นี่คืองานแรกที่เราต้องออกมาทำกันโดยลำพังไม่มีจัดตั้งมาคอยดูแลช่วยเหลือเหมือนที่โรงเรียนฯ 6ตุลาหรือที่กองทหาร ตรงข้ามเราต้องมาดูแลรับผิดชอบชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ตั้งหลายสิบคน

4.สร้างโรงเรียน

จากการสำรวจความพร้อมทางเศรษฐกิจ สภาพภูมิประเทศ ความต้องการและความคิดเห็นต่างๆ ของประชาชน ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือจากหน่วยงานอำนาจรัฐและคณะกรรมการหมู่บ้าน เรานำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมากำหนดรูปแบบและที่ตั้งของโรงเรียน โดยตั้งในบริเวณที่เป็นศูนย์กลางระหว่าง 3หมู่บ้าน คือบ้านห้วยเหี้ยะ บ้านห้วยคึและบ้านห้วยหาน สภาพพื้นที่เป็นเนินอยู่ระหว่างสันภูกับลำห้วย เหตุผลหลัก ๆที่เลือกตรงนี้เพราะข้อหนึ่ง ทางด้านการทหาร บริเวณนี้เป็นที่ที่ปิดลับดีมาก ไม่เคยตกเป็นเป้าโจมตีทางอากาศ แต่หากมีการโจมตีเกิดขึ้นก็สามารถใช้บริเวณทั้งสองฟากที่เป็นแนวสันภูและลำห้วยเป็นที่หลบภัยได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ข้อสองเหตุผลด้านเศรษฐกิจและความต้องการของประชาชน เนื่องจากประชาชนมีความต้องการที่จะส่งลูกหลานมาเรียนหนังสือจากทั้งสามหมู่บ้าน มีจำนวนเด็กไล่เลี่ยกันประมาณหมู่บ้านละ 10 -14 คน ในขณะที่หน่วยครูยังไม่มีกำลังคนพอที่จะกระจายลงไปให้ครบทุกหมู่บ้านและยังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะมั่นใจได้ว่าครูคนเดียวจะสามารถไปร่วมกับประชาชนสร้างโรงเรียนเปิดสอนประจำหมู่บ้านได้  จึงเลือกใช้รูปแบบเป็นโรงเรียนประจำ ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นศูนย์กลางระหว่าง 3 หมู่บ้าน โดยให้นักเรียนเตรียมเสบียงอาหารมาจากบ้านคราวละหนึ่งสัปดาห์(หลัก ๆ เลยก็คือข้าวสาร และก็อาจจะมีน้ำมันหมู อย่างดีก็จะมีผักหรือฟักเขียวฟักทองติดมาด้วย – แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีแต่ข้าว กับข้าวก็คือต้องมาหาเอาจากป่า)เอามารวมกันเพื่อประกอบอาหารกินร่วมกัน เหตุผลข้อที่สามคือมีลำห้วยใหญ่ไหลผ่าน เป็นแหล่งน้ำที่สามารถรองรับคนจำนวนมาก ที่จำเป็นต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวันได้อย่างเพียงพอ  นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากสำนักหมออุทิศ ซึ่งเราจะพึ่งพาได้ในยามที่เด็กๆ เจ็บไข้ได้ป่วย สำหรับฉันกับสหายไผ่ยังรู้สึกอุ่นใจด้วย ที่รู้ว่าอย่างน้อยเราก็มีหมออุทิศซึ่งเป็นผู้ใหญ่และเป็นคนเก่าคนแก่อยู่ใกล้ๆ  เพราะนี่คืองานแรกที่เราต้องออกมาทำกันโดยลำพังไม่มีจัดตั้งมาคอยดูแลช่วยเหลือเหมือนที่โรงเรียนฯ 6ตุลาหรือที่กองทหาร ตรงข้ามเราต้องมาดูแลรับผิดชอบชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ตั้งหลายสิบคน

           ประชาชนจากทั้ง 3 หมู่บ้านร่วมแรงร่วมใจกันมาสร้างโรงเรียนให้ลูกหลาน ประกอบด้วยโรงเรียนหนึ่งหลัง เรือนพักเด็กหญิง เรือนพักเด็กชาย เรือนพักครูและโรงครัวอย่างละหลัง ทุกหลังใช้ไม้ไผ่เป็นวัสดุก่อสร้างทั้งหมด ตั้งแต่ฟากฝาเรือน ประตู เตียง(แคร่)นอน โต๊ะเขียนหนังสือ ชั้นวางของไปจนถึงหลังคาที่ใช้ไม้ไผ่ผ่าครึ่งนำมาวางเรียงหงาย-คว่ำสลับกันดูคล้ายกระเบื้องลอนคู่  เมื่อได้มาเห็นโรงเรียนครั้งแรกฉันออกจะตื่นเต้นดีใจมาก นึกไม่ถึงว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างเรียบร้อยพร้อมสรรพอย่างที่เห็น เพราะกระบวนการตั้งแต่การสำรวจความพร้อมและความต้องการ ไปจนถึงสร้างโรงเรียนเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง เป็นช่วงเวลาที่ฉันนอนป่วยอยู่ที่โรงหมอ แล้วพอออกจากโรงหมอก็ต้องไปทำงานในหน่วยศิลป์ของกองทหารต่อเพื่อเตรียมการแสดง และก็ออกตระเวณแสดงตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วฐานที่มั่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่ม้ง จึงไม่ได้ไปร่วมกับสหายไผ่ สหายครูเล่าเม็ง ฝ่ายอำนาจรัฐและประชาชนในการสร้างโรงเรียน