Re-accredit HA2006(1)


สิ่งที่เป็นห่วงก็คือเมื่อมองในภาพรวมทั้งระบบจะดูดี แต่หากแตกย่อยออกมาเป็นส่วนๆอาจจะดูไม่โดดเด่น เพราะทุกที่มีจุดเด่น จุดด้อย เหมือนผู้หญิงสวยคนหนึ่ง หากแยกมองเฉพาะตา ปาก หู คาง แก้ม ขา แขน ก็อาจจะดูไม่สวย แต่เมื่อนำมาประกอบกันรวมเป็นผู้หญิงคนนี้แล้วจะดุงามสง่า ผมเชื่อว่าโรงพยาบาลบ้านตากเป็นอย่างนี้

                วันนี้ก็ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของชาวโรงพยาบาลบ้านตากอีกวันหนึ่งที่จะได้รับการประเมินคุณภาพHospital Accreditation เป็นรอบที่สองหรือRe-accredit โดยใช้มาตรฐานHA2006หรือฉบับเฉลิมฉลองในหลวงทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
               ชาวโรงพยาบาลบ้านตาก ขอแสดงความยินดีต้อนรับอาจารย์ผู้เยี่ยมสำรวจทั้งสามท่าน ที่จะเปรียบเหมือนกัลยาณมิตรที่จะมาช่วยชี้แนะโอกาสในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความคาดหวังของประชาชนที่มาใช้บริการ ขอแสดงความยินดีต้อนรับอาจารย์หมอสมพร คำผง อาจารย์พัทธ์ธีรา อัมพรศรีสุภาพและอาจารย์โกเมธ นาควรรณกิจ


              แม้เราจะถือว่า "ไม่ปลูกผักชี เพราะผักชีไม่มีทางกลายเป็นไม้ยืนต้นเพราะมันคนละพันธุ์กัน" ก็ตาม แต่เมื่อมีแขกมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ ตามธรรมเนียมไทยๆ ก็ทำให้โรงพยาบาลดูแปลกตาไปบ้างจากการมีธงรณรงค์ปลุกใจที่ศูนย์คุณภาพจัดทำขึ้น พร้อมกับความตื่นตัวของทีมเจ้าหน้าที่ ที่เชื่อว่าพร้อมใจกันมาเพื่อจะมารับรู้ เรียนรู้คำชี้แนะดีๆจากผู้เยี่ยมสำรวจ ก็คงเป็นเหมือนการเรียนหนังสือ พอถึงวันสอบมันก็ตื่นเต้นและเตรียมตัวกันบ้างเป็นธรรมดา แม้จะอ่านหนังสือมาตลอดก็ตาม
               สังเกตดู มีความเครียดอยู่เหมือนกัน แม้แต่ผมเองที่ไม่ค่อยจะเครียดท่าไหร่ แต่ก็เครียดเหมือนกัน

              สิ่งที่เป็นห่วงก็คือเมื่อมองในภาพรวมทั้งระบบจะดูดี แต่หากแตกย่อยออกมาเป็นส่วนๆอาจจะดูไม่โดดเด่น เพราะทุกที่มีจุดเด่น จุดด้อย เหมือนผู้หญิงสวยคนหนึ่ง หากแยกมองเฉพาะตา ปาก หู คาง แก้ม ขา แขน ก็อาจจะดูไม่สวย แต่เมื่อนำมาประกอบกันรวมเป็นผู้หญิงคนนี้แล้วจะดุงามสง่า ผมเชื่อว่าโรงพยาบาลบ้านตากเป็นอย่างนี้ พอใครๆมาถามว่าเรามีอะไรเด่น ทำอะไรเด่น ผมจะตอบเสมอว่าของบ้านตากไม่มี มีแต่ธรรมดา ปกติที่ไม่เด่นมากแต่ก๋ไม่ด้อยจนเกินไป เพราะเราพยายามเอาส่วนที่เป็นจุดเด่นมาเสริมหรือดึงจุดด้อย ดังนั้นหากแยกเป็นส่วนๆ เป็นฝ่ายๆ อาจจะตอบคำถามไม่ได้             

               ถ้าหากผู้เยี่ยมสำรวจ ไม่ได้มองเชิงระบบ มองเป็นส่วนย่อยๆ จะให้ทุกส่วนย่อยสวยงามทั้งหมด ผมคิดว่าเราอาจจะไม่ผ่านการประเมินHAในครั้งนี้ก็ได้             

               และอีกประเด็นหนึ่งก็คือ เราไม่ได้อบรมHAกันเลย(หรือมีน้อยมาก) เวลาเจ้าหน้าที่ถูกถามในเรื่องที่เป็นความรู้ในสิ่งที่เขาทำ ถ้าลึกมากไปเขาก็ตอบไม่ได้ เพราะเราใช้หลักว่าอบรมให้เขาเฉพาะที่ต้องรู้หรือต้องใช้ก็พอโดยมีระบบพี่เลี้ยงคอยช่วย เพราะถ้าให้มากไปเขารับไม่ได้หรือรับไม่หมดก็เกรงว่าไอ้ที่ต้องใช้ทำ เขาจะจำไม่ได้แต่ไปจำเอาไอ้สิ่งที่ไม่ไช้ปฏิบัติจริงแทน             

                วันนี้ผ่านไปครึ่งวัน ผมเองก็ไม่ทราบว่าบรรยายกาศการเยี่ยมสำรวจเป็นอย่างไร เพราะผมรับหน้าที่ตรวจคนไข้นอกและน้องๆเขารับอาสาตามและตอบอาจารย์เยี่ยมสำรวจเอง ซึ่งก็เป็นการดีเพราะเขาจะได้เรียนรู้ แต่ก็เกรงเหมือนกันว่ากลุ่มเจ้าหน้าที่ที่รับการเยี่ยมสำรวจและผู้ติดตามทีม แปลเจตนารมณ์ของข้อเสนอแนะไมใออกแล้วไปเอารูปแบบมาใช้ แทนที่จะใช้แนวคิด แล้วผมจะต้องมาปวดหัวทีหลัง ว่าจะต้องมาเคลียร์กันให้เข้าใจและอาจจะไม่เหมาะกับบรบทของเรา              

                  ผลของการผ่านการประเมินHAรอบนี้ มีผลต่อทิศทางการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลบ้านตากมากทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามในใจผมคิดเสมอว่าถ้าทำHAแล้วมีความสุข สอดคล้องกับบริบทและงานของเรา เราก็จะทำ หากต้องทำตามนั้นตามนี้แล้วไม่เหมาะกับเรา ทำให้เราหมดความสุขในการทำงานร่วมกัน เราก็จะเลิกทำ แต่ยืนยันว่าจะไม่เลิกทำงานที่มีคุณภาพแก่ประชาชน แน่นอน

คำสำคัญ (Tags): #kmกับคุณภาพ
หมายเลขบันทึก: 39807เขียนเมื่อ 20 กรกฎาคม 2006 13:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 มิถุนายน 2012 11:16 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)
  • เท่าที่เคยสัมผัสกับการถูกเยี่ยมสำรวจ อยากจะเอ่ยยืนยันแทนว่าพรพ.เน้นที่เชิงระบบแน่นอนค่ะ
  • การได้รับการรับรองไม่ใช่ตรารับประกับคุณภาพงาน 100 เปอร์เซ็นต์ ขอให้กำลังใจว่างานจะดีหรือไม่อยู่ที่ตัวเราตัดสินมากกว่าค่ะ
ขอขอบคุณทั้งสองท่านครับ ทั้งคุณพัชราและคุณศุภลักษณ์ครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี