“ความรักคือ การให้” “พยายามใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสเสมอ” " "ภาคภูมิใจในความเป็นตัวตนของตนเอง" "ต้องรักษาไว้ซึ่งความซื่อสัตย์" "ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ""ทรนงในตนเองได้อย่างภาคภูมิใจ"

ในโอกาสที่ได้รับเกียรติจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้เขียนบทความเกี่ยวกับวิชาชีพพยาบาลกับการพัฒนาตนเอง จึงขอนำบทความดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับน้องๆ เพื่อนๆที่รักทุกคน

ประสบการณ์การเรียนรู้ตามช่วงชีวิตการทำงานวิชาชีพพยาบาล: สอนให้รู้จักการวางแผนอย่างมีหลักการที่สมเหตุและสมผล

“อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก้อหาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน”

ชีวิตนักเรียนพยาบาล: ช่วงเรียนรู้ตามแบบฝึกหัด พักอาศัยอยู่หอพักพยาบาล 1 เลื่อนระดับชั้นของห้องพักตามชั้นปี คือ ปี 1 พักชั้น 4 ปี 2 พักชั้น 3 ปี 3 พักชั้น 2 ตอนแรกก็ไม่เข้าใจตรรกะของการจัดชั้นที่พักคิดมาจากหลักการอะไร

ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป จึงเรียนรู้ว่าการให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 พักชั้น 4 เพราะเป็นช่วงที่มีกำลังวังชาอยู่มาก จะเดินขึ้นลงวันละ 5-10 รอบก็ไม่เหนื่อย โดยเฉพาะเวลาถูก call ว่ามีแขกมาพบ พอเลื่อนชั้นปีก็มีภาระหน้าที่ขึ้นเวรประจำการที่ตึกผู้ป่วยมากขึ้น โดยเฉพาะเวรเช้างานพยาบาลจะหนักมาก กำลังขาที่เดินกลับจากการขึ้นฝึกปฏิบัติงานก็ลดลง บางวันเมื่อถึงห้องพักแทบจะเอาขาแขวนไว้เลยทีเดียว ดังนั้นห้องพักจึงสมควรถูกจัดอยู่ชั้นล่างๆลงมาตามลำดับ ที่หอพักมีอาจารย์ผู้ปกครองเป็นผู้ดูแลเวลาเจ็บป่วย สิ่งที่ประทับใจมากยิ่งประการหนึ่งคือ ความเอื้อเฟื้อของกลุ่มพี่เจ้าหน้าที่ประจำหอพักที่ดูแลความสะอาด อยู่เวรตอนเย็นดูแลความเรียบร้อยของหอพัก ที่จะคอยจดบันทึกว่ามีใครมาหาบ้างเวลาเราไม่อยู่ รับจดหมายนำไปใส่ช่องจดหมาย รับของฝากอยู่ในกลุ่มเพื่อน คอยเป็นด่านหน้าที่รับแขกของพวกเรา ถ้ามีแขกสำคัญมาหาก็จะช่วยเจราจาแทน พี่ๆทุกคนส่วนใหญ่พูดจาไพเราะอ่อนน้อมมีสัมมาคารวะ คงจะเป็นผลบุญจากที่อาจารย์ผู้ปกครองหอพักเฝ้าฝึกฝนอบรมให้ และที่จะลืมไม่ได้คือ เป็นแหล่งอาหารที่ข้าพเจ้ามักแวะไปขอขบเคี้ยวนานครั้งคือ เมี่ยงหรือโอเล่ห์ดอย (ยุคนั้นยังไม่มีบรรจุซองขาย) ซึ่งพี่ๆจะกุลีกุจอหาให้เสมอ สิ่งต่างๆที่ได้รับทำให้เรียนรู้การมีน้ำใจของคนรอบข้างไม่ว่าจะทำงานในระดับใด

สำหรับการฝึกงานข้าพเจ้าอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีอักษรนำหน้าชื่อใกล้เคียงกันคือ  น บ ป พ  เช่น นงเยาว์ พรรณี พรพรรณ ได้ขึ้นฝึกปฏิบัติการประมาณเทอม 1 ของชั้นปีที่ 2 เวลา

