ภาพ : ชาวบ้านปล่อยฝูงควายเล็มกินหญ้ากลางทุ่ง จะสังเกตเห็นว่ามีทั้งควายดำและควายเผือก ชาวบ้านแถวหนองบัวเชื่อว่าควายทนแดดและความร้อนแล้งได้น้อยกว่าวัว แต่ลุยน้ำย่ำโคลนเพื่อการไถนาได้ดีกว่า ส่วนวัวนั้น ใช้ลากจูงในหน้าแล้ง ทนแดดและความร้อนได้ดีกว่าควาย แต่ไถนาหน้าฝน ย่ำโคลน และลากจูงในสภาพน้ำท่วมขังได้ไม่ดีเท่าควาย จึงมักกล่าวว่าควายปั้นด้วยดินเหนียวและวัวปั้นด้วยดินทราย
                                    ถ่ายภาพ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์  สงกรานต์เมษายน ๒๕๕๓

  คำว่า วัว-ควายคู่ห่อนี้   สำหรับคนนอกพื้นที่ชุมชนอำเภอหนองบัว** เห็นแล้วคงจะคาดเดาและตีความไปต่าง ๆ นาน ๆ ตามความเข้าใจของตน หรืออาจจะนึกว่ามันคืออะไร ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความเข้าใจกันถึงศัพท์นี้ก่อนดีกว่า คู่ห่อ คืออะไร คู่ห่อ ก็คือ คู่หอ นั่นเอง  คงมีบางท่านสงสัยต่อไปอีกว่าเอ  ...แล้วคู่หอนี่คืออะหยังหนอ  เฉลยดีกว่าเดี่ยวยิ่งอ่านจะยิ่งงงไปกันใหญ่

คำๆนี้คนหนองบัว-หนองกลับ*** นำมาพูดย่อๆ โดยละไว้ในฐานที่(ไม่)เข้าใจ คนเก่าๆเวลาพูดถึงคำว่าหอ มักจะออกเสียงว่าห่อ  ฉะนั้นคู่ห่อในที่นี้ก็คือคู่เรือนหอ  คนหนองบัว-หนองกลับเมื่อลูกจะแต่งงานมีครอบครัว นิยมสร้างเรือนหอให้ลูก กิจกรรมนี้เป็นงานใหญ่ที่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายต้องทำต้องจัดให้ลูกตน จนเป็นประเพณีของชุมชนอย่างหนึ่งทีเดียว

                                     ภาพ : ไถอาสา เครื่องมือทำนาของชาวบ้านหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ และเป็นวัฒนธรรมชุมชนในการใช้เป็นสิ่งแสดงการเป็นคู่ดองของหนุ่มสาวชาวบ้านหนองบัว
                                     อ้างอิงภาพและผู้ถ่ายภาพ : ถ่ายภาพโดย เสวก  ใยอินทร์ คนหนองบัว สมาชิกกลุ่มพริกเกลือ เผยแพร่ในบล๊อกเวทีคนหนองบัว ที่ dialogue box ๑๙๕

   ภารกิจนี้    คนหนองบัวไม่ปล่อยให้ลูกของตนแต่งงานแล้วค่อยทำบ้าน ซึ่งต่างจากชุมชนอื่นๆ ที่สร้างบ้านหลังแต่งงาน ถ้าผู้อ่านที่ไม่เคยไปหนองบัว และไม่เคยเห็นเรือนหอ คงจะนึกว่าแค่เรือนหอหลังเล็กๆ อยู่กันสองคน น่าจะทำหลังแต่งงานก็ได้อะไรประมาณนั้น ถ้าบ้านหลังเล็กๆ จริงดังที่กล่าวมานั้นก็ทำไม่ยากหรอก  แต่นี่เป็นเรือนหอคนหนองบัว-หนองกลับ เป็นบ้านหลังใหญ่มาก ใหญ่จริงๆ ถ้าปล่อยลูกเราสองคนทำกันเองคงใช้เวลาหลายปีเป็นแน่

คนจากชุมชนอื่นที่มาเป็นเขยหนองบัว ส่วนมากจะสู้ค่าสินสอดเป็นเงิน เป็นทอง มากกว่าที่จะสร้างบ้านขึ้นใหม่  นี่ถือเป็นตัวชี้วัดได้อย่างหนึ่งว่าการสร้างบ้านหรือเรือนหอนั้นงานช้างเลยแหละ การทำบ้านต้องใช้แรงงานจากญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันทำเป็นเดือน เป็นการขึ้นแรงกันบ้าง เอาแรงกันบ้าง

