ขอบคุณกรณีศึกษาที่ได้รับประสบการณ์กลัวการกลืนอาหารที่ต้องเคี้ยวหลังจากสำลักหมูชิ้นแล้วดื่มน้ำตามในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา...โชคดีที่แฟนของกรณีศึกษาค้นข้อมูลพบ Blog ของ ดร.ป๊อป ก็เลยโทรมาหาผมเพื่อรับคำแนะนำและดีขึ้นตามลำดับจนมาตามนัดหมายยืนยันการตรวจประเมินและแนะนำวิธีการทางกิจกรรมบำบัด
ลองติดตามบทสนทนาดังนี้
ดร.ป๊อป: เป็นอย่างไรบ้างที่เมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว ได้แนะนำการลดความรู้สึกด้วยการแปรงลิ้นจากโคนมาสู่ปลายอย่างช้าๆ ก่อนและหลังมื้ออาหาร และต้องค่อยๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายลิ้นหลังจากเหตุการณ์ที่น่ากลัวของการรับประทานอาหาร คือ กินอาหารอย่างรวดเร็วและกลืนอาหารที่เคี้ยวไม่ละเอียด จนรู้สึกอาหารชิ้นใหญ่ติดคอจนกลัวและไม่คายออกมา ทำให้เร่งรีบดื่มน้ำให้อาหารชิ้นใหญ่ตกลงไปในหลอดอาหารอย่างรวดเร็ว มีการสำลักไอเล็กน้อยเมื่อน้ำที่ดื่มอย่างเร็วกระเด็นเข้าหลอดลม
นส. ร: รู้สึกดีขึ้น แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ เคี้ยวข้าวและหมูชิ้นอย่างช้าๆ มากๆ บางครั้งไม่อยากทาน เลยเลือกทานนม โยเกิร์ต และอาหารอ่อนแทน
ดร.ป๊อป: เอาหละ เดี๋ยวเรามาทดลองกัน โดยให้คุณ ร. เดินไปซื้ออาหารที่ชอบมา 1 อย่าง
นส. ร: เลือกทานโยเกิร์ตคำเล็กๆ ด้วยช้อนชา [บังเอิญผมเหลือบเห็นแฟนคุณ ร. ซื้อขนมปังก้อนและน้ำเปล่ามาด้วย ผมเลยให้ลองทานดังนี้ - โยเกิร์ตเพิ่มปริมาณมากขึ้น แล้วกลืนทันที จากนั้นลองเคี้ยวขนมปังอย่างละเอียดจนมั่นใจก็กลืนทันที ตามด้วยดูดน้ำเปล่าแล้วกลืนทันที]
ดร.ป๊อป: ผมสังเกตและใช้ไม้กดบริเวณกระพุ้งแก้มและกล้ามเนื้อรอบคอหอยสองข้างของคุณ ร. พบว่า มีการกลืนซ้ำมากเกินไปขณะกลืนอาหาร และเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอาหารที่ต้องเคี้ยวแล้วกลืนทันที ยังคงมีอาการกลัวและลังเลในการกลืนน้ำเปล่าตอนท้ายด้วย ผมเลยแนะนำให้เปรียบเทียบกับการทานแบบเคี้ยวขนมปังด้วยฟันข้างขวา (ข้างถนัด) อย่างรวดเร็ว แล้วปัดมาเคี้ยวด้วยฟันข้างซ้ายอย่างช้าๆ สลับกันไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ากลืนได้ทันที จากนั้นให้ดูดน้ำเปล่า แล้วค้างไว้นับในใจ 1-5 พร้อมสัมผัสกดกล้ามเนื้อรอบๆ คอหอยเบาๆ 3 ครั้ง แล้วกลืนน้ำทันทีลงหลอดอาหาร ถือว่าเป็นการสื่อสารให้อวัยวะกินและกลืนอาหารเตรียมพร้อมโดยจิตสำนึก ไม่ต้องกลืนน้ำพร้อมขนมปัง เพราะน้ำลายได้คลุกเคล้าขนมปังจนนิ่มและพร้อมกลืนได้อย่างง่ายแล้ว...ผมแนะนำให้ทำแบบนี้ในสามคำแรกของมื้ออาหาร จากนั้นก็ทานตามปกติ ค่อยๆ ให้รู้สึกมั่นใจขึ้นจากเหตุการณ์กลัวในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาของการกลืนอาหารลำบากที่เรียกว่า Distressed swallowing และน่าจะดีขึ้นตามธรรมชาติในอีก 2 เดือน หากไม่ดีขึ้นก็คงต้องนัดหมายมาตรวจประเมินและแนะนำวิธีการทางกิจกรรมบำบัดใหม่
นส. ร: ทดลองฝึกกินและกลืนอาหารอีกสองรอบ และรู้สึกดีขึ้นจนตอบว่า กลืนสบายขึ้น ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดและเคี้ยวตอนแรกก่อน ดร.ป๊อป แนะนำ ขอบคุณมากและจะลองนำไปปฏิบัติดู น่าจะดีขึ้น
ดร.ป๊อป: ขอบคุณเช่นกันที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่า "กิจกรรมบำบัดช่วยเหลือการกลืนได้...ถ้าทดลองวิธีการด้วยความคิดที่มีระบบ"
วันนี้ผมได้ดูกรณีศึกษาที่กลืนน้ำแล้วสำลัก เพราะความบกพร่องในการทำงานของก้านสมอง ซึ่งตรวจประเมินแล้วพบว่า มีการหายใจเข้าเพื่อกักออกซิเจนได้น้อยกว่าปกติ ไม่มีการหายใจได้ลึกด้วยกระบังลม ไม่มีการหายใจออกได้ราบเรียบ มีการกลืนน้ำที่ซ้ำและเสี่ยงสำลักลงหลอดลมเพราะกลไกการป้องกันการสำลักทำได้ช้า ลิ้นคับปากและสีคล้ำ และตั้งใจไอไม่ดีนัก นอกจากนี้มีการพูดไม่ชัดจากการทำงานของสมองที่ช้า
ผมจึงแนะนำนักกิจกรรมบำบัดให้ทดสอบโปรแกรมที่ให้ไปแล้วว่าต้องเพิ่มเติม 1. ใช้ของเหลวที่หนืดกว่าน้ำเปล่าเพื่อให้ฝึกกลืนได้ปลอดภัยขึ้น เช่น น้ำผลไม้ 2. ใช้น้ำเปล่าได้เล็กน้อย แต่ให้ดูดกับหลอดที่งอได้ที่ริมฝีปากข้างที่แข็งแรง (ขวา) อมค้างไว้ แล้วหันศรีษะไปทางขวา 45 องศา กลืนแล้วหันหน้าตรง เพื่อชดเชยให้กล้ามเนื้อการกลืนทำงานด้านที่แข็งแรงขวา พร้อมหายใจได้สะดวกกว่าการก้มศรีษะ 3. ฝึกเกร็งท้องป่อง กดดันลมให้ท้องแฟบ พร้อมหายใจเข้าทันทีกลั่น 5 วนาที แล้วหายใจออกทางปาก 4. หายใจออกแลบลิ้นเข้าออก 3 ครั้ง แล้วตั้งใจไอดังๆ แล้วเปล่งเสียงเช็คว่าเปียกปนน้ำลายหรือไม่ ถ้าเปียกก็กลืนน้ำลายแล้วฝึกไอใหม่ และ 5. ฝึกการออกเสียงแบบต่ำไปสูงจากความเร็วปกติและช้าเรื่อยๆ ตามเสียงผู้ฝึก
เมื่อทดสอบโปรแกรมข้างต้น พบว่า ใช้ได้ผลดี ทำให้กรณีศึกษามั่นใจในการกลืนมากขึ้น
คือผมคิดว่าประสบปัญหานี้อยู่ครับแต่ไม่หนักขนาดกรณีตัวอย่างเท่าไร ผมกลัวการกลืนอาหารเพราะคิดว่ามันจะไปอุดหลอดลมครับ
สาเหตุเกิดจากเวลาทานอาหารแล้วรู้สึกค้างอยู่ในลำคอเลยเริ่มที่จะกลัวขึ้นมา แต่ยังกินอาหารได้ปกติมีกลัวๆอยู่บ้าง เคยไปหาหมอเค้าบอกว่าผมเป็นกรดไหลย้อนและผมชอบดื่มกาแฟมากงดไม่ได้สักที Dr.Pop พอจะมีคำแนะนำให้ผมไหมครับสำหรับการรักษาโรคกลัวการกลืน ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
ขอบคุณมากครับคุณโสภณ
ขอบคุณมากครับคุณพงษ์เทพ
ข้อแนะนำเพื่อลดอาการกลัวการการสำลักขณะกลืนอาหาร คือ
1. ทบทวนความคิดให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และเริ่มต้นด้วยอาหารที่ชอบมากๆ และใช้ช้อนส้อมแบ่งเป็นคำเล็กๆ เช่น 1 ช้อมโต๊ะแบ่งเป็น 2 คำเล็ก
2. ก่อนตักอาหารคำเล็กเข้าปาก ให้ซ้อมขยับฟันบนสบฟันล่าง ลิ้นแตะนับฟันบนล่าง 3-5 รอบ
3. จิบน้ำสักเล็กน้อยแล้วก้มคอกลืน 2 ครั้ง
4. ตักอาหารคำเล็กเข้าปาก หลับตาแล้วค่อยๆ ใช้ลิ้นตวัดอาหารไปที่ฟันกรามล่างข้างซ้ายสลับขวาอย่างช้าๆ นานข้างละ 5 วินาที (นับ 1-5) รวม 10 วินาทีแล้วกลืนลงขณะก้มคอ
5. ตักอาหารคำเล็กเข้าปาก ลืมตาแล้วทำแบบข้อ 4 เพื่อเตรียมพร้อมระบบการกิน-เคี้ยว-กลืนอาหาร และระบบการย่อยอาหารเป็นจังหวะช้าๆ (ถ้ารู้สึกมีกรดไหลย้อย อาจต้องฝึกสหสัมพันธ์ของการกลืนและการหายใจภายหลังกับนักกิจกรรมบำบัด)
6. จากนั้นก็ได้ต่อได้เรื่อยๆ เมื่อรู้สึกกลัวขณะกลืน ก็ก้มคอลงเล็กน้อย หรือพักจิบน้ำก่อน
7. ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกมั่นใจ ไม่กลัวกลืนสำลักแล้ว ก็ทำตัวกินแบบสบายๆ ตามสไตล์คุณพงษ์เทพได้เลยครับ
หากไม่ได้ผล ให้ติดต่อมานัดหมายที่คลินิกที่ [email protected]
