กราบเท้า   คุณลุง คุณป้า ด้วยความเคารพรัก

               นานเพียงใดแล้วหนอที่หนูหน่อยขาดการติดต่อ  ทั้งในโลกแห่งความจริงและความฝัน... คุณลุงคุณป้าคงเอือมระอาหลานคนนี้อีกตามเคย...แต่คิดว่าความเมตตาที่อยู่ในหัวใจยังคงมั่นอยู่เสมอนะคะ...

               ขณะนี้อยู่ในช่วงเทศกาลกินเจค่ะ (๑๗ - ๒๖ ต.ค.)   คนนครปฐมกินเจกันอย่างคึกคัก  อาหารการกินสมบูรณ์   แต่มองไปทางไหนก็เห็นแต่อาหารผัด ๆ ทอด ๆ มันเยิ้ม  เห็นแล้วน่ากลัวมากกว่าน่ากินค่ะ ปีนี้เห็ดและผักราคาแพงมาก  อาจเป็นเพราะน้ำท่วมด้วยค่ะ   

               จำได้ว่าคุณป้ามักจะชื่นชมหนูหน่อยทุกครั้งเมื่อถึงเทศกาลกินเจ  "บอกว่าทำได้ยังไงไม่กินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต   ป้ากินแค่ ๙ วันยังแทบไปไม่รอด"  นั่นซีคะ...คงเพราะกินด้วยหัวใจกระมังคะ  ใช้ความเมตตาสะกดความอยากในรสชาติอาหารที่เคยติด"ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ"เสมอค่ะ

               วันนี้มีเรื่องดี ๆ มาเล่าให้ฟังอีกแล้วค่ะ       เคยบอกว่าจะเขียนบันทึกเรื่อง ความสุขสูงสุด ของพระอาจารย์มิตซูโอะ ให้อ่าน   แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เขียนสักทีอาจเป็นเพราะยังเข้าไม่ถึงสภาวะนั้นก็เป็นได้กระมังคะ  จึงยังไม่มีพลังผลักดันให้เขียน   ขอเปลี่ยนเป็นเรื่อง  "วิถีแห่งความสุข"  แทนไปก่อนนะคะ

               เมื่อวันที่  ๒  ตุลาคม  ๒๕๕๓  หนูหน่อยและหลานชายได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมและเสวนาเรื่อง "วิถีแห่งความสุข"  ที่จัดโดยมูลนิธิพันดารา  และศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอักษรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดยจัดที่หอประชุมจุมภฎ-พันธุ์ทิพย์ อาคารประชาธิปก - รำไพพรรณี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   มีผู้สนใจทั้งบรรพชิต และ ฆราวาส เข้าฟังการบรรยายประมาณหนึ่งร้อยกว่าคนค่ะ

              ในช่วงแรกเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมอง  โดยมีผู้ดำเนินรายการซักถามวิทยากรสองท่านคือ  รศ.ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบต)และคุณณัฐฬส  วังวิญญู (สถาบันขวัญแผ่นดิน)

              การเริ่มต้นบทสนทนาผู้ดำเนินรายการเกริ่นนำด้วยคำคมของ"ดิลโก เคียนเซ ริมโป " ได้อย่างน่าสนใจว่า" ไล่ล่า ความสุข   ก็เหมือนเด็กวิ่งไล่จับรุ้งกินน้ำ " หลายคนอาจให้คำตอบกับชีวิตไม่ได้ว่า ความสุขคืออะไร ?   นิยามของความสุขของคนแต่ละคนคงต่างกัน   และต่อไปนี้จะกล่าวถึงคำถามของผู้ดำเนินรายการ  และคำตอบของวิทยากรโดยสรุปเพื่อให้ผู้อ่่านจับประเด็นได้นะคะ

              คำถามโดยผู้ดำเนินรายการ ถามว่า "งานกระบวนกรกับความสุขเชื่อมโยงกันอย่างไร"  คุณณัฐฬส  วังวิญญู ให้มุมคิดว่า "ในความเีงียบเราเป็นหนึ่งเดียวกัน"  มนุษย์ผลิตความคิด  ภาษาออกมาตลอดเวลาในการสร้างสิ่งต่าง ๆ ...ทำงานกับการเรียนรู้  ความรู้ที่สำคัญคือ

                           ๑. รู้สึกตัว 

                          ๒. รู้สึกอารมณ์ 

                          ๓. รู้คิดได้  และเป้าหมายคือให้เกิดความสุข  และความรัก

                เขาเล่าว่าจบทางด้านวิศวกร  ไม่สนใจสร้างวัตถุแต่สร้างสังคมที่มีพลัง  สร้างสิ่งแวดล้อมและการภาวนา

