สอง (ครั้งแรก พระพุทธองค์เสด็จไปโปรดพุทธบิดาและเหล่าพระประยูรญาติ)_2พระนางมหาปชาบดีโคตมีทรงมีความตั้งใจที่จะนำ ผ้าสาฎก-(ผ้าสำหรับใช้นุ่งห่ม)_ที่คัดสรรมาอย่างดี และผ่านกรรมวิธีในการทำอย่างละเอียดประณีต ไปถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า (2พระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็นพระขนิษฐภคินี (น้องสาว) ของพระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา ดังนั้น พระนางมหาปชาบดีโคตมี จึงเป็นพระมาตุจฉา (พระน้านาง) ของพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์แล้วหลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้เจ็ดวัน ในกาลต่อมา พระเจ้าสุทโธทนะได้ทรงตั้งพระนางมหาปชาบดีโคตมีไว้ในตำแหน่งอัครมเหสี พระนางได้ทรงเลี้ยงดูเจ้าชายสิทธัตถะเป็นอย่างดี เหมือนเป็นพระโอรสของพระนางเอง พระนางมหาปชาบดีโคตมี ทรงเป็นภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา ได้เรียนกรรมฐานและปฏิบัติอย่างจริงจัง จนได้บรรลุพระอรหันต์ พระพุทธองค์ทรงยกย่องพระนางว่าเป็นเอตทัคคะ คือ เลิศกว่าผู้อื่นในทางรัตตัญญู)

สำหรับกรรมวิธีในการผลิตผ้าสาฎกทั้งสองผืนของพระนางมหาปชาบดีโคตมีนั้น ทุกขั้นตอนในการผลิต ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งเสร็จสิ้น ล้วนทำอย่างละเอียดประณีตและพิถีพิถันมากกว่าผ้าสาฎกผืนใดๆในโลก ในขั้นตอนแรก พระพระนางมหาปชาบดีโคตมีจะทรงรับสั่งให้ช่างทอง ทำอ่างทองคำขึ้นมาทั้งหมดเจ็ดใบ เพื่อเอาไว้สำหรับปลูกเมล็ดฝ้ายที่จะนำมาใช้ทอผ้าสาฎกทั้งสองผืน ขั้นตอนต่อมา หลังจากได้อ่างทองคำแล้ว พระนางก็ทรงรับสั่งให้นำทองคำบริสุทธิ์มาฝนจนเป็นผงละเอียด แล้วเอามาผสมกับเครื่องปรุงที่ประกอบไปด้วยจตุมธุรสทั้งสี่ อันได้แก่ น้ำมันเนย น้ำมันงา น้ำผึ้ง และน้ำตาลโตนด ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นวิตามินที่ช่วยเสริมให้เมล็ดพันธุ์ฝ้ายเจริญเติบโต และมีความอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ เมื่อได้ส่วนประกอบต่างๆแล้ว ก็นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้ากับดินเนื้อดี แล้วนำไปบรรจุใส่ลงในอ่างทองคำทั้งเจ็ดใบที่เตรียมเอาไว้ จากนั้น จึงนำเมล็ดฝ้ายมาปลูก พร้อมกับรดด้วยน้ำนมโคสดผสมผงทองคำบริสุทธิ์ทุกวัน

เมื่อต้นฝ้ายเริ่มเจริญงอกงามขึ้น จนผลิดอกออกบานสะพรั่ง พระนางก็จะทรงเก็บดอกฝ้ายนำมาใส่ในผอบทองคำ แล้วทรงนำดอกฝ้ายเหล่านั้นไปหีบ ดีด และปั่น ทำให้เป็นเส้นใยด้วยพระองค์เองอย่างพิถีพิถัน และด้วยกรรมวิธีในการผลิตเส้นใยที่มีความละเอียดประณีตถึงขนาดนี้ จึงทำให้เส้นใยสำหรับทอผ้าสาฎกของพระนางมหาปชาบดีโคตมี มีความละเอียดประณีต ยากที่จะให้เส้นใยใดมาเสมอเหมือน ในขั้นตอนสุดท้าย หลังจากที่พระนางมหาปชาบดีโคตมี ได้เส้นใยสำหรับทอผ้าสาฎกทั้งสองผืนแล้ว พระนางก็จะทรงเฟ้นหาช่างทอผ้าชั้นเลิศที่มีฝีมือในการทอผ้าแบบหาตัวจับยาก เมื่อได้ตัวช่างทอผ้าฝีมือดีแล้ว พระนางจะทรงดูแลช่างทอผ้าเหล่านั้นเป็นอย่างดี โดยให้ช่างเหล่านั้นรับประทานแต่อาหารเลิศรส อีกทั้งพระนางยังทรงมอบเครื่องนุ่งห่ม และเครื่องประดับที่สวยงาม เพื่อเป็นของกำนัลและเป็นกำลังใจให้แก่ช่างเหล่านั้น เป็นจำนวนมากอีกด้วย