รองศาสตราจารย์ศิริพงศ์ พยอมแย้ม เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านเป็นผู้ร่วมบุกเบิกสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษาขึ้นที่คณะศึกษาศาสตร์ รวมทั้งเคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าภาควิชาและเป็นคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งนอกจากท่านจะเป็นผู้ที่ทำให้ความเป็นสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา ของมหาวิทยาลัยศิลปากร มีความเป็นเอกลักษณ์และเพิ่มความแตกต่างหลากหลายให้กับสาขาวิชาชีพดังกล่าวซึ่งมีอยู่มากกว่า ๒๐ แห่งในมหาวิทยาลัยต่างๆของประเทศแล้ว ท่านเป็นนักการศึกษาและครูสร้างคนที่มีบทบาทมากท่านหนึ่งของวงการเทคโน

Ajsiripong1.jpg picture by waweeme

ผมได้เรียนรู้การทำงานเหมือนเป็นลูกศิษย์นอกห้องเรียนของอาจารย์มาอย่างยาวนานมากกว่า ๒๐ ปี เมื่อครั้งที่ท่านเป็นคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายเผยแพร่และพัฒนาสื่อสาธารณสุข ของสถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดลและอยากได้อาจารย์นักวิชาการด้านสื่อและเทคโนโลยีการศึกษามาเป็นกรรมการวิชาการให้กับมหาวิทยาลัย ทั้งการประกวดสื่อสุขภาพ การจัดเวทีประชุมวิชาการด้านสื่อของมหาวิทยาลัย ซึ่งผมและหมู่เพื่อนชาวมหิดลได้ร่วมกันริเริ่มและจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นเวทีส่งเสริมการพัฒนางานทางด้านนี้ให้มีส่วนร่วมในการทำงานสุขภาพระดับเข้าถึงวิถีชีวิตประชาชนได้มากยิ่งๆขึ้น 

อาจารย์ รวมทั้งอีกหลายท่าน เช่น รองศาสตราจารย์ ดร.ประศักดิ์ หอมสนิท นายกสมาคมนักฝึกอบรมแห่งประเทศไทยและอาจารย์เทคโนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์พูน เกษจำรัส ศิลปินแห่งชาติ อดีตครูของคนเพาะช่าง วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ และนายกสมาคมนักถ่ายภาพสมัครเล่นแแห่งประเทศไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิวัฒน์ กุลจันทร์ ครูเพาะช่างและอดีตนายกสมาคมนักถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ได้มาช่วยเป็นกำลังวิชาการ ทำให้ได้ประสบการณ์กับความเป็นมืออาชีพแถวหน้าของประเทศ รวมทั้งเป็นกำลังสติปัญญาให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดลและที่ทำงานเดิมของผม อันได้แก่สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน ทำให้งานด้านสื่อทางด้านสุขภาพมีเวทีพัฒนางานให้มีบทบาทส่งเสริมสนับสนุนงานพัฒนาสุขภาพและงานในสาขาอื่นๆอย่างแพร่หลาย 

คนในวงการทำสื่อเฉพาะกิจของประเทศที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งผู้นำการพัฒนาในสาขาอื่นๆที่มีทักษะบูรณาการด้านสื่อ เช่น แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ครูอาจารย์ จำนวนไม่น้อยที่ได้ค้นพบความเป็นเลิศในตนเองอีกด้านหนึ่งจากเวทีดังกล่าวนี้ ซึ่งกล่าวได้ว่า อาจารย์ร่วมเป็นผู้บุกเบิกและร่วมเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น ที่พวกเราตัวเล็กๆได้พยายามเดินข้ามมหาวิทยาลัยและบุกเบิกการทำงานในส่วนเสี้ยวเล็กๆให้แก่สังคมระดับประเทศดังกล่าว ขึ้นมาด้วยกัน 