ขอบพระคุณ คุณหมอมากนะครับ หลังจากที่ทำตามคำแนะนำก็ดีขึ้นมาก ทานได้เป็นปกติแล้ว จากการที่สังเกตุดูอาการผมคิดว่าอาจเป็นความกังวลหรือความกลัวที่สร้างขึ้นมาเองครับและไม่รู้วิธีแก้ที่ถูกต้องเลยทำให้มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่พอได้ลองทำตามคำแนะนำคุณหมดดูทำให้ผมมั่นใจขึ้นมากได้ผลจริงๆครับถึงแม้จะยังกังวนในบางครั้งแต่คิดว่าคงกินได้ปกติในเร็วๆนี้ครับ ขอบคุณครับ
ยินดีด้วยครับคุณพงษ์เทพที่ฝึกฝนตนเองจนทานได้อย่างมีความสุข
คุณหมอครับคือผมมีเรื่องสงสัยอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการกลืนอาหารครับ ผมอยากทราบว่าในการรับทานอาหารปกติแล้วเศษอาหารที่เคี้ยวไม่ค่อยละเอียด มันสามารถลงไปอุดหลอดลมได้ไหม คือผมเป็นคนที่ทานเร็วครับแล้วฟันกรามถอนออกไปข้างละซี่จึงมีบางครั้งที่เผลอกลืนอาหารที่ไม่ค่อยละเอียดลงไป เช่นเศษข้าวที่เป็นก้อนๆหรือเนื้อสัตว์ที่เหนียว หรือกล้วยที่เวลาเคี้ยวมันจะเหลือเศษระหว่างซี่ฟันที่ถอน ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
ขอบคุณสำหรับคำถามของคุณพงษ์เทพครับ
การกลืนอาหารที่ไม่ละเอียด หากมีจังหวะการเคี้ยว การกลืน และการหายใจไม่สัมพันธ์กัน เช่น ทานเร็วจนสำลัก ทานไปพูดไปจนสำลัก เป็นต้น บางคนทานเร็วจนเคยชิน ตัวลิ้นกั้นปิดหลอดลมกับหลอดอาหารก็ทำงานได้ทันกัน แม้ว่าจะไม่มีฟันกราม แต่ถ้าอมอาหารจนเป็นก้อน (ประมาณ 5-10 วินาที แปรผันตามขนาดและความข้นของก้อนอาหาร) ก็สามารถเลื่อนลงหลอดอาหารได้อย่างไม่สำลัก หรือบางครั้งไม่สำลัก แต่รู้สึกอยากไอหรือกลืนติดคอ แสดงถึงอาการสำลักเงียบได้ หากมีอาการแบบนี้นานไป อาจติดเชื้อในปอดได้ครับ
ดังนั้น แนะนำว่า ควรเคี้ยวไปมาอย่างช้าๆ เป็นจังหวะๆ ระหว่างฟันทั้งด้านบนล่างซ้ายขวา นับในใจ 1-5 วินาที สำหรับชิ้นอาหารเล็กและเหนียว และนับในใจ 1-10 วินาที สำหรับชิ้นอาหารใหญ่และเหนียว หรือใช้เวลานานกว่านี้ เมื่อใช้ลิ้นดุนสัมผัสอาหารแล้วรู้สึกว่ายังไม่ละเอียด ทั้งนี้ลองประเมินเปรียบเทียบระหว่างการทานตามปกติของคุณพงษ์เทพกับวิธีที่แนะนำข้างต้นว่า อาหารละเอียดและทานได้ง่ายขึ้นหรือไม่ มีอาการสำลักหรือไม่ เป็นต้น
ขอบคุณ คุณหมออีกครั้งนะครับ ทุกคำตอบของคุณหมอมีประโยชน์มากครับ ผมจะนำไปปรับใช้ตามคำแนะนำของคุณหมอนะครับ
ดิฉันก้อเปนโรคกลัวกลืนอาหารเหมือนกันค่ะ
ทานอะไรไม่ได้เลยเพราะกลัวจะสำลัก
ทรมานมากค่ะทำไงดีลองทำตามแต่ไม่ได้ผล..