บางครั้งทั้งสองฝ่ายขาดความพร้อมที่จะทำคราวเดียวให้เสร็จ เพราะเศรษฐกิจฝืดเคือง การเงินไม่คล่อง นาแล้ง น้ำท่วม ก็จะเลื่อนไปเป็นปีหน้าต่อไป โดยปีนี้แค่ยกบ้านไว้ก่อนก็มี รุ่งขึ้นอีกปีขายข้าวได้แล้วค่อยมาทำบ้านต่อให้เสร็จแล้วจึงแต่งงาน

ปลูกเรือนหอแค่นั้นยังไม่พอ ต้องมีของอย่างอื่นประกอบด้วย อะไรบ้าง เกวียน ๑ เล่ม วัว ๑  คู่  ควาย  ๑  ตัว สิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการทำอยู่ ทำกิน สร้างฐานะสร้างตัวเริ่มต้นชีวิตคู่ ถ้าได้อย่างนี้  ถือว่าได้มาตรฐาน เกณฑ์ทั่วๆไปก็ประมาณนี้ จะเห็นได้ว่าการเริ่มต้นชีวิตคู่ของชาวบ้านหนองบัวค่อนข้างสมบูรณ์ทีเดียว มีเรือนหอหลังใหม่ และมีสิ่งที่คู่กับเรือนหออย่างพร้อมสรรพอีกด้วย มีเกวียน วัว ควาย ไถ ตู้ ชั้ว และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ

พอจะกล่าวได้ว่า นี่ก็คือสวรรค์บ้านนาของชาวบ้านทุ่งของเราได้กระมัง

...............................................................................................................................................................................

   หมายเหตุและเชิงอรรถบทความ   

* บทความนี้เขียนและบันทึกถ่ายทอดไว้ในเวทีคนหนองบัว โดย ท่านพระคุณเจ้า พระมหาแล ขำสุข(อาสโย) ในชื่อหัวข้อเดียวกันนี้ที่ dialogue box 757 ของเวทีคนหนองบัว เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมและค้นหาอ่านได้ง่าย รวมทั้งเพิ่มพูนศักยภาพการเขียนสะสมความรู้ สร้างวัฒนธรรมการอ่านและใช้ความรู้ในวิถีชีวิต ส่งเสริมให้ชาวบ้านและคนทั่วไปเข้าถึงความรู้ของท้องถิ่นที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์ของคนจากชุมชน ผ่านระบบค้นหาความรู้และข้อมูลทางเทคโนโลยี IT บูรณาการมิติชุมชนเข้ากับเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมความรู้ผสมผสาน ต่อยอดขึ้นจากพื้นฐานชนบท ซึ่งจะส่งเสริมให้ชุมชนมีภูมิปัญญาปฏิบัติในชีวิตและเป็นองค์ประกอบการก่อเกิดสุขภาวะและสังคมเข้มแข็งในชุมชน ผมจึงขอนำมารวบรวมไว้เป็นหัวข้อเฉพาะนี้อีกครั้งหนึ่ง และเพื่อให้ความเคารพในความสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมเขียนข้อมูลความรู้จากเรื่องราวในวิถีชีวิตสะสมเป็นภูมิปัญญาสาธารณะ ผมจึงขอรักษาความเป็นต้นฉบับไว้โดยจัดย่อหน้าให้ง่ายต่อการอ่านและปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

** อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์

*** คนท้องถิ่น ชาวบ้านหนองบัว จะเรียกตัวเมืองหนองบัวว่า หนองกลับ เนื่องจากเรียกตามชื่อวัดหนองกลับ ซึ่งเป็นวัดหลวงพ่อเดิมและหลวงพ่ออ๋อยศิษย์หลวงพ่อเดิม ในอดีตนั้นศูนย์กลางเดิมของชุมชนอยู่ที่วัดเทพสุทธาวาสและเรียกชุมชนเดิมซึ่งมีความเป็นชุมชนหนาแน่นมากกว่านั้นว่าชุมชนหนองบัว ส่วนวัดหนองกลับและชุมชนบ้านหนองกลับ อยู่นอกชุมชน ทว่า ต่อมา วัดหนองกลับและชุมชนบ้านหนองกลับซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งการตัดถนนผ่าน สระน้ำของวัดหลวงพ่ออ๋อย โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล ท่ารถเมล์ ร้านค้าปลีก ทำให้มีพัฒนาการเป็นชุมชนหนาแน่นมากกว่าชุมชนหนองบัวเดิมกระทั่งกลายเป็นชุมชนหลักของตัวเมืองอำเภอหนองบัว  แต่คนดั้งเดิมและคนท้องถิ่นก็เรียกกันว่าหนองกลับ