....กว่าครึ่งหนึ่งของวันเราจะอยู่กับงานมากกว่าครอบครัว หรืออยู่กับตัวเอง ถ้างานเป็นเรื่องที่ทำให้เราหดหู่หรือเราเครียด ก็จะเป็นการทำร้ายตัวเอง มีวิธีอย่างไรให้งานที่เราทำเป็นเรื่องสนุก ไม่เซ็ง ไม่เบื่อ ไม่เครียด ก็อยู่ที่ว่าเราจะมองงานอย่างไร เพื่อไม่ให้เราขาดทุน ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจเรา ถ้าเราคิดหวังว่าจะให้เพื่อนร่วมงาน เจ้านายเราเป็นไปอย่างที่เราหวังไว้โอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จยากมาก แต่ถ้าเราคิดว่าใจเราเป็นสิ่งที่ยืดหยุ่นได้ ถ้าใจกว้างว่าไม่เป็นไปอย่างที่เราอยากได้ไปทั้งหมด เพ่งเล็งเฉพาะส่วนที่ดี ทำใจหลวมๆไว้ก่อน” 

ตัวอย่างเรื่องเล่าซึ่งแสดงให้เห็นวิธีคิดที่ไม่เหมือนกัน

นิทานเรื่องลูกหมีกับลูกปลา

           ลูกหมีเป็นสัตว์เลือดอุ่น แม่เคยสอนว่าถ้าหนาวต้องผิงไฟ และถ้าเรามีของดีอะไรอย่าเก็บเอาไว้คนเดียวต้องเฉลี่ยแบ่งปันให้ผู้อื่น วันหนึ่งอากาศหนาวมากจึงไปผิงไฟพอร่างกายอบอุ่นแล้วจึงมองไปรอบๆตัว เห็นลูกปลาว่ายอยู่ในน้ำ นึกถึงคำแม่สอน จึงใช้อุ้งเท้าไปช้อนตัวปลาขึ้นมา โดยคิดว่าตนอยู่บนบกยังหนาวแทบตาย แล้วปลาอยู่ในน้ำจะยิ่งไม่หนาวกว่าหรือไร ขณะที่ลูกปลาก็คิดว่าหมีจะเอาไปปิ้งกิน แต่ถ้าลูกปลาหยั่งรู้ใจหมีก็จะรู้ว่าหมีนี่รัก และหวังดีต่อมันจริงๆ  ซึ่งหมีก็คิดว่าลูกปลาก็คงเข้าใจความหวังดีของมัน แต่ถ้าลูกหมีอ่านใจลูกปลาได้ก็คงตกใจ

เรื่องจริง ณ ที่ทำงานแห่งหนึ่ง           

พนักงานหญิงในที่ทำงานแห่งหนึ่งซึ่งแม่ตายตั้งแต่เด็กคุณยายเลี้ยงดูมาแบบโบราณโดยอบรมให้เป็นกุลสตรีอยู่ในที่ทำงานก็จะเป็นที่รักของทุกคน เพราะอ่อนหวาน และไม่เคยล่วงเกินคนอื่น แต่จะปรับตัวเพื่อเข้ากับคนอื่นได้ วันหนึ่ง เจ้านายเรียกเข้าไปและมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงพนักงานใหม่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันซึ่งถูกเลี้ยงและโตมาที่เมืองนอกภาษาไทยไม่คล่อง วิธีคิดอ่านก็เป็นแบบฝรั่ง หลังจากนั้นเธอก็ชวนเพื่อนใหม่ไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวร้านที่อร่อยที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่ง หลังจากทานแล้วเธอได้ถามว่ารสชาดเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับคำตอบว่าเหมือนน้ำล้างมือ เธอก็คิดว่าช่วงทานก็ไม่เห็นเพื่อนใหม่นั้นวิพากษ์วิจารณ์อะไรเลย อุตส่าห์จะต้อนรับด้วยอาหารอร่อยแต่ก็ไม่ถูกใจ จึงคิดว่าเอาไว้แก้ตัวใหม่ก็แล้วกัน สัมพันธไมตรีก็จะเป็นทำนองนี้ เธอก็จะดูแลเพื่อนใหม่อย่างดี แต่พอให้วิพากษ์วิจารณ์ทีไรก็จะไม่มีชิ้นดีเลย พนักงานพี่เลี้ยงก็จะเก็บไว้ในใจ ไม่โต้ตอบ ไม่ประท้วง เพราะคุณยายสอนไว้ว่าลูกผู้หญิงทำอย่างนั้นไม่น่ารัก เธอก็รู้สึกเซ็งลงเรื่อยๆ จนกระทั่งอยู่ด้วยกันไปครบ 3 เดือน เธอก็ไปบอกเจ้านายว่าจะขอย้ายงาน โดยให้เหตุผลว่าอยู่ที่เดิมไม่มีอะไรตื่นเต้น แต่เจ้านายรู้สึกสงสัย วันหนึ่งจึงเรียกทั้ง 2 คนเข้าไปคุยพร้อมกัน โดยถามน้องใหม่ว่าตั้งแต่มาทำงานที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง พนักงานใหม่ก็ตำหนิ วิจารณ์ จนแทบจะไม่มีใครดีเลย เจ้านายจึงถามว่ามีใครที่ชอบเป็นพิเศษหรือไม่ เธอก็ตอบว่ามีคนที่เธอรักมากอยู่คนหนึ่งคือเพือนที่เป็นพี่เลี้ยงของเธอเพราะตั้งแต่คบคนมาไม่มีใครที่ดีและอ่อนโยนกับตนเองแบบเพื่อนคนนี้เลย  และเธอก็คิดว่าถ้ามีเรื่องเดือดร้อนทุกข์ใจอะไรเพื่อนคนนี้จะเป็นคนแรกที่เธอคิดถึงและช่วยเธอได้ เสร็จแล้วเจ้านายก็ให้พนักงานใหม่ออกไปแล้วหันมาถามว่า ได้ยินอย่างนี้แล้วยังคิดจะย้ายงานอยู่อีกมั้ย 

ตัวอย่างที่กล่าวมานี้คือสาระบางส่วนที่ได้จากการถอดเทปบรรยายในหัวข้อ "วิธีแก้เซ็งในชีวิต" โดย พญ.อมรา มลิลา ในวันที่19 กค.49 ช่วงเลิกงานดิฉันเองติดงานราชการที่พัทยา แต่มีทีมคณะทำงานชมรมจริยธรรมช่วยถ่ายรูปและอัดเทปไว้ให้ฟัง ซึ่งโชคดีที่ตนเองกลับมาทันได้ส่งอาจารย์ จึงได้รับพลังเมตตาจากพญ.อมรา(วิทยากร) ด้วย 

ชมรมจริยธรรมจัดให้มีบรรยายธรรมทุกเดือนก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้วิธีทำงานอย่างมีความสุข จากวิทยากรที่ประสบความสำเร็จในการบูรณาการธรรมะกับชีวิตประจำวัน หวังว่าจะได้ประเด็นโดนใจ มีอานิสงค์ต่อตนเองเพื่อสุขใจ และได้งาน

โปรดติดตามตอนต่อไป