เรียนคุณหมอครับ คือผมกลืนอาหารแล้วเศษอาหารมันไม่ลงคือกลืนไปแล้วมันติดที่คอแล้วผมก็เหมือนทำตัวไม่ถูกจะอวกมันก็ไม่ออกแล้วหัวใจมันก็เต้นแรงและเร็วขึ้นมาคือผมรำคาญเศษอาหารที่ติดอยุ่กินน้ำก็แล้วไม่ลงเลยใช้วิธีกลืนน้ำลายแต่มันก็ระคายไม่สบายตัว แต่ผมก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นคือมันระคาย คือผมก็กินข้าวปกติแต่กลัวกลืนอาหารติดเหมือนเดิมพอหลายวันผ่านไป มันมีอาการแปลกๆเหมือนหายไม่สะดวกจุกแน่นที่คอแต่เศษอาหารที่ติดมันก็หายไปละแต่รุ้สึกหายใจเหมือนมันไม่โล่ง มันจะเกี่ยวกับอาการตอนที่ผมตกใจที่เศษอาหารมันติดคอใจเต้นแรงเร็วคือความรุ้สึกนั้นมันยังอยุ่เลยอะครับจะแก้ไขยังไงดีครับคุณหมอ ผมไม่มีความสุขเลยหายใจเหมือนไม่สะดวก
ขอบพระคุณคุณนิรมลและคุณสมบัติติดต่อมานัดหมายผมที่คลินิกที่ [email protected]
เวลากินน้ำซุป หรืออะไรที่เผ็ดๆ หนูไม่ค่อยกล้ากลืนอาหารค่ะ เพราะกลัวสำลัก อยากทราบว่าเป็นเพราะอะไรหรอคะ?? แต่บางครั้งถ้าไม่นึกถึงเรื่องที่ว่า ก็กินอาหารได้ปกติอะค่ะ บางครั้งก็ต้องหาอะไรจับแล้วพยายามกลืนค่ะ กังวลมากค่ะ กินอาหารก็ไม่ค่อยอิ่ม
ขอบคุณมากครับคุณ ต. การกลัวสำลักเพราะคุณ ต. น่าจะมีประสบการณ์เดิมที่เคยสำลักจากการทานซุปหรือเผ็ดๆ หรือมีภาวะวิตกกังวลในบางความคิดที่กำลังพยายามกลืนจนทำให้กินอาหารไม่อิ่ม ควรปรึกษาจิตแพทย์และนัดหมายมาคลายความกังวลกลัวการกลืนกับผมที่คลินิกได้ครับ ผมลงคลินิกอีกครั้งเดือนต.ค.
สวัสดีค่ะ ขอถามหน่อยค่ะ ตัวเองเคยกินผัดผักและเปลือกระเทียมติดหลอดลม แบบว่าหายใจไม่ออก นึกว่าจะตายแล้วแต่ดีที่พี่ล้วงคอจนเปลือกกระเทียมหลุดออกมาได้ แต่ก็เกือบ 10 ปีแล้ว ตอนนั้นมีผลคือไม่กล้ากลืน แม้ในนม โจ๊ก ยังไม่กล้า พอเคี้ยวๆแล้วรู้สึกว่าถ้ากลืนแล้วติดค่อแน่ๆจะคายทิ้งเลย ตอนนั้นแม่พาไปหาหมอ กลืนแป้งเพื่อให้เราแน่ใจว่ากลืนแล้วจะไม่มีอะไรติดคอแน่นอน และหลังจากนั้นก็ดีขึ้น กินได้ปกติแต่ก็ระวังการกินตลอดเวลา จนปี2018 4 วันแล้วที่รู้สึกลัวการกลืน อยู่ดีๆก็กลืนไม่ลง อาการเหมือนตอนนั้นมากๆ ตอนนี้กินได้แต่โจ๊ก แค่ข้าวโจ๊ก หมูในโจ๊กก็ต้องเคี้ยวนานมากๆ ไม่สบายใจเลยค่ะ ปกติเป็นคนกินเก่ง อยากกินทุกอย่าง ตอนนี้ก็อยากแต่กินไม่ได้ มันทรมาณ อาการแบบนี้ควรไปพบจิตแพทย์มั้ยคะ
