ทำได้แต่ทำไม่ได้ เป็นความรู้สึกของเพื่อนผู้ป่วยเบาหวานรายหนึ่ง
ที่ทุกครั้งที่เจอกัน คำถามแรกคือน้ำตาลเท่าไหร่แล้ว ....
เป็นคำถามที่ฟังดูแล้วเหมือนมีความสุข
เหมือนตอนนี้ได้ปันผลหุ้นเท่าไร่แล้ว
หรือตอนนี้ได้เงินเดือนขึ้นเท่าไหร่แล้ว ทำนองนี้
เป็นคำถามที่ผู้ถูกถามไม่รู้ตระหนกตกใจอะไร
กลับหัวเราะชอบใจก่อนจะตอบว่า "ทำไม่ได้ค่ะ"
แล้วเสียงหัวเราะของคู่สนทนาก็ดังขึ้น
เป็นเสียงหัวเราะที่แสดงอารมณ์ขบขันตนเอง
แล้วเจ้าของเสียงหัวเราะนั้นก็เอ่ยต่อไปว่าหนูว่าหนูทำได้นะพี่
...แต่พอถึงเวลาไม่ว่าจะกิน จะออกกำลังกาย หนูกลับทำไม่ได้
คนฟังร้องอ้าว! แล้วนึกในใจเป็นเสียงเพลงว่า "ใจไม่มั่นคงๆ"
ก่อนจะอึมอัมออกมาเป็นเพลงเมื่อเห็นสีหน้าคู่สนทนามิได้อาทรใดๆ
กับเสียงเพลง"ใจไม่มั่นคง ๆ" แต่กลับหัวเราะดังกว่าเก่า
แล้วร้องขึ้นมาดังๆว่า "จริงด้วยพี่ครู...... ก๊ากๆๆๆ
ตอนที่หนูกินข้าวแล้ว หนูหันไปเห็นขนมจีนน้ำยาป่านะ
หนูรู้สึกเลยว่าน้ำลายของหนูมันมาอออยู่เต็มปาก ..
ทีนี้พอหนูกินน้ำยาป่าหมดจาน ...อิอิ หมดจานเลยพี่...แป่วววว!
ก็มันเคยไงพี่..เรามันคนบ้านนอกนะ
กินคาวแล้วก็ต้องกินหวานตาม...ล้างปากสักหน่อย"
คู่สนทนาเอ่ยตัดบท"ล้างไปเท่าไหร่แล้วหละ" เสียงก๊ากๆๆๆๆตามมา
พลอยทำให้คู่สนทนาหัวเราะและขำ
เรื่องกินของเพื่อนผู้ป่วย แล้วก็อดเตือนสติกันไม่ได้
จนเพื่อนผู้ป่วยเปลี่ยนสีหน้าแล้วก็พูดออกมาว่า
"หนูฟังพี่พูดวันนั้นแล้ว หนูประทับใจนะพี่
และคิดว่าหนูก็คงทำได้ไม่ยากเลย ...