อาจารย์ทำให้ผมได้มีโอกาสร่วมงานและได้ใช้วิชาความรู้ในทุกสาขาที่ได้ร่ำเรียนมาให้กับนักเทคโนโลยีการศึกษาซึ่งเป็นกลุ่มคนอีกสาขาหนึ่งที่ผมเห็นความสำคัญ ทั้งทางด้านศิลปะ สื่อและเทคโนโลยีการศึกษา รวมทั้งทางประชากรศึกษาและสังคม ตลอดจนประสบการณ์จากการวิจัยและการทำงานสังคมหลายวาระ ได้ไปสอน ประชุมวิชาการ ดูแลวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาโทและเอกในสาขาเทคโนโลยีการศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งผมกับอาจารย์ รวมทั้ง อาจารย์สมหญิง : รองศาสตราจารย์สมหญิง เจริญจิตรกรรม และ รองศาสตราจารย์ ดร.โยธิน แสวงดี แห่งสถาบันวิจัยประชากรและสังคม คุณหมอ ดร.ถวัลย์ พบลาภ สสจ.นครปฐมและอ่างทอง และนายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอีกหลายท่านได้ร่วมกันบุกเบิกสนับสนุนงานวิจัยวิทยานิพนธ์ทางเทคโนโลยีการศึกษาให้ไปเชื่อมโยงกับการทำงานสุขภาพชุมชนและผสมผสานกับงานวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าจะเปิดมิติใหม่ๆให้กับงานวิจัยทางการศึกษาสาขาเทคโนโลยีการศึกษาในมิติอื่นๆที่ขยายออกจากการเรียนการสอนในห้องเรียนไปสู่การศึกษาเรียนรู้ในชุมชนและในวิถีชีวิต [คลิ๊กดูงานวิทยานิพนธ์สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแนวนี้ที่ได้ทุนและได้รางวัล] สามารถก้าวทันเพื่อร่วมมือกับบทบาทของงานสาขาอื่นๆและร่วมกันจัดการความจำเป็นต่างๆได้อย่างทัดเทียมกับความเป็นไปรอบข้างได้มากยิ่งๆขึ้น ผมนั้นมีความดีใจมากยิ่งกว่าการได้ทำงานอย่างทั่วๆไป เนื่องจากเหมือนกับได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดบทเรียนหลายอย่างจากพรมแดนอื่นๆให้กับแวดวงวิชาชีพเดียวกัน ร่วมสานความร่วมมือให้พลังจากสาขาวิชาเทคโนฯกับหลากสาขาได้มีช่องทางส่งเสริมเกื้อหนุนกันเพื่อมุ่งสู่จุดหมายทางสังคมได้ดียิ่งๆขึ้น

ผมพอจะกล่าวได้ว่า สำหรับงานของสาขาเทคโนฯมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้ว ผมกระตือรือร้นที่จะได้ร่วมทำกับอาจารย์และทีมอาจารย์ทุกอย่าง ทั้งด้วยความเคารพนับถือความเป็นครูด้วยจิตวิญญาณของอาจารย์ที่มีต่อผู้อื่น รวมทั้งชอบความเป็นนักวิชาการศึกษาและนักวิชาการเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มุ่งเชื่อมโยงกับสังคมในแนวทางใหม่ๆโดยผสมผสานกับภูมิปัญญาทางสังคม สิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นชุมชนด้วย ซึ่งก็เป็นการได้เดินเสริมกำลังให้กับความริเริ่มสิ่งดีแก่สังคมในอีกมิติหนึ่งที่เป็นผลดีต่อภารกิจของมหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยศิลปากรไปด้วย วิถีวิชาการอันหนักแน่นและการมุ่งให้เกิดสิ่งดีด้วยวิถีคิดอันกว้างขวางของอาจารย์ เป็นกำลังฝ่าข้ามข้อจำกัดหลายอย่างที่มักเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของโดยทั่วไป 

