เทศกาลแห่งการแสดง "มุฑิตาจิต" ยังมีกันอย่างต่อเนื่อง  ทั้งเป็นการส่วนตัว ส่วนรวมและหน่วยงาน  พิเศษคือกลุ่มรุ่น นัยความหมายเป็นทั้งการแสดงความยินดีที่ได้ทำหน้าที่ให้กับราชการมาเป็นเวลายาวนาน  อันเป็นการแสดงออกตามความนิยมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา  และเป็นโอกาสในการแสดงความรัก ความอาลัยที่มีต่อกัน

        วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๓  ศูนย์เครือข่ายนครไทย ๔ ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานแสดง "มุฑิตาจิต" ให้แก่ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ๑ ท่านและผู้ที่ลาออกก่อนเกษียณอีก ๖ ท่าน  ที่โรงเรียนบ้านแยง

        คณะครูในศูนย์จำนวน ๑๔ โรงเรียน  และผู้บริหารโรงเรียน  นักการภารโรง  ได้มาร่วมเป็นเกียรติในพิธี  ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ น.

คณะครูโรงเรียนวิทยสัมพันธ์

คณะครูวิทยสัมพันธ์ แสดงมุฑิตาจิต

ประธานศูนย์ฯ และผู้เกษียณ กล่าวแสดงความรู้สึก

           ฉันได้กล่าวสั้น ๆ ว่า "รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จัดงานนี้ให้ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง การที่ได้ลาออกจากราชการเป็นเหตุผลที่มีเป้าหมายของแต่ละคน  แม้ว่าในปัจจุบันดิฉันจะไม่มีอาชีพ ไม่มีตำแห่งใด ๆ หากท่านเห็นว่าดิฉันยังมีคุณค่า  ก็ยินดีรับใช้ด้วยใจจริง  และสุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูและผู้บริหารในการทำงานเพื่อเด็กค่ะ"

           เวลา ๑๔.๐๐ น. ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนวิทยสัมพันธ์  ได้ไปจัดกิจกรรมอำลาให้ที่ห้องอาหาร "ริมแก่ง"

บรรยากาศที่ริมแก่ง

แรก ๆ ก็ดสดชื่นแย่งไมค์กันไม่วาง

ครบทีม

            การกล่าวความรู้สึก  ใครพูดจบก็จะวิ่งมากอดกัน   บางช่วงจังหวะที่น้องอั๋นหรือน้องกฤษณ์ดวงตามีน้ำทำให้ตาพร่ามัว ก็ไม่สามารถจับภาพได้  "ไม่คนใดเลยที่กลั้นนำตา" ได้

           ความเป็นจริงนั้น  พวกเราเลี้ยงกัน เลี้ยงแล้วเลี้ยงอีก  มอบของที่ระลึกไม่รู้กี่ครั้งกี่หน  ใครนึกอะไรได้ก็หามาเพิ่ม  แต่ละครั้งพวกเราไม่ครบทีม  เนื่องจากภาระกิจจำเป็น  แต่ครั้งนี้เป็นวันทีพวกเรามาพร้อมกันทุกคน

         

          สมุดบันทึกที่คณะครูร่วมใจกันจัดขึ้น  และเขียนความรู้สึกด้านในทั้งครูและนักเรียน  เล่มแรกเป็นภาพและช่องว่างสำหรับเขียนความรู้สึกของครูและนักเรียน  ส่วนเล่มที่สองเขียนความรู้สึกกับการนับเวลาถอยหลังในแต่ละวัน

         น้อง ๆ บางคนเงินเดือนไม่ถึงหมื่น  แต่มีน้ำใจจัดหาของที่ระลึกมาให้ที่มีราคาสูงกว่ารายได้ประจำเดือน  ทำให้ไม่อาจบรรยายความรู้สึกได้ แม้จะบอกครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากความรู้สึกดี ๆ ก็พอ

          วัฒนธรรม "การกอด การบอกรัก" พวกเราชาววิทยสัมพันธ์ รวมทั้งเด็ก ๆ ปฏิบัติได้อย่างไม่เก้อเขิน  เช้า ๆ เราจะกอดเด็ก ๆ หรือเราจากกันวันสองวัน  เมื่อมาเจอกันก็จะกอดกัน

         "การกอด" สามารถเป็นสื่อถ่ายทอดความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งและมีความหมาย ครูรุ่นเด็กกว่า  สามารถแสดงการกอด การหอมแก้มและกราบเท้าคุณครูรุ่นพี่ได้อย่างเนียน ๆ

          การแสดงมุฑิตาจิต  ครั้งนี้เป็นการที่พวกเราได้แสดงออกที่สืบต่อกันมา แต่ในความเป็นจริงเรารักกัน ผูกพันกัน ช่วยเหลือเอื้ออาทร เป็นหนึ่งเดียว และเป็นกำลังใจให้แก่กันเสมอไม่เปลี่ยนแปลง