ขอบคุณมากครับคุณ M แนะนำเบื้องต้นให้พบจิตแพทย์เพื่อตรวจว่า มีความวิตกกังวลระดับใด และสามารถลองฝึกจินตนาภาพให้นึกถึงภาพของคุณ M ขณะรับประทานอาหารที่อร่อย กินเก่ง กินได้ทุกอย่าง แล้วปรับภาพให้ชัด เมื่อใดมีภาพที่กล้าๆกลัวๆ ก็ให้พูดเสียงดังให้ตัวเองได้ยิน 3 ครั้ง ว่า ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี ลบออกไป มั่นใจ กลืนได้ดี ต่อด้วยลองเป่าลมหายใจออกทางปากยาวๆ 3 ครั้งในท่าคอตรง ก้มคอเล็กน้อย กลืนน้ำลาย คอตรง หายใจเข้าแล้วออกทางจมูก นับเป็น 1 รอบ ทำต่ออีก 2 รอบ แล้วค่อยลองเคี้ยวอาหารนิ่มๆ ไม่เกิน 1 ช้อนชา หลับตา ก้มคอเล็กน้อย แล้วค่อยๆกลืนช้าๆ ถ้ารู้สึกไม่ดี ก้มคอไว้ แล้วลืมตา ค่อยๆฝืนกลืนช้าๆ เท่าที่จะทำได้ใน 1-3 นาที แล้วค่อยบ้วนถึงกรณีกลืนไม่หมด ถ้ากลืนหมดแล้วก็ลองอีกสัก 3 คำ ทำเท่าที่ทำได้ ต้องใช้เวลาปรับจิตปรับใจทุกๆมื้อ แบ่งเป็น 5 มื้อ ทุกๆวัน ใช้เวลา 21 วันต่อเนื่องกัน หากมีคำถามสงสัยและอยากนัดหมายที่คลินิก ซึ่งผมคาดว่าจะลง 24-25 ก.พ.ศกนี้ ก็โทรนัดได้ที่มือถือ 0852240707 อ.ป๊อป
สวัสดีครับคุณหมอ คือผมมีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนอาหารครับ ก่อนหน้านี้ผมทานยาเม็ดใหญ่แล้วรู้สึกค้างๆที่คอ เลยมีอาการกลัวขึ้นมาครับ ผสมกับตัวผมเองเป็นกรดไหลย้อนอยู่ด้วย หลังจากวันนั้น เวลาทานอาหารก็จะมีความกลัวอาหารติดคอ จึงใช้เวลาในการเคี้ยวนานกว่าปกติมาก แล้วก็รู้สึกว่าทานอาหารไม่เป็นธรรมชาติ กังวลจนมีเหงื่อออกที่มือครับ อยากทราบว่าผมควรจะทำพฤติกรรมบำบัดอย่างไรดีครับ ตอนนี้ค่อนข้างจะเครียดเวลาทานอาหารมาก
สวัสดีครับคุณหมอ คือผมมีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนอาหารครับ ก่อนหน้านี้ผมทานยาเม็ดใหญ่แล้วรู้สึกค้างๆที่คอ เลยมีอาการกลัวขึ้นมาครับ ผสมกับตัวผมเองเป็นกรดไหลย้อนอยู่ด้วย หลังจากวันนั้น เวลาทานอาหารก็จะมีความกลัวอาหารติดคอ จึงใช้เวลาในการเคี้ยวนานกว่าปกติมาก แล้วก็รู้สึกว่าทานอาหารไม่เป็นธรรมชาติ กังวลจนมีเหงื่อออกที่มือครับ อยากทราบว่าผมควรจะทำพฤติกรรมบำบัดอย่างไรดีครับ ตอนนี้ค่อนข้างจะเครียดเวลาทานอาหารมาก
แนะนำคุณ N ให้มาตรวจประเมินและออกแบบโปรแกรมกิจกรรมบำบัดการกลืนอาหารกันในวันที่ 28 ก.พ. นี้ หากมีอะไรอยากติดต่อ ยินดีครับ อ.ป๊อป 0852240707
แล้วในช่วงนี้จะปฎิบัติตัวอย่างไรดีครับ คือเวลาทานอาหาร ผมไม่สามารถกะเกณฑ์ว่าความละเอียดประมาณไหนที่สามารถกลืนได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล