“เมื่อการฟังเปลี่ยนไป การพูดก็จะไม่เหมือนเดิม”
             กระบวนการฝึกฟัง ใน KM Workshop ทำให้ได้เห็นว่าการฟังมี 3 แบบหลักๆ ก็คือ (1) ฟังอย่างไม่ไว้วางใจ (2) ฟังอย่างขี้สงสัย และ (3) ฟังอย่างทำใจให้เป็นปัจจุบัน การฟังแบบแรกนั้นเป็นการฟังโดยที่มีอคติอยู่ในใจ เป็นการฟังด้วย Negative Mind “ฟังไปจับผิดไป” ในขณะที่การฟังแบบที่สองเป็นการฟังด้วย Critical Mind “ฟังไปคิดไป” คิดวิเคราะห์อยู่ในใจตลอดเวลา ส่วนการฟังแบบที่สามเป็นการฟังอย่าง “รู้เนื้อรู้ตัว” ฟังอย่างทำใจให้เป็นปัจจุบัน คือสามารถ “จดจ่อ” อยู่กับชั่วขณะนั้นได้ ผมเรียกว่าเป็นการเปิดทางให้กับ Intuitive Mind


             ใน Facilitator (FA) Workshop ที่เพิ่งจบไปเมื่อวาน (8 ต.ค.) มี FA คนหนึ่งถามผมว่า “ทำไม สคส. จึงเน้นแต่เรื่องการฟัง ทั้งๆ ที่ประสบการณ์การเป็น FA ที่ผ่านมา พบว่าปัญหาส่วนใหญ่นั้นเกิดจากเรื่องการพูดมากกว่า คือว่าผู้ที่ร่วมวงมักจะพูดมาก ลากยาว พูดแบบน้ำท่วมทุ่ง พูดเชิงตัดพ้อต่อว่า พูดออกมาในทางลบ หากแก้เรื่องการพูดจาได้ งานของ FA ก็คงจะง่ายกว่าที่เคยประสบมา” ผมว่านี่เป็นคำถามที่ดีมาก และอยากจะชี้ให้เห็นว่าถ้าเราทำให้คนในวงฟังกันมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการฟังแบบที่สามนะ (ไม่ใช่สองแบบแรก) เราก็จะพบว่าการพูดจาของเขาจะเปลี่ยนไป เรียกได้ว่าเป็นการยิงนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว คือการฝึกให้ฟังอย่างมีสติ ทำให้ได้ผลดีทั้งเรื่องการฟังและการพูดไปพร้อมๆ กัน . . “เมื่อการฟังเปลี่ยนไป การพูดก็จะไม่เหมือนเดิม” ไม่เชื่อก็ลอง (ทำ) ดูซิครับ