นับเป็นการเอาพุทธธรรมนำสร้างทางชีวิต...

ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 เวลาประมาณ 7 โมงเช้า  ท่ามกลางอากาศสดใสมีแสงทองส่องลอดใต้ใบมะพร้าวในสวนหน้าบ้านริมทะเลฝั่งอ่าวไทย  ในเขต อ. หัวไทร  ก็เป็นช่วงที่ยูมิบึ่งรถออกจากที่จอดเพื่อเข้าไปทางเขาบาทพอลงไปฟากขุนเขาฝั่งโน้นก็เห็นกำลังการเส้นถนน 4 เลนได้เป็นแนวยาวสุดตามุ่งตรงไปยังตัว จังหวัดนครศรีธรรมราช

        ไปถึงลานพุทธภูมิราว 8 โมงครึ่งได้เที่ยวชมสังเวชนียสถาน 4 ตำบลอย่างเพลิดเพลินใต้ร่มไม้ร่มรื่นดีจัง...

     ณ ลานพุทธภูมิแห่งนี้  อยู่ในบริเวณทุ่งท่าลาดในตัวเมืองนครศรีธรรมราชมีการจัดงานวันสารทเดือน 10 มีผู้คนมาเที่ยวงานทั้งกลางวันและกลางคืน 

 และกลุ่มพระนิสิตและนิสิต ป. โท ของ ม. มจร. วข. นครศรีธรรมราชก็มาร่วมจัดงานตรงลานพุทธภูมีนี้ด้วย...

        เห็นว่าเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมาจัดงานเทศน์มหาชาติ 3 ธรรมมาสน์ มีผู้คนมาฟังล้นหลาม พอบ่าย 4 โมงเย็นเกิดฟ้ารั่วฝนตกลงมาอย่างหนักแบบว่าเทศน์จนน้ำไหลไฟดับกันเลยทีเดียว  ผู้ฟังนั่งฟังเทศน์อยู่น้ำก็นองมาท่วมถึงตาตุ่มเลย...

        แต่วันนี้ฟ้าแจ้งจางปางก็ได้พูดคุยเสนอมุมคิดเกี่ยวกับศาสนาพุทธพอหอมปาก...มีการให้พรตอนท้าย ๆ ...

ต้องขอแสดงความชื่นชมในความสามัคคีของกลุ่มนิสิตปริญญาโทรุ่นแรกของมหาจุฬา ฯ เมืองนครศรีธรรมราชที่ร่วมแรงกายแรงใจมุ่งมั่นสร้างความฝันให้เป็นจริงขึ้นมาได้...

นับเป็นการเอาพุทธธรรมนำสร้างทางชีวิต 

 กรรมลิขิตชีวิตตนให้ยิ่งใหญ่

คิดพูดทำแต่สิ่งดีทุกที่ไป 

 รวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวเกี่ยวก้อยเดิน...

อย่างนี้เจริญแน่นอนนั้นแล...