การเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการพิจารณาว่าจะใช้ cai พัฒนาความสามารถของนักเรียนในนักเรียนกลุ่มต่างๆ ได้อย่างไร โดยศึกษาในนักเรียน 161 คนที่มาจากโรงเรียนขนาดกลาง โดยใช้นักเรียน สี่กลุ่มคือ 1 การศึกษาพิเศษ 2 ผู้ไม่ชำนาญภาษาอังกฤษ 3 ผู้ชำนาญภาษาอังกฤษ 4 การศึกษาปกติ ซึ่งทั้งหมดจะถูกวิจัยโดยใช้โปรแกรม Cornerstone ผลการวิจัยพบว่านักเรียนในการศึกษาปกติมีการพัฒนาเมื่อเทียบกับการทดสอบก่อนการวิจัยมากกว่าในนักเรียนการศึกษาพิเศษ วิเคราะห์ทางสถิติโดย ancova test ,f1,156,0.95,=15.56,p

บทนำ โปรแกรมเมอร์ได้มีการพัฒนาความสามารถออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อสนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอนให้กับนักเรียน ตลอดจนเพิ่มความน่าสนใจในการเรียน การวิจัยในครั้งนี้อาศัยเครื่องมือโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา ดังนี้ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล 2 วัตถุ animation on screen 3 เตรียมกิจกรรมแบบฝึกหัดที่ท้าทายและเพิ่มความอยากรู้อยากให้ 4 เตรียมรูปแบบcontext ต่างๆ 5 เตรียมหรือคัดเลือกผู้เรียนที่เหมาะสมในการศึกษาแบบต่างๆ

ข้อมูลส่วนบุคคลใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อเพิ่มให้ผู้เรียนมีความสนใจและสนใจในการเพิ่มพูนสติปัญญา เพิ่มความมีเหตุผลและการจัดวางโครงสร้างที่เป็นลำดับขั้นตอนเพื่อให้ข้อมูลใหม่ๆ ถูกรวบรวมได้ง่ายขึ้นในกรณีที่มีปัญหาเรื่องชื่อนักเรียนหรือครอบครัวที่ซับซ้อนกัน
วัตถุแอนนิเมชั่นจะนำไปสู่การอธิบายรายละเอียดของใจความสำคัญ เช่น กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ที่เพิ่มเข้าไปในบทเรียนโดยลดภาระการรับรู้ในหน่วยความจำของผู้เรียน ด้วยเหตุนี้จึงให้ผู้เรียนได้ค้นหาและผ่านกระบวนการรับรู้อีกครั้งและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่างๆขึ้น
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะเพิ่มให้เกิดความสนใจในเนื้อหาโดยการเตรียมคำอธิบายต่างๆ ให้กับผู้เรียน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ท้าทายความสนใจให้กับเนื้อหา กิจกรรมต่างๆเหล่านี้คือหัวใจในการสร้างความสนใจอันเกิดมาจากประโยชน์ของความแตกต่างที่เป็นประโยชน์,ความสัมพันธ์กัน,และการส่งเสริมทางด้านบวกของการศึกษาได้ตลอดชีวิต
ความหลากหลายของคำอธิบายมีการศึกษาเพิ่มขึ้น ได้มีการพบว่ามีการจัดทำให้มีความง่ายขึ้น,โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์,ในความเชื่อมโยงกันของความหลายหลายต่างๆ มักจะเพิ่มให้เกิดความเข้าใจสูงมากขึ้น
เตรียมนักเรียนโดยให้นักเรียนได้เลือกโปรแกรมช่วยสอนที่ได้เตรียมไว้ให้แล้วซึ่งจะช่วยเพิ่มความสนใจให้มากขึ้น การสนใจที่เพิ่มขึ้นก็จะส่งผลให้นักเรียนได้ศึกษามากขึ้น  เช่นเดียวกับโปรแกรมช่วยสอนเนื่องจากผู้เรียนสามารถควบคุมเองได้ น่าจะนำทางให้ผู้เรียนได้โดยผู้เรียนจะแสดงความต้องการที่จะเรียนในหัวข้อที่สนใจโปรแกรมจะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่เป็นประโยชน์ไม่ใช่ให้เพียงแค่พื้นฐานที่ผู้เรียนต้องการเท่านั้น ในอนาคตสื่อช่วยสอนจะทำในสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับเฉพาะบุคคลให้เลือกได้อย่างถูกต้องขึ้นเพื่อให้ผลที่ได้ตรงตามเป้าหมาย ผลของการเลือกได้เฉพาะบุคคลจะทำให้เกิดความรู้สึกถึงความสามารถและได้พิจารณาด้วยตนเองและกิจกรรมนี้มีผู้คนจำนวนมากที่เข้าใจและสนใจในเนื้อหาที่แท้จริงของเรื่อง Tennyson พบว่าผู้เรียนจะควบคุมผลของการสอนได้เมื่อส่วนเฉพาะบุคคลได้ให้คำแนะนำให้ปฏิบัติตามที่โปรแกรมได้ตั้งไว้ ในอนาคตผู้เรียนควบคุมผลทางด้านบวกที่เกิดจากการสอนได้
ปัจจัยทางการศึกษาต่างๆ ที่เกิดจากการใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนได้ถูกเก็บจดบันทึกรวบรวมอย่างดี มีศูนย์เก็บรวบรวมข้อมูลบนพื้นฐานงานวิจัยที่แสดงถึงผลกระทบของคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในนักเรียนกลุ่มต่างๆ  ที่เพิ่มขึ้นของ america’school โรงเรียนที่มีหลากหลายในโปรแกรมการศึกษา ประกอบไปด้วย การศึกษาพิเศษ ,โปรแกรมภาคภาษาอังกฤษ, ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อทางการเรียน และโปรแกรมปกติ  โดยใช้การสอบถามด้วยกระดาษว่า “จะใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในการเรียนได้อย่างไร”
ในการศึกษาครั้งนี้มีสมมุติฐานว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หนึ่งหรือห้าเครื่องมือรวมกันจะทำให้เกิดความแตกต่างที่ดีต่อนักเรียนโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของโปรแกรมการเรียน อย่างไรก็ดี เนื่องจากความต้องการของนักเรียนมีหลากหลาย สมมุติฐานในการศึกษา  คอมพิวเตอร์ช่วยสอนควรจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มที่แตกต่างกันในนักเรียนกลุ่มที่ต่างกันด้วย

เอกสารและรายงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง คือการรวมเอาโปรแกรม คอมพิวเตอร์ช่วยสอนหลายๆเครื่องมือเข้าด้วยกัน ผลิตโดย skillsbank corporation ในปี 1992 ปัจจุบันได้รับการพัฒนาโดย achievement technologies ,inc โปรแกรมนี้มี 4 main course คือ การอ่านเอาเรื่อง การอ่านศัพท์ ศิลปะการใช้ภาษา และคณิตศาสตร์ แต่ละคอร์สจะมีสามระดับ เอ บี และซี ในระดับเอ ทำขึ้นเพื่อการสอนในระดับเกรดสามถึงสี่ ระดับบีทำขึ้นเพื่อการสอนในระดับเกรดสี่และห้า และระดับซี ทำขึ้นเพื่อการสอนในระดับเกรด เจ็ดและแปด ซึ่งแต่ละคอร์สจะมีสี่ถึงเจ็ดหัวข้อ ตัวอย่างเช่น ศิลปะการใช้ภาษา ในคอร์สนี้จะมีสีหัวข้อ ได้แก่ การใช้ประโยชน์ วิธีการใช้เครื่องหมายวรรคตอน การใช้ศัพท์และการสะกด ในวิชาคณิตศาสตร์จะมี ห้าหัวข้อคือ การเข้าใจตัวเลข การใช้จำนวน เลขทศนิยม ฟังก์ชั่นและทศนิยม และการใช้กับข้อมูล โดยในแต่ละหัวข้อจะมีสิบถึงยี่สิบบทเรียน

ภายหลังจากมีการเก็บข้อมูลก่อนการเรียน ตัวอย่างเช่นในเรื่องการใช้ประโยชน์ของภาษาในเรื่องศิลปะการใช้ภาษา นักเรียนจะต้องผ่านการเรียนมาแล้วสิบถึงยี่สิบบทเรียน ครูสามารถออกแบบให้นักเรียนหรืออนุญาตให้นักเรียนเลือกเองได้ ผู้เรียนจะมีความพร้อมในบทเรียนที่จะเรียน ซึ่งจะมีสี่ถึงห้าส่วนในแต่ละบทเรียน อันดับแรก นักเรียนจะได้รับสื่อการสอนในวิชานั้น อันดับสอง นักเรียนจะต้องทำแบบฝึกหัดของวิชานั้น อันดับสาม นักเรียนจะต้องสรุปคำถามในแต่ละคำอธิบายได้ ถ้านักเรียนไม่ได้ตอบคำถามหรือตอบผิดข้อใดข้อหนึ่งจะต้องย้อนกลับไปทำข้อดังกล่าว/ให้ถูกก่อน อันดับสุดท้าย นักเรียนจะมีความรู้สึกว่าการทำแบบฝึกหัดมีลักษณะคล้ายกับการเล่นเกม
ความหลากหลายแปลกไปของคำอธิบายต่างๆ หรือเกมที่มีอยู่ในโปรแกรม จะทำให้ผู้เรียนพยายามที่จะแก้ปัญหาในเวลาที่จำกัด ตัวอย่างเช่น ตอนจบของบางบทเรียน ผู้เรียนจะต้องสวมบทบาทพระราชานักสำรวจ ผู้เรียนจะต้องควบคุมการเคลื่อนไหวในการเสาะหาบนหน้าจอ ผู้เสาะหา(ผู้เรียน) จะต้องเดินทางผ่านทุกเรื่องราวภายในอุโมงค์ และหยุดเพื่อเจอกำแพงที่ต้องหาวิธีผ่านไปให้ได้  หยุดเมื่อเจอกำแพงหมายความถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะกำหนดคำถามให้ผู้เรียนจะต้องทำแบบฝึกหัดในบทเรียนนั้นและผู้เรียนจะต้องตอบถูกด้วย ในบทเรียนอื่น ผู้เรียนจะต้องสวมบทบาทเป็นนักเบสบอล ที่จะต้องตีลูกที่ขว้างให้ได้ การตีลูก นักเรียนจะต้องตอบคำถามให้ถูกต้องในระหว่างที่ลูกบอลถูกขว้างจากผู้เล่นคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งและผู้เรียนจะต้องสะไตล์บอลให้ได้  นักเรียนจะต้องการควบคุมความเร็วของลูก  เป้าหมายของนักเรียนจะต้องตีให้ได้มากที่สุดก่อนที่เวลาจะหมด ภายหลังผ่านทุกบทเรียนแล้วผู้เรียนจะต้องทำการทดสอบหลังการเรียนซึ่งจะมีคำอธิบายและรูปแบบเหมือนกับก่อนทดสอบก่อนบทเรียน
Blooming middle school เป็นโรงเรียนขนาดกลางสอนในระดับเกรดเจ็ดถึงแปด ใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนในชั้นเรียน ในแต่ละคอร์ส ครูจะแยกนักเรียนในโปรแกรมทั้งหมดให้ใช้บทเรียนที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบทเรียน นักเรียนจะทำงานในแต่ละคอร์ส (ศิลปะการใช้ภาษา,คณิตศาสตร์,การอ่านเอาเรื่องและการอ่านศัพท์) หนึ่งหรือสองสัปดาห์ ซึ่งนักเรียนที่ทำงานในเรื่องศิลปะการใช้ภาษาจะต้องส่งในวันจันทร์ คณิตศาสตร์วันอังคาร การอ่านเอาเรื่องวันพุธ อ่านศัพท์วันพฤหัสและในวันศุกร์ นักเรียนจะต้องเลือกได้ว่าจะเลือกเอาคอร์สไหน
ด้วยเหตุนี้ โปรแกรมและในห้องเรียนจะต้องใช้เครื่องมือสามในห้าเครื่องมือเพื่อเพิ่มการเรียนรู้โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (1) การทำกิจกรรมแบบฝึกหัดที่ท้าทายและเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น (2) ออกแบบคำอธิบายที่หลากหลายแปลกใหม่ (๓) จัดเตรียมตัวเลือกให้ผู้เรียน (ตัวเลือกของโปรแกรมที่ต้องใช้ในวันสุกและที่สำหรับใช้เลือก)

วิธีการดำเนินการวิจัย เลือก Blooming middle school เพราะมีการนำเอา คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเข้ามาใช้ในห้องเรียน เพื่อช่วยในการสอนนักเรียน ๒๑๐ คนจากทั้งหมด ๖๒๕ คนโดยเริ่มใช้ในเทอมแรก ในการเลือกชั้นเรียน เลือกจากที่ใช้ cai ที่ใช้สอนศิลปะ,เทคโนโลยี,กลุ่ม,และ AVID (คอร์สพิเศษสำหรับนักเรียนที่มีค่าเฉลี่ยสูงพิเศษในการจะหยุดเรียนหรือออกจากโรงเรียนก่อนกำหนดเวลา high school ทั่วไป) ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้มงวดมากในโรงเรียนขนาดกลาง ถ้านักเรียนไม่เลือกการรวมกลุ่มหรือ avid นักเรียนจะต้องลงเวลาในการเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในห้องเรียนวิชาเทคโนโลยีหรือศิลปะ ซึ่งตารางเรียนจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกภาคเรียน ๑๖๑ คนจาก ๒๑๐ คน จะได้รับการทดสอบก่อนและหลังบทเรียนสำหรับการวิชาการประยุกต์ใช้ในคอร์สของศิลปะการใช้ภาษา เหตุที่เลือกวิชานี้เพราะมีคะแนนการทดสอบก่อนบทเรียนและหลังบทเรียนมากที่สุดคือ n=161 นักเรียนจะถูกแบ่งออกเป็นหนึ่งหรือสี่กลุ่มขึ้นอยู่กับโครงสร้างของโปรแกรมที่โรงเรียนจัดไว้ (๑) การศึกษาพิเศษ (๒) ไม่อ่อนภาษาอังกฤษ (๓) อ่อนภาษาอังกฤษ (๔) ภาคปกติ ซึ่งทั้งหมดได้แสดงไว้ในตารางที่หนึ่ง นักเรียนการศึกษาพิเศษสิบหกคน สิบคนจากนักเรียนไม่อ่อนภาษาอังกฤษ ๓๒ คนที่อ่อนภาษาอังกฤษ ๑๐๓ จากนักเรียนภาคปกติ

ข้อมูลวิเคราะห์

เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนและหลังบทเรียน โดยเริ่มจากผ่านหนึ่งเดือนแรกของการเปิดภาคเรียนแรกจนถึงจบภาคเรียนแรก (ประมาณ ๗๐ วัน) เหตุที่มีการเลื่อนออกไปเพราะเกิดปัญหาระหว่างการติดตั้งโปรแกรมในเดือนแรกของการเปิดภาคเรียน ภายหลังจากหนึ่งเดือนผ่านไปนักเรียนจะได้รับหมายเลขผู้ใช้ของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับให้นักเรียนเริ่มเข้าไปใช้ระบบ และทำงานในแต่ละบทเรียน โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเก็บข้อมูลของนักเรียนทั้งหมดรวมทั้งผลการทดสอบก่อนและหลังบทเรียนด้วย
นักเรียนทั้งหมดจะเริ่มที่ระดับบี ในระดับเกรดห้าและเกรดหก ครูอาจจะพิจารณาให้เองว่าจะให้อยู่ในระดับเอหรือบี  นักเรียนที่ผ่านระดับบีจะถูกเลื่อนไปยังระดับซี  
ด้วยเหตุที่การวิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ของนักเรียนวิชาการประยุกต์ใช้ทั้งหมดส่วนมากอยู่ในระดับบี  เก็บรวบรวมโดยโปรแกรมสถิติ Statistical tests and instruments ในแต่ละชนิดของโปรแกรมที่ใช้สอน 
เปรียบเทียบคะแนนก่อนบทเรียนและหลังบทเรียนของนักเรียนทั้งหมดในทุกโปรแกรม ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงค่าคะแนนก่อนและหลังบทเรียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรแกรมของนักเรียนที่แตกต่างกันไปในแต่ละโปรแกรม
การแยกการศึกษาวิจัยถึงปัญหาในครั้งนี้ที่ใช้ค่าคะแนนก่อนและหลังบทเรียน เนื้อหาใจความของความสมพันธ์กันของค่าคะแนนก่อนและหลังบทเรียน  นั่นก็คือคะแนนก่อนบทเรียนจะเป็นตัววัดประโยชน์ที่ดีกว่าของการทดสอบหลังบทเรียนและก็เป็นเหตุผลที่ยอมรับได้ ตัวอย่างเช่น นักเรียนที่มีคะแนนก่อนบทเรียนต่ำจะได้รับการสอนที่เป็นประโยชน์มากจากการสอบก่อนบทเรียนมากกว่านักเรียนที่มีคะแนนสอบก่อนบทเรียนที่สูงกว่าหรือเป็นผู้ที่จะได้รับประโยชน์น้อยที่สุดนั่นเอง  อย่างไรก็ดีการทดสอบควรจะควบคุมผลที่เกิดขึ้นระหว่างคะแนนก่อนบทเรียนและหลังบทเรียนที่จำเป็นด้วย
ทั้งนี้ในการทดสอบครั้งนี้ได้ใช้ ancova  test ในการเปรียบเทียบค่าคะแนนก่อนและปะโยชน์ทั้งหมดหลังบทเรียนในนักเรียนกลุ่มต่างๆกัน ancova จะแบ่งกลุ่มเท่าๆกันจากคะแนนนักเรียนก่อนบทเรียน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า SAS จะใช้ในการ run program ancova ด้วยวิธี tukey test  แบบการเปรียบเทียบ multiple พิจารณาความแตกต่างระหว่างคะแนนก่อนบทเรียนและประโยชน์ทั้งหมดหลังบทเรียนในนักเรียนกลุ่มเดียวกัน และในต่างกลุ่ม 
ร่วมด้วยการวิเคราะห์ t-test ซึ่งได้รวมอยู่ใน SAS จากการพิจารณานักเรียน ๑๖๑ คน เปรียบเทียบกันในทุกโปรแกรมการศึกษาว่า ถ้า CAI ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างนักเรียนทั้งหมดที่ใช้

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

ตั้งแต่สมมุติฐานของการศึกษาได้ประเมินว่า CAI จะเพิ่มความแตกต่างให้กับนักเรียนในแต่ละแบบได้อย่างไร . ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้ได้ผลไม่เป็นดังสมมุติฐานคือ (๑) CAI ของ Skill Bank Cornerstone ไม่มีผลต่อนักเรียนที่ใช้ (๒)ไม่มีความแตกต่างโดยรวมของการเรียนในนักเรียนโปรแกรมพิเศษ,นักเรียนที่เก่งภาษาอังกฤษ,นักเรียนอ่อนภาษาอังกฤษ,นักเรียนภาคปกติ นั่นก็คือ (๑)Hoa :µ1= µ2 ,      µ1 คือค่าคะแนนก่อนบทเรียน µ2 หมายถึงค่าคะแนนทั้งหมดหลังบทเรียน (๒)Hob :µ1= µ2 =µ3= µ4  ,      µ1 คือประโยชน์ที่นักเรียนโปรแกรมพิเศษจะได้รับ  µ2 หมายถึงประโยชน์ที่นักเรียนเก่งภาษาอังกฤษได้รับ µ3คือประโยชน์ที่นักเรียนอ่อนภาษาอังกฤษจะได้รับ  µ3 หมายถึงประโยชน์ที่นักเรียนโปรแกรมปกติจะได้รับ
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ใช้ได้รวมเอาสามเครื่องมือรวมกันนั้นได้แสดงให้เห็นว่ามีการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นสมมุติฐานอีกทางเลือกหนึ่งจากที่ไม่บรรลุตามสมมุติฐานแรก นั่นคือ H1a :µ1# µ2 ,   
เช่นเดียวกับนักเรียนโปรแกรมพิเศษที่ผลการเรียนที่แสดงนั้นขัดแย้งกับที่ได้แจกแจงการศึกษาไว้ ,ที่ไม่เห็นด้วยตามนั้นเพราะว่าสามารถทำนายได้ว่ามีความแตกต่างกันระหว่างก่อนบทเรียนและหลังบทเรียนมากกว่ากลุ่มอื่นๆ และใช้เหตุผลเช่นเดียวกันนี้ ในนักเรียนโปรแกรมที่เก่งภาษาอังกฤษและไม่เก่งภาษาอังกฤษ  ทั้งนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสมมุติฐานที่ไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้ นั่นคือ H1b :µ1# µ2 # µ3# µ4 
t-test ได้แสดงว่ามีความแตกต่างกัระหว่างคะแนนก่อนบทเรียนและหลังบทเรียนในแต่ละตัวอย่าง t160,0.95=6.02,p<0.0001 หมายความว่าคะแนนก่อนบทเรียนเท่ากับ 54.4 และหลังบทเรียน 64.5 ค่าเฉลี่ยมาตรฐาน 21.1ไม่เป็นไปตามสมมุติฐาน H๐ :µ1=µ2 ที่ได้หยิบยกออกไปจากสมมุติฐานอื่นๆแล้ว สมมุติฐานอื่นๆ ได้แก่ H1:µ1# µ2  นักเรียนทั้งหมดมีคะแนนที่แตกต่างกันสูงในคะแนนหลังบทเรียนเมื่อเทียบกับคะแนนก่อนบทเรียนโดยใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ancova ด้วย tukey method of mulitiple comparison แสดงให้เห็นว่ามีความแตกต่างกันระหว่าง µ1 และ µ4 นักเรียนโปรแกรมพิเศษกับโปรแกรมปกติ f1 ,9,0.95=15.59 ,p<0.0001 (see table 2) ไม่มีความแตกต่างกันในกลุ่มอื่นๆ อย่างไรก็ดีก็ไม่เป็นไปตามสมมุติฐาน H๐ :µ1=µ2= µ3=µ4 และได้ถูกหยิบยกออกไปแล้วสมมุติฐานอื่นได้แก่ H1 :µ1#µ2# µ3#µ4 มีความแตกต่างกันในกลุ่มนักเรียนทั้งหมดก่อนและหลังบทเรียนที่ใช้ cai cornerstone นักเรียนโปรแกรมพิเศษไม่แสดงความแตกต่างของประโยชน์ที่เกิดขึ้นมากนักเหมือนกับคะแนนก่อนเทียบกับหลังบทเรียนของนักเรียนโปรแกรมปกติที่ใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

คำวิจารณ์

สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

ผลของตัวชี้วัด คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนั้นแสดงว่าได้มีการเรียนรู้ของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น t160,0.95=6.02,p<0.0001 ที่ประเมินโดยคะแนนก่อนและประโยชน์หลังบทเรียนจากนักเรียนทุกกลุ่ม (๑)โปรแกรมพิเศษ (๒) เก่งอังกฤษ (๓) อ่อนอังกฤษ(๔)ภาคปกติ ซึ่งผลที่ได้แสดงว่ามีความแตกต่างในการทดสอบก่อนบทเรียนและประโยชน์หลังบทเรียนของนักเรียนโปรแกรมพิเศษ และนักเรียนภาคปกติ f1,156,0.95=15.59,p<0.0001 และผลได้แสดงถึงว่าไม่มีความแตกต่างในการเปรียบเทียบคู่อื่นด้วย
การนำเครื่องมือสามในห้าเครื่องมือของ cai มารวมกันทำให้มีการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากที่มีการจดบันทึกไว้ เครื่องมือสามชนิดที่ใช้รวมกันในการทดสอบนี้คือ (๑)เตรียมแบบฝึกหัดในแต่ละกิจกรรมที่มีความท้าทายและน่าค้นหา (๒)เตรียมคำอธิบายรูปแบบต่างๆ (๓)เตรียมผู้เรียนให้ได้เลือกสิ่งที่เขาต้องศึกษา (ตัวเลือกซึ่งเป็นโปรแกรมการทำงานในวันสุก)

ทิศทางในการวิจัยในอนาคตและแบบทดสอบ

จากผลได้ชี้ให้เห็นว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพิ่มการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งหมดได้ เพียงแค่รวมเอาสามในห้าเครื่องมือมาใช้รวมกันจะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้มากขึ้น (๑)เตรียมแบบฝึกหัดในแต่ละกิจกรรมที่มีความท้าทายและน่าค้นหา (๒)เตรียมคำอธิบายรูปแบบต่างๆ (๓)เตรียมผู้เรียนให้ได้เลือกสิ่งที่เขาต้องศึกษา ถึงแม้นว่าการการเปรียบเทียบที่มีมากขึ้นในชนิดของกลุ่มนักเรียนก็สามารถใช้ cai ได้ โดยใช้สองเครื่องมือคือ (๑) ข้อมูลส่วนบุคคล(๒) วัตถุเคลื่อนไหวบนหน้าจอ
หัวข้อการศึกษามากมายนั้นจะเพิ่มขึ้นจากผลการศึกษาทั่วๆไป ตัวอย่างเช่น ควบคุมกลุ่มตัวอย่างแต่ใช้แตกต่างกันและนำผลมาเปรียบเทียบกัน เช่นเดียวกับการสุ่มตัวอย่างนักเรียนที่เลือกเอานักเรียนทั่วไปหรือโรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนน้อยเพื่อง่ายต่อการเจาะจง
จากงานวิจัยนี้พบว่าทุกอย่างสามารถนำไปศึกษาเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ดีโปรแกรมที่ใช้ควรจะเป็น cornerstone หรือ เป็นโปรแกรมที่รวมเอาองค์ประกอบทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่นที่ได้แสดงถึงการเรียนรู้ของนักเรียนที่เพิ่มขึ้น และควรได้รับการพิจารณาจากนักการศึกษาผู้ที่รู้ถึงเป้าหมายของการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละจุดประสงค์
อย่างไรก็ดีไม่มีอะไรเพิ่มเติมระหว่างให้นักเรียนโปรแกรมพิเศษได้รับการศึกษาที่แตกต่างจากนักเรียนภาคปกติ และการศึกษาเบื้องต้นของนักเรียนที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องแยกออกจากกันเป็นกลุ่มที่ชัดเจนก่อนการศึกษาต่อไป เด็กในโปรแกรมพิเศษในการวิจัยครั้งนี้จะใช้ cornerstone เหมือนคนอื่นๆ บางทีการขัดแย้งกันที่พบในการศึกษาระหว่างสองกลุ่มก็คือการแยกเอาเครื่องมือต่างๆมารวมกันของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีอื่นที่นำมาแทรกไว้ก็เป็นได้