สวัสดีครับคุณพี่นงนาทครับ
ที่ชุมชนมีการรวบรวมสิ่งของเหล่านี้ จัดไว้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ สืบสาน ที่วัดหนองกลับ ของอำเภอหนองบัวด้วยครับ แต่เนื้อหาความรู้และเรื่องราวอย่างที่ท่านพระมหาแลนำมาบันทึกไว้ในนี้ รวมทั้งที่ผมและอีกหลายท่านได้ช่วยกันเขียนรวบรวมไว้ในนี้นั้น ยังไม่แน่ใจนักครับว่าจะได้ทำขึ้นเพื่อจัดแสดงให้เป็นเนื้อหาเพื่อการศึกษาเรียนรู้ควบคู่ไปกับการเก็บรักษาสิ่งของไว้ในพิพิธภัณฑ์บ้างแล้วหรือไม่
ผมเคยไปดูพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวนี้เมื่อหลายปีก่อน ก็ยังไม่มี ตอนนี้อาจจะมีคนไปช่วยกันทำบ้างแล้วก็ได้ครับ กระนั้นก็ตาม ยิ่งช่วยกันสร้างความรู้สะสม ไปทำให้พิพิธภัณฑ์และทรัพยากรทางปัญญาเหล่านี้ในชุมชน ให้สามารถเป็นแหล่งชมมรดกทางสังคมวัฒนธรรม พร้อมไปกับเป็นแหล่งอ่าน ศึกษาค้นคว้า และเรียนรู้เพื่อซาบซึ้ง สืบทอดภูมิปัญญาและความรู้ความเข้าใจทุกแง่ทุกมุ่มเกี่ยวกับชุมชนได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นการดีมากเท่านั้น
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชาวบ้าน
- สะท้อนคุณลักษณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชาวบ้านให้ได้ศึกษา เรียนรู้ พินิจพิจารณาไปด้วยได้เป็นอย่างดีมากอีกด้วยนะครับ
- วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชาวบ้านนั้น มีความพอเหมาะ พอเพียง ยืดหยุ่นและเหมาะสมไปกับหลายเงื่อนไขของวิถีชีวิตและโลกความเป็นจริงของชาวบ้าน
- มีมิติบูรณาการ ทั้งการทดแทนข้อจำกัดและขยายขีดความสามารถของมนุษย์ ประโยชน์ใช้สอยในวิถีการผลิตและการดำเนินชีวิต ความเหมาะสมในการบริหารจัดการทรัพยากรจากธรรมชาติและจากชุมชน องค์ประกอบทางสุนทรียภาพ ความเป็นศิลปะ และการสื่อสะท้อนความละเอียดอ่อนจากภาวะด้านในในอุดมคติของชุมชนนั้นๆ รวมทั้งการใช้ภูมิปัญญาและทักษะการปฏิบัติที่สามารถพึ่งตนเองได้อย่างสูงสุด
- มีการใช้แรงงานคนและมีช่องว่างให้กระบวนการทางสังคมเข้าไปผสมผสานกับความเป็นกลไก รวมทั้งมีช่องว่างให้ระบบธรรมชาติเข้าไปทำหน้าที่ควบคุมกิจกรรมของคนและความเป็นทั้งหมดของระบบย่อยที่สังคมมนุษย์ผลิตสร้างสรรค์ขึ้น
- จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาการไปกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ให้วิธีคิดต่อการหาความพอดีของความทันสมัยทางวิทยาการและเทคโนโลยีของชุมชน กับกระบวนการทางสังคมและกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
- ในแง่การเป็นระบบและการกำหนดโครงสร้างหน้าที่ ตลอดจนกระบวนการทางการประพฤติปฏิบัติของปัจเจกและของสังคม ก็จะเชื่อมโยงกับมิติประเพณีวัฒนธรรม ขับเคลื่อนชีวิตชุมชนและวิถีสังคมไปด้วยอย่างกลมกลืน มีความสมดุลและลงตัวระหว่างโลกทางวัตถุกับจิตใจ สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติกับการดำรงชีวิตของมนุษย์
