แบบทดสอบ
วิชานโยบายและการวางแผนการศึกษาท้องถิ่น
เสนอ ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์
จัดทำโดย นางพรรณี นนทะคำจันทร์ นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษาศูนย์พยัคฆภูมิพิสัย
***************
1. จากคำกล่าวที่ว่า นโยบายอยู่เหนือเหตุผล ท่านจะอธิบายหลักวิชานโยบายอย่างไร
นโยบาย (Policy) หมายถึง แนวทางที่กำหนดขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุถึงวัตถุประสงค์ขององค์การนโยบายมีความสำคัญต่อการบริหารหลายประการ เช่น ช่วยให้บุคลากรทุกฝ่ายทราบแนวทางและภารกิจในการปฏิบัติงาน ช่วยให้เป้าหมายในการปฏิบัติงานมีความชัดเจน ช่วยให้ผู้บริหารใช้อำนาจในการบริหารอย่างถูกต้อง บุคลากรทุกฝ่ายมีความจงรักภักดีต่อหน่วยงาน และนโยบายช่วยให้เกิดการพัฒนาการทางการบริหาร
ความมีเหตุผล หมายถึง การพิจารณาที่จะดำเนินงานใดๆ ด้วยความถี่ถ้วนรอบคอบ ไม่ย่อท้อ ไร้อคติ คำนึงถึงเหตุและปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องดีงาม เกิดประสิทธิผล เกิดประโยชน์และความสุข โดยปราศจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า นโยบายอยู่เหนือเหตุผล อธิบายได้ดังนี้ นโยบายคือการกำหนดแนวทางเพื่อให้องค์กรบรรละถึงวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ซึ่งถ้าเปรียบเทียบนโยบายเปรียบเสมือนทรัพย์ภายนอกส่วนเหตุผลคือการพิจารณาที่จะดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดประโยชน์และความสุข โดยปราศจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เปรียบเสมือนทรัพย์ภายใน
2. นโยบายมาจากแหล่งใดบ้าง
1. ชนชั้นปกครอง (eliter)
2. ข้าราชการ/นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ (bureaucratr or technocrats)
3. กลุ่มผลักดันผลประโยชน์(pressure groups/interest groups)
3. วงจรนโยบายสาธารณะเริ่มจากใดและสิ้นสุดลงอย่างไร
1. การก่อตัวนโยบาย (policy formation)
2. การกำหนดนโยบาย (policy formulation)
3. การตัดสินนโยบาย (policy decision)
4. การนำนโยบาย ไปปฏิบัติ (policy implementation)
5. การประเมินนโยบาย (policy evaluation)
ดังรูป
|
นโยบายสาธารณะเริ่มต้นขึ้นและสิ้นสุดลงอย่างไร |
|
การก่อตัวนโยบาย (policy formation) |
|
การกำหนดนโยบาย (policy formulation) |
|
การประเมินนโยบาย (policy evaluation) |
|
การนำนโยบาย ไปปฏิบัติ (policy implementation) |
|
การตัดสินนโยบาย (policy decision) |
|
เกิดอะไรขึ้นบ้าง ? |
|
มีแนวทางอย่างไรบ้าง ? |
|
จะเลือกแนวทางใดดี ? |
|
จะนำแนวทางที่ได้ไปดำเนินการอย่างไร ? |
|
การดำเนินการตามแนวทางได้ผลหรือไม่ ? |
|
วงจรนโยบายสาธารณะ (Public Policy Cycle) |
|
นโยบายสาธารณะเริ่มต้นขึ้นและสิ้นสุดลงอย่างไร |
|
การก่อตัวนโยบาย (policy formation) |
|
การกำหนดนโยบาย (policy formulation) |
|
การประเมินนโยบาย (policy evaluation) |
|
การนำนโยบาย ไปปฏิบัติ (policy implementation) |
|
การตัดสินนโยบาย (policy decision) |
|
เกิดอะไรขึ้นบ้าง ? |
|
มีแนวทางอย่างไรบ้าง ? |
|
จะเลือกแนวทางใดดี ? |
|
จะนำแนวทางที่ได้ไปดำเนินการอย่างไร ? |
|
การดำเนินการตามแนวทางได้ผลหรือไม่ ? |
|
วงจรนโยบายสาธารณะ (Public Policy Cycle) |
4. วิเคราะห์นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ตามองค์ประกอบของนโยบายดังกล่าวได้ดำเนินการตามหลักวิชาว่าด้วยองค์ประกอบของนโยบายหรือไม่อย่างไร
องค์ประกอบของนโยบาย มีดังนี้
1. เหตุผลของการกำหนดนโยบาย (rational) เป็นเหตุผลและสาเหตุที่มาของการกำหนดนโยบายในเรื่องต่างๆ ที่รัฐกำหนดขึ้น หากนโยบายที่กำหนดขึ้นมีเหตุผลเพียงพอ สาธารณชนก็ยอมรับได้ ดังนั้นตัวนโยบายต้องอ้างอิงถึงสาเหตุที่มาและเหตุผลในการกำหนดนโยบายด้วย
2. เป้าหมายของนโยบายหรือผลที่คาดว่าจะได้รับจากนโยบาย (targets or ended result) เป็นการกำหนดเป้าหมายของนโยบายถือเป็นจุดหมายปลายทางที่รัฐบาลมุ่งไปให้ถึง แต่ข้อสำคัญเป้าหมายต้องมีความชัดเจนเพื่อให้ผู้ปฏิบัติตามนโยบายมีหลักยึดถือที่ชัดเจน
3. วิธีการหรือกลวิธีที่จะทำให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย (means or strategies) เป็นวิธีการปฏิบัติ (means) เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย (end) ของนโยบายตามที่กำหนดไว้ นโยบายหนึ่งๆ อาจประกอบด้วยกลวิธีหลายกลวิธีที่ผู้ปฏิบัติต้องเลือกกลวิธีที่ดีที่เหมาะสมไปใช้
4. ทรัพยากรหรือปัจจัยที่สนับสนุนการดำเนินนโยบาย (resources) หมายถึงทรัพยากรที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้การดำเนินนโยบายตามวิธีการที่กำหนดบรรลุผล และยังมีทรัพยากรที่เป็นองค์ประกอบของนโยบายเช่น คน เงิน วัสดุ เครื่องมือ เครื่องจักร ฯลฯ
จากองค์ประกอบของนโยบายข้างต้นสามารถนำมาวิเคราะห์ นโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ เป็นไปตามหลักองค์ประกอบของนโยบายที่กำหนดโดยรัฐบาล ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายรายการค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีเป้าหมายของนโยบายและมีแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้นโยบายเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และได้ดำเนินการสำเร็จมาแล้ว 2 ปี
5. นโยบายการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นท่านคิดว่าเกิดจากตัวแบบนโยบายสาธารณะตัวแบบใด จงอธิบายและให้เหตุผลประกอบ
ตัวแบบสถาบัน (Institutional Model) ตามทฤษฎีของโธมัส อาร์.ดาย (Thomas R. Dye)
มองว่านโยบายเป็นผลผลิตของสถาบัน หมายความว่านโยบายสาธารณะถูกกำหนดขึ้นจากสถาบันหลักของรัฐ ผู้วิเคราะห์ต้องทำความเข้าใจว่าในประเทศนั้น ๆ มีสถาบันใดบ้างเป็นสถาบันหลัก สถาบันเหล่านี้มีหน้าที่อย่างไร อย่างในสหรัฐอเมริกาที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี สถาบันสำคัญมีสามฝ่ายคือฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ การศึกษาจากตัวแบบนี้จะดูว่าสถาบันของทั้งสามฝ่ายมีบทบาทเกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะอย่างไร มีการตรวจสอบถ่วงดุลกันอย่างไร
การนำตัวแบบสถาบันไปวิเคราะห์นโยบายสาธารณะใดก็ตามต้องหาคำตอบให้ได้ว่านโยบายนั้นมีสถาบันใดเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดนโยบาย สถาบันใดรับผิดชอบนำนโยบายนั้นไปปฏิบัติ สถาบันใดทำหน้าที่บังคับใช้นโยบายในสังคม เช่น สภาผู้แทนราษฎรออก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หน่วยงานที่รับผิดชอบในการนำนโยบายไปปฏิบัติคือกรมการขนส่ง กรมการประกันภัย หน่วยงานที่บังคับใช้คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จากทฤษฎีของดายสามารถนำมาวิเคาะห์นโยบายการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดจากตัวแบบนโยบายสาธารณะตัวแบบสถาบัน (Institutional Model) คือ นโยบายสาธารณะถูกกำหนดขึ้นจากสถาบันหลักของรัฐ โดยมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งเป็นที่มาของกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542
เพื่อให้การการกระจายอำนาจปกครองไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐบาลจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านสังคมเป็นประธานและหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองเป็นเลขานุการ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมการ การจัดทำร่างแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
6. นโยบายโรงเรียนดีประจำตำบลท่านคิดว่าเกิดจากตัวแบบนโยบายสาธารระตัวแบบใด จงอธิบายและให้เหตุผลประกอบ
นโยบายโรงเรียนดีประจำตำบล เป็นนโยบายที่เกิดจากตัวแบบนโยบายแบบระบบ (System Model) กล่าวคือ เกิดจากผลผลิตของระบบ
