ร่วม ๆ แปดปีแล้วที่ ดร.ยรรยงค์ อินทร์ม่วง แวะมาเยือนเก่าจำพาไปชมเขื่อน ( ที่อยู่ไม่ไกลจากเขตเทศบาล ) เพื่อนบ่นว่า ผ่านหู ผ่านตามาได้อย่างไง เขื่อนหรือฝายลักษณะนี้ได้ประโยชน์น้อย ได้ตอบเพื่อนไปว่ามันสร้างไปแล้วเพื่อน ชาวบ้านยังเข้าใจ ๆ ๆ ๆ ว่า เป็นเขื่อนยาง ทั้ง ๆ ที่ความจริงเป็นคอนกรีต ได้เคยสอบถามพลเอก สนั่น เศวตเศรนี อดีต สส.น่าน ท่านนี้เป็นผู้ประสานเอาใจใส่ว่า เหตุใดไม่เป็นเขื่อนยางตามที่เสนอขอและเอาแบบมาให้ชาวน่านดูช่วงรณรงค์ ท่านตอบว่า เป็นเรื่องผลประโยชน์ภายใน ท่านเองก็ไม่ค่อยสบายนัก สรุปว่าไม่ได้เป็นเขื่อนยาง อย่างไรก็ดี ชุดที่นำเสนอจะเป็นเขื่อนยางทั้งคู่ ที่เล่ามาให้ทราบนั้นเป็นช่วงที่ชมรมชาวน่าน รณรงค์เพื่อกลับมาช่วยบ้านเกิดเมืองน่าน ภายใต้สโกแกนที่ว่า " น่านแห้ง น่านแล้ว น่านทิ้งถิ่น " หากจำไม่ผิดเกิดในช่วงประมาณปี ๒๕๓๑
เมื่อวานนี้ ( ๑๑ ต.ค.๒๕๕๓ ) พี่ที่รู้จักโทรจาก อ.เวียงสา บอกว่า ท่านเข้าโครงการเกษียณก่อนกำหนดมากวา ๕ ปี มาทำงานในหมู่บ้าน / ชุมชน ได้รับรู้ความไม่สบายใจของประชาชนเกี่ยวกับการที่มีข่าวสารว่า ทางการจะมาสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำพื้นที่บ้านศรีมงคล ท่านถามว่าเป็นจริงหรือไม่อย่างไร? เราเองไม่ทราบเรื่องแน่ชัด อย่างไรก็ดี ก่อนหน้า ได้ทราบว่า เทศบาล ต.ขึ่ง อ.เวียงสา ได้ทำหนังสือจากข้อเสนอของที่ประชุมหมู่บ้าน กำนัน ไปยังนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน คัดค้านการสร้างเขื่อน หนังสือลงวันที่ ๑๖ กรกฏาคม ๒๕๕๓ มีการคัดค้านเป็นหนังสือ ในส่วนของพี่ที่โทรหาท่านเล่าว่าในตอนค่ำ ชาวบ้าน ๒ หมู่บ้านจะได้ประชุมกันเพื่อพิจารณาว่า จะเห็นด้วยหรือคัดค้านการสร้างฝายหรือเขื่อนกั้นแม่น้ำน่าน สอบถามสื่อมวลชนแล้วไม่มีใครติดต่อให้ไปรับรู้และนำเสนอข่าวแต่อย่างใด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้นำเรียนให้ นพ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร / พระครูพิทักษ์นันทคุณ / ว่าที่ ร.ต.สมเดช อภิชยกุล เพื่อนผองพี่น้องสื่อ และกัลยาณมิตรให้ร่วมรับรู้การตื่นตัวของพี่น้อง อ.เวียงสา จ.น่าน เพื่อร่วมติดตามให้ความรู้ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงลงมาทำความเข้าใจ ไม่อยากให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล หรือเดากันไปวัน ๆ ลือกันไปเรื่อยเปื่อยไม่เกิดประโยชน์ เอาความคิดและเวลาไปทำงานสำคัญ ๆ ดีกว่า การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายภาคราษฏร์-รัฐ เป็นผลดี จะทำอะไรก็ให้ตรงประเด็นกันไปเลยไม่ต้องอ้อมคอม ข้อมูลในส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องจัดเตรียมนำเสนอให้พร้อมเช่นเดียวกับผู้ที่จะลงมือก่อสร้างด้วย เพื่อที่จะได้ร่วมกันพิจารณา
เขิ่อนหรือฝาย ผมว่าแล้วแต่สถานที่และบริบทของชุมชนนั้นๆ ว่าเหมาะสมเพียงใด หากรอบคอบและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ผมว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนได้มาก
ขอขอบครับที่ครูหยุย ได้เข้ามาเยี่ยมชม ลงข้อความ ให้สติ ให้ข้อคิดไว้ในเช้าวันนี้ ๑๒ ต.ค.๒๕๕๓
ทราบมาว่า วันนี้ราวเที่ยงวัน (๑๔ ต.ค.๒๕๕๓) มีพี่น้องผองเพื่อน ๖ ชีวิตจาก ๒ หมู่บ้าน เดินทางมาพบ ผวจ.น่านที่ห้องทำงาน ท่านรับเรื่องและสนทนากับประชาชนดี