ในส่วนของมหาวิทยาลัยมหิดลนั้น ผมก็ขออาสาเชื่อมโยงและประสานงานกับอาจารย์ รวมทั้งทีมอาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยศิลปากรที่เป็นทีมอาจารย์ มาร่วมเป็นเครือข่ายการวิจัยในหลายโอกาสกับมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งอาจารย์ อาจารย์สมหญิง และอาจารย์ท่านอื่นๆของสาขาเทคโนฯศิลปากร ก็ได้สะท้อนประสบการณ์ให้ทราบอยู่เสมอว่าทำให้สามารถนำเอาบทเรียนและความเป็นจริงของสังคมหลายอย่างไปพัฒนาการศึกษา พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน รวมทั้งพัฒนาการวิจัยทั้งของกลุ่มอาจารย์และการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา โดยเฉพาะการเกิดเครือข่ายวิทยาการและสามารถเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกับการทำงานสุขภาพและมิติอื่นๆที่สืบเนื่องจากการได้ทำวิจัยและเรียนรู้ในพื้นที่ด้วยกัน ซึ่งเชื่อว่าได้เป็นบทเรียนนำร่องที่จะทำให้มีแนวอ้างอิงสำหรับสร้างสรรค์บทบาทงานวิชาการที่บูรณาการกันในแนวทางใหม่ๆอีกแง่มุมหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดลกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ในหมู่คนที่สนใจในอนาคต

ผมจึงไม่เพียงได้ร่วมทำสิ่งดีแก่สังคมกับอาจารย์ไปพอสมควรบ้างเท่านั้น แต่การได้นำเอาสิ่งที่ครูบาอาจารย์ได้ถ่ายทอดและอบรมสั่งสอนมาใช้ทำงานแก่ผู้อื่นได้เกินกว่าที่จะคิดหวังไว้ก่อนเสียอีกดังที่กล่าวมานี้ ก็นับว่าเป็นกำไรชีวิตสถานเดียว อีกทั้งเป็นครั้งหนึ่งที่เหมือนกับได้ปฏิบัติตอบแทนสิ่งที่ตนเองได้รับจากผู้อื่น ทำให้ได้ความปลอดโปร่งใจและมีกำลังชีวิตมากยิ่งๆขึ้นไปด้วยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็เนื่องด้วยอาจารย์นั่นเองที่ทำให้ผมได้มีโอกาสอันดียิ่งนี้

เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง หลังจากที่ผมได้รู้จักและทำงานคลุกคลีอยู่กับอาจารย์มากว่า ๑๕ ปีไปแล้ว ผมจึงเพิ่งจะได้ทราบว่าอาจารย์เป็นคนเรียนทางศิลปะมาก่อน โดยเรียนจบโรงเรียนช่างศิลป์ ก่อนที่จะไปจบบ้านสมเด็จและวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรในสาขาเทคโนโลยีการศึกษารุ่นแรกๆ อาจารย์ยังคงทำงานต่อเนื่อง อีกทั้งเล่นดนตรีไทย โดยเฉพาะสีซออู้ ซึ่งการพรมนิ้วและลีลาการสบัดโยนเสียงต่อเนื่องจากโน๊ตตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งอย่างพลิ้วไหวอ่อนโยนนั้นเป็นท่วงทำนองการเล่นของคนที่เล่นจนอยู่มือ ซึ่งบ่งบอกถึงการผสมกลมกลืนอย่างแนบแน่นอยู่กับชีวิตและการงานของอาจารย์ ในมุมการอยู่กับตนเองนั้น อาจารย์หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณและไฟชีวิตด้วยพลังศิลปะ

