ทรัพยกรในความคิดมนุษย์และจินตนาการ
ทอง..เป็นวัตถุที่มีค่า...(ใช้เป็นสิ่งประดับประดาสักการะ)..ในเรื่องของจิตวิญญาณในสมัยโบราณ(ก่อนที่ชนผิวขาวจะประกาศศักยภาพ)....ชนผิวขาว...เห็นว่าทองเป็นวัตถุที่มีค่าคงที่...(เขาคงดิดกันเช่นนั้น..คิดตามประสายายธี)..ทองถูกนำมาเป็นสัญญลักษณ์ต่อมา..ในการแลกเปลี่ยน...ด้วยกระดาษ..(ที่เรียกว่าธนบัตร..ซึ่งเป็นวัตถุที่ทำจากต้นไม้)...จิตวิญญาณและจินตนาการ...ขึ้นอยู่กันกับสิ่งเดียว...(ที่ยายธีคิดเล่นๆว่า...อะไรเป็นสาเหตุ..ใครจะเป็นผู้รู้..และผู้ตอบคำถามนี้...)..มนุษย์เวลานี้..บูชาเงิน(ธนบัตร)..เป็นพระเจ้า..เพราะสามารถ..บันดาลทุกสิ่งที่จินตนาการได้ดังหวัง...ครั้งหนึ่ง..ทองในโบราณกาลก็เช่นกัน..สิ่งเหล่านี้มีอยู่และเป็นอยู่ในธรรมชาติ...ทอง ..(กระดาษ)..ต้นไม้..ทรัพยากรในความคิดของมนุษย์และจินตนาการ....
สวัสดีครับยายธี...
พูดถึงทองก็มีเรื่องเล่าของตัวเอง
หลังจากที่สึกขาลาเพศมาพักใหญ่ ก็ไม่ได้ตัดสินใจทำงานประจำที่ใด เลือกทำงานอิสระตามประสาคนรุ่นใหม่
การไม่ทำงานประจำสำหรับพ่อแม่ปู่ย่าที่บ้านอดเป็นห่วงกังวลไม่ได้
กลับบ้านทีไรก็จะถามตลอดว่าเมื่อไรจะทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง
บอกเท่าไรก็ไม่เชื่อว่าไอ้ที่ทำอยู่เนี่ยเลี้ยงตัวเองได้
วันหนึ่งตัดใจควักกระเป๋าซื้อทอง ๑ เส้น ห่มจีวรทองให้พระเครื่ององค์โต หมดเกือบครึ่งแสน
คล้องคอกลับไปบ้าน เผยอคอเสื้อน้อย ๆ ให้เขาเห็นทองที่คล้อง
ต้ังแต่นั้นมาบรรดาคำถามซ้ำซากเหล่านั้นก็หมดไปเลยครับ
นี่แหละครับคุณค่าของ "ทอง"
สวัสดีค่ะคุณยาย
ตามคุณหนานเกียรติเข้ามาค่ะ แล้วก้พบว่าข้อความต่อไปนี่
วันหนึ่งตัดใจควักกระเป๋าซื้อทอง ๑ เส้น ห่มจีวรทองให้พระเครื่ององค์โต หมดเกือบครึ่งแสน
คล้องคอกลับไปบ้าน เผยอคอเสื้อน้อย ๆ ให้เขาเห็นทองที่คล้อง
ต้ังแต่นั้นมาบรรดาคำถามซ้ำซากเหล่านั้นก็หมดไปเลยครับ
เอาใหม่ค่ะคลิกไปเจออะไรไม่รู้ยังเขียนไม่เสร็จเลยบันทึกให้ซะแล้ว รู้ดีจริงๆ วันหนึ่งตัดใจควักกระเป๋าซื้อทอง ๑ เส้น ห่มจีวรทองให้พระเครื่ององค์โต หมดเกือบครึ่งแสน คล้องคอกลับไปบ้าน เผยอคอเสื้อน้อย ๆ ให้เขาเห็นทองที่คล้อง ต้ังแต่นั้นมาบรรดาคำถามซ้ำซากเหล่านั้นก็หมดไปเลยครับ จะบอกค่ะว่ามันทำให้ "รอยตีนกา"ของครูปูมาเยือนอีกหลาย....เลยค่ะ โชคดีที่คอเสื้อมันยอมเล่นด้วยเนาะคุณหนาน
ÜÜÜÜÜÜ...........สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ....(ระวังคอจะหักนะเจ้าคะ)...เขาว่าทองเนียะมันหนัก..(ไม่ใช่หนัก..กิโล..นะเจ้าคะ)...ได้ยินมาว่าอีกนั่นแหละ....มีทองเท่าหนวดกุ้ง...นอนสดุ้ง..จนแผ่นดินไหว..อ้ะะๆๆๆ.....(และตานี้น่ะ...มีคนขอดูจน..คอเสื้อขาด..รึยัง...เออ...ยายละก็เป็นห่วงเสียจริง..เน้อ..ห่วงแทนเฌวาด้วยน่ะ...อ้ะๆๆ...(ยายธีเจ้าค่ะ)
ยายธีครับ...
ตอนนี้อาราธนาไว้ที่หิ้งพระแล้วครับ
ไม่ได้คล้องคอมานานแล้ว
แต่ก็ยังติดนิสัยคล้องพระครับ
มีพระเครื่องที่คล้องด้วยสายร่มธรรมดาติดตัวไปไหนมาไหนแทนครับ
ยายธีครับ สบายดีไหม ไม่ได้ใส่ทอง แต่มีทองติดตัวเสมอ ก็ดูนามสกุลซิ ฮ่าๆๆ
จิตวิญญาณและจินตนาการ...ขึ้นอยู่กันกับสิ่งเดียว...
(ที่ยายธีคิดเล่นๆว่า...อะไรเป็นสาเหตุ..ใครจะเป็นผู้รู้..และผู้ตอบคำถามนี้...)
ขออนุญาตลองตอบดูนะครับว่า ความกลัว
กราบเรียน ยายธี ครับ
ต้นไม้ เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่คู่กับบรรพกาล
ผมเดาเองว่า...น่าจะเป็นสิ่งที่มนุษย์รู้จักก่อนทองคำ
และฟันธงว่า...ต้องเกิดก่อนกระดาษ
และมนุษย์ต่างได้ประโยชน์จาก "ต้นไม้..."
รวมถึง "คุณยายธี"
ไปเก็บเห็ด ...ไปหาแมลงบ้าง..นะครับ
(แซวเล่นครับ)
สวัสดีค่ะคุณยายธี ก็ติดสมมุติกันไปนะคะในสังคมบริโภคนิยม ทุนนิยมเช่นทุกวันนี้ เป็นความเคยชินและค่านิยมที่เราให้กับการใส่ทองในสังคมบ้านเราอย่างที่คุณหนานเกียรติเล่านะคะ ผู้คนแถวบ้านปากท่าก็เป็นเหมือนกันค่ะ ^___^
นุชเคยชมสารคดีเกี่ยวกับทอง และเพชร กว่าจะหาจากธรรมชาติมาได้ ต้องแลกมาจากหยาดเหงื่อ ความเจ็บป่วย แม้กระทั่งความตายของคนงานและการทำให้เกิดมลพิษแก่สิ่งแวดล้อมมากมาย นายทุนร่ำรวย คนซื้อใช้ก็ไม่ทราบเบื้องหลัง
หนูเองคิดว่า ต้นไม้ จะกลายเป็น สิ่งมีค่า หายาก ในอนาคต
ตอนนี้จึงระดมปลูกต้นไม้เจ้าค่ะ ปลูกจากเมล็ด ซื้อยอดกิ่งตอน ตัดชำเอาเอง และอีกมากมายหลายต้นใช้วิธีเก็บมาปลูก ต้นที่เก็บมาจากวัด หรือข้างทาง เขาจะเก่งและแข็งแรงมาก ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