เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายนที่ผ่านมาไปเที่ยวเกาะเกร็ดมา ทั้งๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก เดิมทีมักได้ยินแต่คนพูดว่าไม่มีอะไรหรอก เกาะเกร็ด แต่พอไปเข้าจริงๆ แล้วรู้สึกดีกับชุมชนแห่งนี้มาก

หนึ่ง ก็คือ คิดว่าสภาพความเป็นอยู่แบบนี้นี่เอง ที่เขาบอกว่าเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวจังหวัดนนทบุรี นั่นก็คือเป็นสวนไม้ผล และมีไม้ประดับมากมาย และที่สำคัญเขารักษาสภาพดั้งเดิมให้คงอยู่ได้อย่างไร

สอง ก็คือ คนในเกาะเกร็ดมีไมตรีที่น่ารัก แม้ไม่รู้จักกันก็ต้อนรับเราอย่างไร (ถามว่าต้อนรับเราอย่างดีเพราะเราเป็นนักท่องเที่ยว เป็นลูกค้าเขาหรือ) ตอบได้เลยว่าเปล่าค่ะ เพราะ เริ่มนั่งเรือข้ามฟากจากปากเกร็ดไปก็คนละ 2 บาท พอขึ้นเกาะเกร็ด ก็ไม่เห็นมีใครมาเก็บค่าเข้าชม มีเพียงรถจักรยานให้เช่า ชั่วโมงล่ะ 20 ถ้าจ่าย 40 ใช้ได้ตลอดวันค่ะ

ต่อให้เดินเข้าไปยังที่ที่เรียกได้ว่า เป็น "พิพิธภัณฑ์" ก็ไม่เก็บสตางค์ ที่เราไปที่แรกเป็น "เกร็ดพุทธ" ลักษณะเป็นสวนแต่สวยๆๆ เดิมทีน่าจะเป็นสวนเก่า แต่เขาทำทางเดิมยกสูงเป็นสะพานไม้สามารถเดินลัดเลาะชมพิพิธภัณฑ์ท่ามกลางพันธุ์ไม้กึ่งป่ากึ่งสวนสวยเพราะแต่งแต้มด้วยดอกไม้หลากหลายมี ตลอดระยะทางจะมีเพลิงพักเป็นระยะๆๆ นั่งพัก กินข้าว นอนเอกขนก แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมือโบราณโชว์ไว้ให้ได้เห็นถึงวิถีชีวิตคนที่นี่ในอดีตเป็นอย่างมี มีสินค้าพื้นเมืองให้เลือกซื้อเหมือนกัน แต่คนขายก็ไม่ได้ขยั้นขะยอให้เราซื้อ  แต่เขาอยากให้เราเดิมชมและภามไถ่เสียมากกว่า ที่สำคัญ นอกจากจะไม่เก็บเงินแล้วยังเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเรือ เลี้ยงน้ำ ให้นักท่องเที่ยวฟรีๆ อีกด้วย

ลืมบอกไปว่านักท่องเที่ยวที่มาเกาะเกร็ดส่วนใหญ่จะไม่เช่ารถจักรยาน เพราะข้ามเรือมาก็จะเดินซื้อของเลย ทำให้ไม่เห็นภาพรวมจริงๆ ของเกาะเกร็ด ฉะนั้นวันนี้เราได้ขี่จักรยานรอบทั้งเกาะจึงเห็นภาพวิถีชีวิตเดิมๆ ของชาวจ.นนทบุรีจริงๆ ...พอออกจากเกร็ดพุทธ ก็ขี่จักรยานมาเรื่อยๆ พบเห็นบ้านเรือนที่หลังเล็กๆ ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้เดิมๆ ตลอดทางเห็นร่องสวน (เราขี่จักรยานบนทางปูนลัดเลาะไปเรื่อยๆ ) ผู้คนยิ้มแย้ม สุนัขก็ยังเป็นใจ ไม่ไล่กัดอย่างที่คิด ระยะช่วง3-4 กม.จากเกร็ดพุทธ จะไม่มีร้านค้าขายของฝาก แต่จะมีร้านค้าขายขนมไทยๆ เป็นระยะๆ ส่วน กม.ที่ 5 -6 รอบเกาะพอดีจะเริ่มมีสินค้าพื้นเมืองขาย มีบ้านช่างปั้นปูนโบราณ บ้านขนมไทยเยอะมาก มีร้านรับวาดรูปเหมือน รูปล้อ อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือ "ทอดมันหน่อกะลา" เพิ่งเคยได้ยิน และได้ทานครั้งแรกเหมือนกัน ใครอยากรู้ว่าหน่อกะลาเป็นอย่างไรต้องไปที่เกาะเกร็ด

เกาะนี้มีวัดไทยเก่าแก่กำลังบูรณะหลายแห่งเหมือนกันค่ะ ใครที่มาที่นี่ก็ได้ถือโอกาสทำบุญไปในตัว ใครไม่เคยเห็นภาพคนแก่ใส่โจกกระเบนมานาน มารำรึกภาพได้ที่นี่เหมือนกัน แต่ต้องมองๆ หาเอาน่ะค่ะ นอกจากนี้วัดที่นี่ก็มีพิพิธภัณธ์โบราณแสดงให้เราดูโดยไม่คิดเงินอีกด้วย

สรุปว่ามาที่นี่ เสียแต่ค่าเดินทางข้ามน้ำมา ถ้าไม่อยากเสียตังค์ก็ไม่ต้องเช่ารถจักรยาน เดินเอา เมื่อย และไม่ได้เห็นภาพทั้งเกาะแต่ก็พอได้อรรถรสกลิ่นไอของวิถีชีวิตคนนนทบุรีดั้งเดิมได้เหมือนกัน

ขากลับหอมของฝากมาเยอะมากแถมราคาถูกมาก (บางอย่างค่ะ) ถึงจุดรับคืนรถพี่ที่ให้เราเช่ารถก็เดินมารับอย่างเป็นกันเอง เอาน้ำมาให้คนละแก้วเย็นเจี๊ยบหายเหนื่อยไปเลย....กลับมาด้วยความรู้สึกดีๆ กับผู้คนเกาะเกร็ดจริงๆ ค่ะ ถ้ามีโอกาสอยากจะไปอีกครั้ง