ยิ่งไปกว่านั้น อาจารย์กลับใช่ใครอื่น กลับเป็นเพื่อนกับครูศิลปะที่เพาะช่างของผม คือ ศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชูหรือที่พวกเราเรียกว่าอาจารย์ปัญญา รวมทั้งวงจรชีวิตของอาจารย์ก็อยู่ในกลุ่มคนของวงการศิลปะแทบจะทุกสาขา ซึ่งเมื่อกล่าวถึงทีไรก็เป็นคนในวงการที่ผมรู้จักอยู่หลายคน ตั้งแต่นั้นมา หากผมได้ไปศิลปากร สิ่งแรกที่ผมมักจะนึกถึงเลยก็คือต้องขอไปไหว้คารวะและนั่งคุยกับอาจารย์ โดยเฉพาะเอารูปเขียน งานหนังสือ และเรื่องราวทางศิลปะ วรรณกรรม วรรณคดี พุทธศิลป์ มานั่งดูและคุยกัน ซึ่งได้ทั้งเห็นความเคลื่อนไหวทางวิชาการ ความรอบรู้ และก่อเกิดอรรถรสในการเสวนาเป็นที่สุด

กระทั่งอาจารย์และผมจะมีธรรมเนียมเยี่ยมเยือนกันอย่างหนึ่งคือ เอาหนังสือหรือผลงานมาแบ่งกันดู อาจารย์ถือหนังสือหรืองานศิลปะดีๆมาฝากผมอยู่เสมอ หรือแม้ไม่ได้เจออาจารย์ แต่เมื่ออาจารย์ได้หนังสือหรือได้ทำงานความคิดออกมาดีๆ อาจารย์ก็ไม่ลืมที่จะนึกถึงและฝากติดมือนักศึกษาหรือคนอื่นๆไปให้ผม อาจารย์มีความเป็นกัลยาณมิตรทางการเรียนรู้และให้ความเมตตาแก่ผู้อื่นอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา ผมเองนั้น เมื่ออยากแบ่งปันเรื่องศิลปะและหนังสือดีๆก็จะต้องถือติดมือไปเป็นเครื่องน้อมคารวะต่ออาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร การได้พบอาจารย์แต่ละครั้งจึงเหมือนกับการได้เดินเข้าสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้และแวดวงแห่งการอ่านการศึกษาค้นคว้า โดยเฉพาะด้านพัฒนาการศึกษาและศิลปศึกษา อย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง

อาจารย์จะให้เกียรติแก่ผมมาก ท่านมักยกย่องเชิดชูผมให้ลูกศิษย์และคนอื่นๆได้ทราบ ผมนั้น แม้นไม่ได้เป็นลูกศิษย์ลูกหาของอาจารย์โดยตรง แต่ก็เคารพนับถือเสมอเป็นครู พึงให้ความเคารพ ซึ่งด้วยความงดงามและบริสุทธิ์สดใสของอาจารย์ก็เลยทำให้ผมออกตัวไม่ได้เลยสักครั้งเพราะเกรงจะเสียความเคารพ จึงได้กำหนดรู้ในใจไปด้วยเสมอว่าเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งในการแสดงให้ทราบว่าอาจารย์มีทรรศนะต่อความเป็นผู้ที่อาจารย์ชื่นชมยินดีอย่างไร เพื่อที่ผมและคนอื่นๆจะได้พอเห็นแนวปฏิบัติสำหรับพัฒนาตนเองให้เป็นอย่างนั้นได้อยู่เสมอๆ

อาจารย์เป็นครูและเป็นคนทำงานอย่างมีอุดมคติ สุภาพ อ่อนโยน มีความเคร่งครัดและพิถีพิถันอย่างยิ่งในทุกมิติ แม่นยำในทฤษฎี และมีความรอบรู้ในศาสตร์หลายแขนง ทางด้านการศึกษานั้น อาจารย์มีความบูรณาการในตนเองสมกับที่ได้ศึกษาเรียนรู้มาอย่างครบกระบวนท่า ทั้งทางศิลปะ วิชาการศึกษา และเทคโนโลยีการศึกษา รวมทั้งเป็นผู้ศึกษาอบรมและปฏิบัติภาวนาอยู่ในวิถีชีวิต ซึ่งทำให้อาจารย์เหมือนต้นไม่ใหญ่ที่งดงาม กอปรด้วยความเมตตา อ่อนน้อม สุภาพ ละเอียดรอบคอบและเข้มงวดต่อตนเองอย่างเป็นปรกติ  ทว่า ผ่อนปรนเพื่อให้โอกาสเรียนรู้และพัฒนาตนเองของผู้อื่น สอนทั้งวิชาความรู้และเป็นแบบอย่างของการทำงานอุทิศตน รวมทั้งเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตและวิถีปฏิบัติอย่างงดงามอยู่เสมอต่อผู้อื่น

ผมมักบอกกับน้องๆและเพื่อนร่วมงานของผมอยู่เสมอว่าอาจารย์มีแนวคิดทางวิชาการที่ลึกซึ้งและเป็นคลังประสบการณ์ที่ดีหลายอย่างมาก หากมีโอกาสก็ให้อาสาตนเองทำงานและเรียนรู้ชีวิตจิตใจการทำงานจากอาจารย์ให้ได้มากที่สุด ผมเองก็เช่นกัน ผมอยากได้มีโอกาสทำงานกับอาจารย์เพื่อเป็นหมุดหมายบนทางชีวิตตนเองที่ได้ทำสิ่งดีๆกับคนทำงานวิชาการอันงดงามอย่างอาจารย์ เพื่อเอาไว้คิดถึงตอนแก่และเมื่อทำสิ่งต่างๆไม่ไหวแล้วว่าได้มีโอกาสดีเหลือเกินที่ห้วงหนึ่งของชีวิตได้รู้จักและไม่ได้ผ่านเลยที่จะได้ทำสิ่งดีๆเก็บไว้น้อมรำลึกถึงหลายอย่างกับอาจารย์

ผมได้ไปกราบคารวะและร่วมสอบวิทยานิพนธ์นักศึกษาของอาจารย์ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ผมได้นำหนังสือติดมือไปฝากอาจารย์เช่นเคย และอาจารย์ก็อีกเช่นกัน ก็นำหนังสือเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งมามอบให้ผม แต่คราวนี้อาจารย์บอกว่า หนังสือเล่มนี้อาจารย์เขียนและพิมพ์เป็นเล่มเก็บไว้ ยังไม่เผยแพร่ เป็นหนังสือที่อาจารย์ทำเพื่อเตรียมไว้แจกในวาระการเกษียณอายุราชการ ซึ่งทราบว่าทางมหาวิทยาลัยศิลปากร ตลอดจนลูกศิษย์และคณาจารย์ ได้จัดให้อาจารย์ในวันนี้ วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๓

หลังเกษียณแล้ว อาจารย์ก็จะยังคงเป็นอาจารย์ของหลักสูตรศิลปศึกษา ของมหาวิทยาลัยศิลปากรซึ่งอาจารย์อีกเช่นกันที่มีส่วนในการริเริ่มและบุกเบิกเปิดขึ้นเป็นครั้งแรกในมหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดของประเทศ อาจารย์จึงสร้างมรดกทางการศึกษาขั้นสูงให้แก่ประเทศอย่างน้อยก็ ๒ สาขา ความที่อาจารย์เป็นยอดคนและยอดนักสร้างสรรค์ที่กร้าแกร่ง เข้มแข็งในวิชาการและภาวะอุดมคติแห่งตน ทว่า กลับเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนอย่างที่สุด ผู้คนในวงการศิลปะและในวงการศึกษาก็เลยไม่ใคร่ได้สังเกตว่า อาจารย์ช่างเป็นครู นักศิลปศึกษา และนักการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ในวงการคนหนึ่ง มากจริงๆ.

...........................................................................................................................................................................

  หมายเหตุ   : ขอขอบคุณภาพถ่ายจากอาจารย์ณัฐพัชร์ ทองคำ จาก http://gotoknow.org/journals/nattapach/entries/70227 เป็นอย่างมากครับ