...สองสามวันมานี่อากาศอยู่ในสภาพดี..(ขอบคุณ..ธรรมชาติจัดสรรค์)...ยายธี..เดินกลับบ้านพร้อมจักรยานคู่ชีพ(จูงไปด้วย)..ตอนเดินไปส่งตา(ตีตรา)กลับเบอรลิน..อิอิที่ต้องรีบร้อนไปกับตารางเวลารถไฟ..อะๆ...ขากลับบ้านเดินอ้อยอิ่งมาคนเดียวกับจักรยาน..ผ่านสวน..สารธารณะที่โปรดปราณ..อ้อยอิ่งอยู่กับความเศร้าเหงาหงอยลึกๆในใจ..ความนึกคิด..ดอกไม้ที่เริ่มโรยรา..ที่ยังได้รับแสงแดดและความอบอุ่น..ก็ยังชูช่อไสว..แถมยังมีดอกตูมๆที่พร้อมจะเบ่งบาน..แอบและอดคิดถึง ตา (ข้างกายไม่ได้..โมโหเธอนิดๆ..ที่ด่วนจากไป..ไปแล้วไปลับไม่กลับมา..เฮ้อน้ำตาตกใน..ยิ้มไม่ออก..เหมือนโยโกะ..พูดถึงความตายของจอนห์ เลนนอนน์)...เนอะ..ชีวิตเมือง
...อีกา...ตัวหนึ่ง...กำลังทำอะไรบางอย่าง...ที่ทำให้ต้องหยุดยืนมอง..(แอบทำตัวเป็นนักวิจัย)..เจ้ากาตัวนี้..เล่นอยู่กับแก้วพลาสติคที่หล่นอยู่บนพื้นหญ้าในสวนนั้น..(ยังเช้าอยู่ในสวนจึงเงียบสงบ..มีแต่นกกับยายธี..ที่คงต่างจ้องมองซึ่งกันและกัน..อีกาตัวนั้นคาบแก้วแล้วบินขึ้นไปเกาะกิ่งไม้..แล้วปล่อยให้แก้วพลาสติคใบนั้นหล่นลงมา..มันปล่อยให้แก้วกลิ้งไปพร้อมๆกับตีนที่เขี่ย..แก้วหล่นลงสระน้ำไป..มันตามมองแก้วโดนลมอ่อนพัดพาห่างออกไป..เจ้ากาตัวนั้นพยามยื่นตีนออกไปเขี่ย..ไม่สำเร็จ..ลมพัดแก้วลอยตามน้ำเลยไปติดไกล้ขอบสระมันเดินตาม..และคาบขึ้นมา..มีน้ำติดอยู่ในถ้วย..มันคว่ำถ้วยแล้วก้มลงดื่มน้ำที่เหลือด้วยจงอยปาก..อีกาอีกตัว..เข้ามาแย่งแก้วพลาสติคใบนั้น...ต่อมาอีกาอีกตัว..โบยบินมาโฉบแก้วพลาสติคอีกใบ..ที่หล่นเกลื่อนสนามหญ้าอยู่...เอ้อเนอะ..สัตว์..ใน..เมือง
...ต้นไม้..ในเดือนตุลา..เริ่มมีสีสรรค์...เขียวเปลี่ยนเป็นเหลือง..เป็นแดง..และบ้างก็เป็นสีน้ำตาล..แห้งจัด..ก็จะหลุดลอยลงสู่พื้นดิน..หล่นปกคลุมพื้นดิน..(ดูน่าร่ำรวย..หากเปลี่ยนใบไม้เป็นธนบัตร..ยายธีแอบคิด..ไม่ต้องมาโค่นต้นไม้..ให้เมื่อย..อ้ะะะๆๆ)ช่วยๆกันหัวเราะหน่อยกับความคิดนี้ของยายธี๕๕๕๕๕......
กราบเรียน คุณยาย ที่คิดถึง
ชีวิตของผมที่นี้ ..ได้ล่วงเข้าสู่ฤดูหนาว (หรือจะไม่ใช่นะ)
แต่รู้สึกว่า...ยามดึก ลมหนาวยะเยือกพัดกรูเข้ามาให้รู้สึก
และคุณยายก็คงรู้สึกเช่นกัน และลอกประโยคคุณยายมานะครับ
ครับ ...เราควรเลือกจดจำเฉพาะสิ่งดีๆ
เพราะ..
กาลเวลาไม่อาจพลัดพรากไปจากความทรงจำ
บางแห่งมีกลิ่นพิเศษที่หอมกรุ่นเมื่อหลับตานึกถึง
ลืมไปครับยาย วันนี้ โอเค นะครับ
สวัสดีค่ะ
ดาสงสัย ทำไมนกกาต้องกินน้ำจากแก้ว ไม่กินน้ำที่แก้วลอย ทิ้งแก้วเพื่อให้ในแก้วมีน้ำหรือค่ะ น่าคิดมากเลยค่ะ ระลึกถึงเสมอค่ะ
น้ำฟักทองดาทำค่ะ คุณยายธีทำดื่มนะคะ
ยายธีครับ สัตว์เมืองกับคนในเมืองแตกต่างกันไหม กลับบ้านเราเมื่อไรครับ ส่งข่าวด้วยครับ...
มาเยี่ยมค่ะ
และได้พบสัจธรรม..
คน สัตว์ เมือง ต้นไม้
ÖÖÖÖÖÖÖÖÖ..สวัสดียามเช้า..เจ้าค่ะ..พระอาทิตย์ยังไม่แพรมมาให้เห็น..ตึกหน้าบ้านที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา..มีไฟฉายส่องสว่าง..เวลาของเรา..แตกต่างกัน..ไปตามตะวัน..ที่จะขึ้นให้เห็น...เวลาจึงไม่เคยแตกต่างไปในความคิดคำนึง....และเมื่อตะวันลับฟ้า..เราและเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข...ก็จะเลือก นิทรา..กันตามประสา..และอาจ...จะฝันได้ฝันดี...เจ้าค่ะ....(โดยเฉพาะอย่างยายธีชอบฝันกลางวัน...๕๕๕๕๕๕.....ช่วยกันหัวเราะหน่อย...จะได้มีแรง..ต่อสู้ชีวิตกันไป....ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข...และฝันดี..เจ้าค่ะ...ยายธี)
เอ....แก้วกับกา นี่อ่านดูแล้วคล้ายหนังเรื่อง "เทวดาท่าจะบ๊องส์" เพราะพี่แกได้ขวดมาใบหนึ่งมันคล้าย น้ำเพราะใสๆ แต่แข็งคล้ายหิน แล้วเอาไปทิ้งขอบโลก เจออุปสรรคต่างๆนานา กลายเป็นเรื่องได้หนึ่งเรื่องเลยนะครับ แต่แก้วกับกา จะดีกว่าหน่อยเพราะ นกในเมืองเล่นแบบเมือง นกในป่าเล่นแบบป่าๆ
ÄÄÄ...อาจารย์คะ...ความแตกต่างที่ยายธีเห็น..(แอบคิดเอาเอง๕๕๕)..คนเดินสองตีน...สัตว์เดินสี่เท้า..วิ่งโกยอ้าวได้เร็วกว่าคน...แต่จะวิ่งเมื่อไร...ใครจะวิ่งก่อนใคร...หนีอะไร...วิ่งทำไม...ยายธีไม่รู้แฮะ....(ถามอะไรๆที่ไม่รู้(ยายธีไม่ใช่ผู้รู้เจ้าค่ะ)...ที่ตอบไปอย่าเพิ่งเชื่อ...อ้ะะะๆๆๆๆ)....สวัสดีเมื่อไรถึงเมืองไทยจะบอกเจ้าค่ะ....ยายธี
เห็นด้วย ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะทำให้เกิดผลเสียในเชิงระบบนิเวศวิทยาที่จะทำให้เมืองไม่มีความสวยงามความจันโลมใจของคนในเมือง