ในช่วงเวลาแรกของการปฏิบัติงานทำหน้าที่ในบทบาทของพยาบาล ปฏิบัติงานทุนที่ตึกศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ 2 คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  ระหว่างปีพ.ศ. 2518-2521  เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ชีวิตจริง ต่อมาได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีหลักสูตรสุขศึกษาต่อเนื่อง 2 ปีที่คณะศึกษาศาสตร์ (ระหว่างปีพ.ศ. 2521-2522)  ได้มีโอกาสเป็นแกนนำสำคัญในการช่วยเหลือนักศึกษาผู้ประสบเหตุ ในเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุรถยนต์โดยสารที่บรรทุกนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่หลังกลับจากการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยที่จังหวัดขอนแก่น ตกเหวที่บริเวณอำเภอเถินจังหวัดตาก ทั้งนี้โดยใช้ปฏิภาณไหวพริบในการจัดทีมตามศักยภาพที่มีอยู่ ช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บจำนวนมากส่งโรงพยาบาลด้วยความปลอดภัยทุกคน สิ่งที่ภาคภูมิใจวันนั้นคือ ข้าพเจ้าได้ใช้ยาแก้ปวดอย่างแรง ที่เก็บสะสมไว้จากตึกผู้ป่วยที่ผู้ป่วยถูกจำหน่ายออกแล้ว (เฝ้าไข้โรงพยาบาลเอกชน) และนำติดมาด้วย บรรเทาอาการเจ็บปวดที่เกิดจากการบาดเจ็บอย่างรุนแรงของเพื่อนนักศึกษา 2 คน นับเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่ให้ยาผู้ป่วยโดยไม่ต้องรอคำสั่งแพทย์ หลังจากส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลยังช่วยพยาบาล รับบริจาคโลหิตจากกลุ่มนักศึกษาในทีมช่วยเหลือ เพื่อใช้โลหิตในการผ่าตัดอีกจำนวนมาก

ต่อมาบรรจุเข้ารับราชการที่ โรงพยาบาลแม่สะเรียง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2522-2523 ขณะที่ทำงานในโรงพยาบาลแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ปีพ.ศ. 2522) ได้ร่วมเป็นทีมงานบุกเบิกพัฒนาโรงพยาบาลแม่สะเรียง จากสถานีอนามัยชั้นหนึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชน ได้มีโอกาสร่วมทำงานกับบุคลากรทุกระดับชั้น สอนงานโดยฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่สอนขัดพื้น ห่อเข็ม อุปกรณ์แพทย์ ประสานงานกับทหาร ตชด. ในพื้นที่เพื่อขอความอนุเคราะห์กำลังมาดายหญ้า ปลูกต้นไม้ ขอบริจาคเครื่องนอน อุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วนจากผู้มีจิตศรัทธาในท้องถิ่น ได้ร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่ทุรกันดารในท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ผ่านการเป็นสมาชิกอาสาสมัครในมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ร่วมเป็นผู้ช่วยชีวิตผู้ป่วยจำนวนมาก กรณีเกิดระเบิดเพลิงในงานวันเด็กแห่งชาติที่ค่ายทหารที่ร่วมจัดนิทรรศการวันเด็ก โดยร่วมกับตชด.นำส่งผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จนผู้ป่วยสามารถรอดชีวิตทุกคน

เมื่อเปลี่ยนสถานภาพสมรส ได้ย้ายไปทำงานที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ และปรับตำแหน่งงานเป็นนักวิชาการสุขศึกษา ฝ่ายสุขศึกษา และประชาสัมพันธ์ เป็นเวลา 18 ปี ในปีพ.ศ. 2527 ได้อาสาสมัครเข้าปฏิบัติในตำแหน่งผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอในช่วงเวลา 1 ปี ได้สร้างเครือข่ายในพื้นที่เพื่อพัฒนาคุณภาพระบบการให้บริการสาธารณสุขในสถานีอนามัย ต่อมาจึงได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการสาธารณสุขอำเภออีก 1 ปี ในปี พ.ศ. 2538 ได้ร่วมเป็นแกนนำในการร่วมทำงานโครงการรณรงค์ขอการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นในจังหวัดแพร่ เพื่อสร้างกระแสและนำเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นที่ปรึกษา ขณะเรียนปริญญาเอกที่ ม.มหิดล มีโอกาสทำงานกิจกรรมนักศึกษาในประธานสภานักศึกษาบัณฑิต ปีการศึกษา 2539 เป็นหัวหน้านักวิจัยในโครงการระดับประเทศของอาจารย์สถาบันวิจัยประชาากรและสังคม ม.มหิดล และโอนย้ายมาเป็นอาจารย์ คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ (ขณะเรียนปริญญาเอก) ในปี 2541

ในขณะปฏิบัติงานตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้อาสาสมัครปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหอพักนักศึกษา มีโอกาสได้ช่วยเหลือนักศึกษาในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งเหตุการณ์ที่นักศึกษาเครียดกระโดดตึกหอพักนักศึกษาจากชั้น 4  โดยสามารถให้คำแนะนำและช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องจนผู้ป่วยรอดชีวิตและไม่มีอาการอัมพาต  กรณีนักศึกษาเป็นโรคลมชักหน้าคว่ำศรีษะซุกระหว่างซอกบันไดเกือบชีวิตในเวลาวิกาล นักศึกษาเครียดจัด จนต้องส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาด้านจิตใจ ต่อมาพยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ กลับคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่อย่างปลอดภัย ได้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสืบสวนร่วมกับผู้ปกครองหอพักจับขโมยบ้าง กรณีผิดวินัยบ้าง อย่างไรก็ตาม ได้ใช้เมตตาจิตต่อนักศึกษาทุกๆกรณี มิให้ถูกลงโทษสถานหนัก ได้พัฒนาตนเองทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นผลลัพท์ของการที่ได้เรียนวิชาหลักจิตวิทยา การให้คำปรึกษาที่เรียนจากวิชาการสาธารณสุข และได้เรียนรู้หาประสบการณ์ด้านการบริหาร  ได้ร่วมทำงานในฐานะคณะกรรมการสภาอาจารย์ตัวแทนจากคณะสองวาระ ทำให้มีโอกาสเรียนรู้ เข้าใจเจตนารมณ์ของการกำหนดข้อบังคับต่างๆกฎระเบียบข้อบังคับ จากการร่วมเป็นคณะกรรมการร่างข้อบังคับของมหาวิทยาลัยบางส่วน มีส่วนร่วมในการดำเนินงานโครงการบริการวิชาการ หลักสูตรเสริมความรู้พื้นฐานก่อนเข้ามหาวิทยาลัยแก่คณะครูในโรงมัธยมศึกษาบนพื้นที่สูง ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีในระหว่างปี พ.ศ. 2550-2551 ในขณะดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ 2548-2552

ในขณะปฏิบัติงานตำแหน่งผู้บริหารคณะ ขณะไปศึกษาดูงานในต่างประเทศร่วมกับสภาคณบดีฯ มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนร่วมคณะ ที่ประสบอุบัติเหตุ โดยสามารถนำส่งโรงพยาบาล และให้การช่วยเหลือดูแลขณะร่วมเดินทางเป็นอย่างดี จึงอาจสรุปว่า วิชาชีพพยาบาลเปรียบเสมือนเป็นสายเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิต เพราะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทุกขณะ ประสบการณ์ที่ได้รับและเรียนรู้จากการเป็นพยาบาลที่นำมาใช้เชื่อมโยงกับการทำงานตลอดเวลาคือ การมีจิตบริการด้วยความรัก ความเมตตา เสียสละ ความอดทนและไม่เลือกปฎิบัติ  ตามจรรยาบรรณวิชาชีพ  ตลอดจนรู้จักการทำงานอย่างเป็นขั้นตอนเรียงลำดับความสำคัญของปัญหา การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า    (จากการเรียนกระบวนการพยาบาลผู้ป่วย) การรู้จักครองตน ครองคน ครองงานคือ รู้จักอดทน อดกลั้น ข่มความโกรธ มีความมานะพยายาม ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่นมีความรู้สึกที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเรียนรู้จากการที่ต้องปฏิบัติงานพยาบาลผู้ป่วยที่มีสภาวะการเจ็บป่วยทุกระดับ  ทั้งป่วยทางกาย ทางจิตใจ เรียนรู้ในการปรับตัว เมื่อปฏิบัติงานกับบุคลากรหลายระดับชั้น เรียนรู้ทักษะการทำงานร่วมกับบุคคลอื่น ทั้งในสถานการณ์ปกติและภาวะวิกฤติ รู้จักเรียนรู้ด้านการบริหารงาน ทักษะการติดต่อประสานงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการทำงาน ทั้งทางวิชาการและการให้บริการต่างๆ ตั้งแต่เป็นนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 จากการฝึกเป็นลูกน้องเวร หัวหน้าเวรประจำตึก ตลอดจนเป็นผู้ตรวจการเวร การจ่ายงาน การบริหารความเสี่ยง จากการให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย ตั้งแต่การรับคำสั่ง จ่ายยาให้ผู้ป่วย การเฝ้าสังเกตอาการผู้ป่วย การสื่อสาร

ความดีที่ข้าพเจ้ากล่าวถึงข้างต้นนี้ เป็นผลมาจากการเรียนรู้ประสบการณ์จาก พ่อแม่ พี่น้อง คณาจารย์ พี่ๆ น้องๆ ร่วมวงการพยาบาล สาธารณสุขทุกท่าน ขออุทิศบุญกุศลที่ทำมาจงประสบแด่ ผู้มีพระคุณทั้งหลาย