โรงเรียนเป็นองค์กรทางการศึกษาที่สำคัญที่สุด ในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนแนวคิดในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนจึงเป็นความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโรงเรียนในท้องถิ่นชนบท ซึ่งนักเรียนส่วนมากมักด้อยโอกาสในการเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดนโยบายการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในท้องถิ่นชนบท เพื่อให้มีความเพียบพร้อมที่จะเป็นต้นแบบหรือศูนย์สาธิตการให้บริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ตลอดจนแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ เชื่อมั่นศรัทธาในการปฏิบัติงานของโรงเรียนและไม่จำเป็นต้องส่งลูกหลานไปเรียนในเมือง
นโยบายโรงเรียนดีประจำตำบล เกิดขึ้นจากปัจจัยนำเข้า คือโรงเรียนด้อยคุณภาพ เป็นสาเหตุให้นักเรียนขาดโอกาสในการเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงต้องกำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้หมดไป
7. จงอธิบาย Swot Analysis วิเคราะห์พร้อมยกตัวอย่างการวิเคราะห์นโยบายในหน่วยงานของท่าน พอสังเขป
ความหมายของ SWOT Analysis SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพองค์การ หรือหน่วยงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย หรือสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินงานสู่สภาพที่ต้องการในอนาคต
SWOT เป็นตัวย่อที่มีความหมายดังนี้
- Strengths - จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ
- Weaknesses - จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ
- Opportunities - โอกาสที่จะดำเนินการได้
- Threats - อุปสรรค ข้อจำกัด หรือปัจจัยที่คุกคามการดำเนินงานขององค์การ
หลักการสำคัญของ SWOT ก็คือการวิเคราะห์โดยการสำรวจจากสภาพการณ์ 2 ด้าน คือ สภาพการณ์ภายในและสภาพการณ์ภายนอก ดังนั้นการวิเคราะห์ SWOT จึงเรียกได้ว่าเป็นการวิเคราะห์สภาพการณ์ (Situation Analysis) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อให้รู้ตนเอง (รู้เรา) รู้จักสภาพแวดล้อม (รู้เขา) ชัดเจน และวิเคราะห์โอกาส-อุปสรรค การวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารขององค์กรทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายนอกองค์กร ทั้งสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมทั้งผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่มีต่อองค์กรธุรกิจ และจุดแข็ง จุดอ่อน และความสามารถด้านต่าง ๆ ที่องค์กรมีอยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกำหนดวิสัยทัศน์ การกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินตามกลยุทธ์ขององค์กรระดับองค์กรที่เหมาะสมต่อไป
จุดแข็ง คือ วิทยาลัยการอาชีพพยัคฆภูมิพิสัยเป็นโรงเรียนแห่งเดียวในอำเภอที่มีชื่อเสียงด้านการจัดการเรียนการสอนสายวิชาชีพ
จุดอ่อน คือ นักเรียนที่มาศึกษาต่อในวิทยาลัยส่วนมากเป็นนักเรียนที่ด้อยคุณภาพด้านการศึกษาเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง ดื้อรั้น ทำให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปด้วยความลำบาก
โอกาสที่จะเกิดขึ้นได้คือถ้ารัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องงบประมาณในการจัดสร้างอาคารสถานที่ห้องเรียน ห้องน้ำ และโรงอาหาร จำนวนนักเรียนที่มีจำนวนมากก็จะได้รับความสะดวกสบายและก็จะมีคุณภาพมากขึ้น
อุปสรรค ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลน้อยและมีขั้นตอนในการทำงานมากกว่าจะมาถึงโรงเรียนต้องใช้เวลาไม่ทันต่อการพัฒนา
8. Blue Ocean Strategy เป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการในการสร้างความต้องการหรืออุปสงค์ขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) โดยจะไม่มุ่งเน้นการแข่งขันเป็นหลัก แต่จะให้ความสนใจกับความต้องการที่แอบแผงอยู่ของกลุ่มลูกค้า และกลุ่มที่ยังไม่ใช่ลูกค้าของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยจะสร้างสินค้าและบริการที่เพิ่มคุณค่าให้กับผู้บริโภค และในขณะเดียวกันก็จะต้องสามารถลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็นขององค์กรอีกด้วย อันจะเป็นแนวทางหนึ่งของการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน
Blue Ocean Strategy นี้ไม่เป็นเพียงแต่ทฤษฎีทางความคิด แต่ได้นำเสนอถึงวิธีการ กระบวนการและขั้นตอนปฏิบัติอย่างเป็นระบบและมีรูปแบบที่ชัดเจน รวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งแนวความคิด กระบวนการคิด ขั้นตอนและเครื่องมือต่าง ๆ นี้ ถูกนำไปทดสอบกับการบริหารงานจริงอีกด้วย
ตัวอย่าง Starbucks' กับการใช้กลยุทธ์ Blue Ocean Strategy
Prof.Kim วิเคราะห์ว่าความสำเร็จของ Starbucks' ไม่ได้อยู่ที่การขายรสชาติของกาแฟที่หอมกรุ่นเข้มข้นเท่านั้น แต่อยู่ที่ "บรรยากาศ" (Atmosphere) ของการดื่มกาแฟ
ในสมัยปู่ย่าตายายของเรานั้น ร้านกาแฟก็คือ ร้านขายกาแฟจริงๆ ที่คนจะเข้าไปนั่งดื่มกาแฟตอนเช้า และรับประทานอาหารเช้า ก่อนเร่งรีบไปทำงาน ไม่ค่อยจะมีคนไปนั่งร้านกาแฟเพื่อคุยธุรกิจกัน ทั้งนี้เพราะร้านกาแฟ ไม่ได้รับการออกแบบให้มีเก้าอี้นั่งสบาย บรรยากาศเงียบๆ เหมาะแก่การคุยกัน
โดยมากร้านกาแฟจะมีบรรยากาศจ้อกแจ้กจอแจ เก้าอี้นั่งตัวเล็กๆ ประมาณว่าให้รีบดื่มรีบไป ลูกค้าคนอื่นจะได้มานั่งต่อ แต่ Starbucks' เล็งเห็นความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่อยากดื่มกาแฟรสอร่อยในบรรยากาศสบายๆ คล้ายนั่งในล็อบบี้ของโรงแรม สามารถคุยธุรกิจกันไป ดื่มกาแฟกันไป ยิ่งถ้าสามารถใช้โน้ตบุ๊คได้ มีระบบ wi-fi ให้ด้วยก็ยิ่งแจ๋ว เพราะจะได้พรีเซนท์งานได้เลย
ตรงนี้แหละเป็น "ตลาด" ใหม่ที่ร้านขายกาแฟรุ่นปู่ย่าตายายมองไม่เห็น นี่คือ ตลาดที่กว้างใหญ่ไพศาลและสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ นี่คือ Blue Ocean Strategy!
9. กรอบแนวคิดของแมคคินซีย์ (McKinsey 7 s Framework)
แนวคิดนี้ได้รับการเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1980 โดย Robert Waterman, Tom Peter and Julien Phillips แนวคิดนี้ต้องการนำเสนอว่าประสิทธิภาพขององค์กรธุรกิจเกิดจากความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆ 7 ประการ ของธุกิจว่ามีลักษณะและมีสภาพอย่างไร
1. กลยุทธ์ (Strategy) หมายถึง การวางแผนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม การพิจารณา จุดแข็ง จุดอ่อน ของกิจการ
2. โครงสร้าง (Structure) เป็นโครงสร้างขององค์การที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมถึงขนาดการควบคุม การรวมอำนาจ และการกระจายอำนาจ ของผู้บริหาร การแบ่งโครงสร้างงานตามหน้าที่ ตามผลิตภัณฑ์ ตามลูกค้า ตามภูมิภาค ได้อย่างเหมาะสม
3. ระบบ (System) หมายถึงกระบวนการและลำดับขั้นการปฎิบัติงานทุกอย่างที่เป็นระบบที่ต่อเนื่องสอดคล้องประสานกันทุกระดับ
4. รูปแบบ (Style) หมายถึง การจัดการที่มีรูปแบบวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะองค์การ เช่น การสั่งการ การควบคุม การูงใจ สะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์การ
5. การจัดการบุคคลเข้าทำงาน (Staff) หมายถึง การคัดเลือกบุคลากรที่มีความสามารถ การพัฒนาบุคคลกรอย่างต่อเนื่อง
6. ทักษะ (Skill) หมายถึง ความโดดเด่น ความเชี่ยวชาญในการผลิต การขาย การให้บริการ
7. ค่านิยมร่วม ( Shared value) หมายถึง ค่านิยมร่วมกันระหว่างคนในองค์การ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
10. PEST Analysis
เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายนอกทางการตลาดระดับมหภาค(Macro Environment) โดยเฉพาะ ประกอบไปด้วย
1. P – Political วิเคราะห์ผลกระทบจากการเมือง การปกครอง รวมถึงกฎหมายต่างๆ
2. E – Economics วิเคราะห์ผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ และปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์
3. S – Social เป็นการวิเคราะห์ผลกระทบจากสังคม วัฒนธรรม สภาพความเป็นอยู่
4. T – Technology วิเคราะห์ผลกระทบจาก Technology หรือ Innovation อื่นๆ
ok ครับ