               เริ่มจากความสับสนในการเดินทางและไม่เข้าใจในชีวิตตั้งแต่เมื่ออายุยี่สิบกว่าปีเศษ ๆ   มนุษย์ต้องรักกันทำให้เกิดความสั่นสะเทือนใจ  เกิดแรงบันดาลใจ  มีโอกาสได้ไปอยู่ทิเบตสองปีครึ่งจึงทำให้ได้แนวคิดแบบวัชรยาน  เมื่อกลับมามีความคิดว่า  "ทำอย่างไรให้สังคมเข้าึถึงความเข้าใจตนเอง"  ประเด็นที่สำคัญทางจิตวิทยาคือ  ไม่ว่าเราจะภาวนาอย่างไร   เราจะมีอดีต  คือความเจ็บปวดที่ตามมา   อาจเกิดจากความผิดหวังในเรื่องต่าง ๆ เราต้องขับดันมันออกไป

                ส่วน รศ.ดร.กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์  ให้มุมมองว่า  การจะมีความสุขได้ต้องเริ่มจากความไม่สุขก่อน   การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ  ชีวิตมีทุกอย่าง  มีชื่อเสียง  แต่ทุกครั้งที่ไปพบนักวิชาการต้องพยายามทำให้เขายอมรับเหมือนเป็นมายาไม่ใช่มิตรภาพที่แท้จริง  หลายครั้งรู้สึกเครียดได้เห็นชาวบ้านทิเบต ดูเขามีความสุขและผ่อนคลาย    ถึงแม้ใบหน้าจะเหี่ยวย่นเพราะเขาไม่ได้ทาครีม      แต่ข้างในเขาเต็ม เขาพอใจจากข้างในจนสัมผัสได้

               

                 กลับมาคิดว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข        การเขียนผลงานทำวิจัยระดับสูงแต่คนส่วนใหญ่อ่านไม่รู้เรื่อง    จึงหันมามองตัวเองใหม่     ทำงานร่วมกับคนอื่น  และตั้งมูลนิธิพันดารา     

                  ท่านให้แนวคิดว่า  การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ เกิดขึ้นเมื่อต้องเดินทาง  และต้องนำบางอย่างออกไปก่อน คือครอบครัว  ร่างกาย  ดูเหมือนเราทิ้งแต่ข้างในเบิกบานเต็ม   ข้างนอกเป็นอย่างไรช่างมัน   การเดินทางจาริกแสวงบุญ   ไปเพื่อให้จิตใจข้างในเพียงพอไม่ยึดติดการเดินทางสำคัญมากทุกขณะจิต  

                วันที่สำคัญที่สุดคือวันในแต่ละวันที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง   ในแต่ละัวันที่เราเริ่มใหม่คือวันที่ดีที่สุด    การได้เจอผู้คน  แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเป็นมิตรภาพไม่รู้ลืมเพราะต้องให้กำลังใจกันและกัน  ท่านฝากข้อคิดว่า 

                          ๑. เราต้องมีศรัทธา มีเป้าหมาย   ตัวตนเล็กยึดปัญญาของพระอาจารย์  ศรัทธาต่อพระรัตนตรัย

                          ๒. การที่เราตระหนักรู้ว่าทุกคนเหมือนกัน  บางครั้งเราทำงานแล้วท้อ  เราไม่ใช่คนเดียวที่ท้อ  ทุก ๆ คนเหมือนกันถึงเราจะเหนื่อยก็เพียงชั่วครู่จิตไม่เคยด่างพร้อย

              คุณลุง คุณป้าคะ  มีคำศัพท์คำหนึ่งที่ผู้ดำเนินรายการถามวิทยากร   คือ   เรื่องของการ shopping ทางจิตวิญญาณ  ฟังแล้วก็สะดุ้งเหมือนกันค่ะ       หนูหน่อยก็ชอบเหมือนกันค่ะ  หรือมัวแต่คอยshopping จึงไปไม่ถึงไหนสักที...

              เพิ่งจะเล่าไปเพียงเรื่องเดียวเองค่ะ ยังเหลือเรื่องดี ๆ ที่เข้มข้นหลายเรื่อง เช่น "จิตวิทยาแห่งความสุข"  มองเรื่องร้ายด้วยความสุข  โดยนักแสดง นักเขียน ที่เคยถูกจับคดีเสพยาเสพติด  เรื่อง"ความสุขบนความทุกข์"     และ ความสุขในมุมมองของซกเช็น (พระนิกายมหายาน สายวัชรยาน)    ยังมีแง่คิดมุมมองอีกมากมายที่ควรศึกษา  อีกทั้งในเรื่องของวัชรยานที่ไม่เคยคุ้นเคยมาก่อน  ทำให้ต้องค้นหาคำตอบในความไม่รู้ต่อไป...

               ค่ำคืนนี้ก็ดึกมากแล้ว  เขียนยาวคนอ่านจะเบื่อหน่าย  คนเขียนก็ตาลาย  ไว้พบกันฉบับหน้านะคะ    พระคุ้มครองบุญรักษาค่ะ

                                                                     ด้วยความเคารพรัก
                                                                            หนูหน่อย

"ความรู้เรื่องชีวิตเป็นยอดของศาสตร์ทั้งปวง"
จากหนังสือ ภาษิต - คำคม วัดอุโมงค์  จ.เชียงใหม่

 

ขอบคุณภาพบางส่วนจากอินเทอร์เน็ต