ความรู้และข้อมูลสารสนเทศสังคมชุมชน ที่ร่วมกันสร้างขึ้นจากประชาชน
- ในอีกแง่หนึ่ง นอกจากได้ร่วมมือกันแล้ว ก็ได้เรียนรู้จากของจริงไปกับท่านพระมหาแลกับท่านอื่นๆที่เข้ามาเขียนเรื่องราวต่างๆในเวทีคนหนองบัวไปด้วยครับ
- ความรู้ท้องถิ่นและประสบการณ์ทางสังคมจากชุมชนท้องถิ่น ที่ร่วมสร้างและเขียนขึ้นจากคนของท้องถิ่นและภาคประชาชนนั้น มีลักษณะที่แตกต่างจากกรรมวิธีการเขียนโดยวิธีสร้างความรู้ของบุคคลภายนอกไม่ว่าจะโดยวิธีใดๆอย่างเห็นได้ชัดมากเลยนะครับ
- เมื่อผสมผสานทั้งสองมิติเข้าด้วยกัน ก็จะยิ่งทำให้สังคมของเรายิ่งมีความร่ำรวยมั่งคั่งทางความรู้และทรัพยากรทางปัญญาเกี่ยวกับตนเอง มากยิ่งๆขึ้น ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็มากกว่าสภาพโดยทั่วไปของสังคม
- แต่การสร้างบรรยากาศให้ปัจเจกและคนทั่วไป ได้เกิดความใส่ใจที่จะทำอย่างหลายท่านในเวทีคนหนองบัวทำ รวมทั้งการพัฒนาการเรียนรู้ประชาชนให้สามารถทำได้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ บทเรียนอย่างนี้จึงสำคัญและมีคุณค่าอย่างยิ่ง
- ความรู้ที่สร้างขึ้นจากคนชุมชนที่มีประสบการณ์ตรงต่อชุมชนในลักษณะต่างๆ นับแต่การเป็นถิ่นเกิด การเป็นสมาชิกชุมชน และการทำการงาน-ประกอบอาชีพในชุมชน ไม่ได้มีมิติเพียงเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่อิสระออกจากบริบทของท้องถิ่น ทว่า ผสมผสานความรู้สึกผูกพันและมีความสำนึกเป็นเจ้าของส่วนรวมของสังคม บันทึก ถ่ายทอด และสื่อสะท้อนทรรศนะด้วยความเป็นเจ้าของและการสังเกตตนเอง มากกว่าการมองเข้ามาในชุมชนจากจุดยืนของผู้อื่นซึ่งมีระยะห่างและจัดวางไปตามกรอบที่ผู้อื่นต้องการ มากกว่าจะเป็นไปตามสิ่งที่ชุมชนเป็นและต้องการให้ผู้อื่นได้เห็น-ได้เรียนรู้
- มักอ้างอิงความเป็นชีวิต อ้างอิงความเคารพนับถือกันของผู้คนและสถาบันทางจิตใจของสังคมชุมชน
- สื่อความหมายและสร้างความหมายที่เชื่อมโยงกับมิติสังคมวัฒนธรรม และบริบทจำเพาะที่ให้ความรู้สึกการสมานกลมกลืน สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน ของผู้ที่ผ่านการเป็นสมาชิกของชุมชนเดียวกัน หรือมีภาษาถิ่น จิตวิญญาณและความรู้สึกจำเพาะ ที่ผสมผสานอยู่ในเรื่องราวต่างๆไปด้วย
แง่มุมเหล่านี้ สักระยะหนึ่งผมจะลองตกผลึก สังเคราะห์ และนำเสนอให้เป็นการถอดบทเรียนของเวทีคนหนองบัวครับ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และได้พัฒนาวิธีศึกษาชุมชน เพื่อได้ความคิด ตั้งคำถามใหม่ๆ และสร้างวิถีทรรศนะใหม่ๆ รวมทั้งได้ทำความแยบคายต่อการเรียนรู้สังคม ขึ้นจากหลายสิ่งที่ผู้คนในสังคมของเราอาจจะผ่านเลยไปนะครับ