แค่กินพอดีๆตามความจำเป็นที่ร่างกายควรได้รับ
หนูยังจำคำมั่นสัญญาได้นะพี่...ว่า
"จะกินข้าวมื้อละ 2 ทัพพีปาดต่อมื้อ แล้วกินผักต้มวันละ 1 ถ้อย
ผักสดอีกส่วนหนึ่ง เนื้อปลาอีกส่วนหนึ่ง น้ำอัดลมงด
แล้วก็ออกกำลังกายให้ได้ทุกวันจะยิ่งดี
ถ้าไม่ได้ทุกวันก็อาทิตย์ละ 3 ครั้งๆละ 30 นาที
แล้วต้องไม่ลืมฝึกทำสมาธิ...นี่นะพี่...หนูจำได้หมดเลย
ก็กะว่ากลับไปบ้านนี่หนูจะทำให้ได้
หนูมั่นใจว่าหนูทำได้นะ แต่ทำไม่ได้"
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรามีวันนี้
เพื่อเสริมใยและเติมพลังให้ผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยตัวเองค่ะ
อ่านเพิ่มเติมที่บันทึก
โปรแกรมเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติเพื่อเสริมศักยภาพจิตอาสา(1)
และ
โปรแกรมเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติเพื่อเสริมศักยภาพจิตอาสา(2)
จากบันทึกของ อ.ขจิต ฝอยทอง
และจากบันทึกของน้องมด
เภสัชกรหญิงปราณี ลัคนาจันทโชติ
ผู้มีความมุ่งมั่นให้เกิดงานนี้ขึ้นมาค่ะ
ขอบคุณค่ะที่มอบความรู้ และความสุขให้ผู้ป่วยชาวสมุทรสาคร
ขอให้มีความสุข กายสบายใจ สุขภาพแข็งแรง
มีความสุขสวัสดีทุกประการค่ะ

ขอบคุณค่ะ ครูต้อย จิตอาสาพลังบวก
ไปอ่านของอาจารย์ขจิตมาเหมือนกันครับ ท่านนั้นไปทั่วประเทศ ทำสิ่งดีดีให้สังคม
ช่วยกันครับ โลกจะได้น่าอยู่ ^^
ขอบคุณค่ะ
หนทางอีกยาวไกล....3 ปี สู้!
ขอบคุณเช่นกันค่ะ
วันจันทร์จะเปิดให้เด็กน้อยเข้าไปเรียนรู้นะคะ
สวัสดีค่ะ
ยินดีด้วยค่ะ
ที่ผ่านมาน้องครูคิมทำงานล่วงหน้าไปแล้วหลายสิบปี
วันนี้ได้ทำในสิ่งที่ฝัน....พี่ยินดีด้วยนะคะ
ชีวิตที่กายเป็นนาย ใจเป็นบ่าว คงได้เริ่มขึ้นมานานแล้ว
วันนี้จึงไม่ห่วง นอกจากยินดีค่ะ
ทำได้ แต่ทำไม่ได้เหมือนกันค่ะ
เฮ้อ อันนี้เป็นกันหลายคน
แต่ต้องพยายามทำไม่ได้แต่ทำได้
อะน้องไผ่ไม่มีกอคนสวย
ขอบคุณที่แวะมาหาพี่
รูปถ่ายรูปนี้สวยจังเลยค่ะ
เรียนคุณครู
ที่นับถือ
นี่คือปัญหาโลกแตกค่ะพี่ ทำยังไงดีถึงจะแก้ได้ล่ะคะ
น้องคุณยายขา
พระพุทธองค์ตรัสไว้แม่นมั่น
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
แม้ว่าครั้งนี้ไม่สำเร็จ วันหน้ายังมี
สำคัญที่ใจนั้นยังมั่นคง หรือไม่ อย่างไร
และความปราถนาที่ตั้งมั่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง
งั้นเรามาจับมือกันค่ะ..ขอบคุณค่ะ
สวัสดียามเช้าค่ะพี่ครูต้อยติ่ง...
อย่างนี้เรียกว่าทำได้แต่ปากแต่การปฏิบัติทำไม่ได้
คงต้องอาศัยกำลังใจอีกมากมายที่จะช่วยให้เขา...ทำให้ได้นะคะ
ขอบคุณค่ะน้องkrugui Chutima
ทุกคนมีจิตมุ่งมั่นในระดับหนึ่ง และในเวลาหนึ่ง
แต่ไม่อาจรักษาช่วงเวลาที่ต้องมุ่งมั่นได้นาน
เป็นเรื่องปกติที่มีความแตกต่างกันเกิดขึ้น
อาจเป็นเพราะจิตที่ไม่ได้ฝึกให้อดทน
หรืออาจยังมองไม่เห็นอนาคตของการเป็นเบาหวาน
และหรืออาจคิดว่า เวาลานั้นยังมาไม่ถึง
รวมทั้งเหตุผลอื่นๆอีกมากมาย หลากหลาย
แต่มันไม่ใช่ปัญหาของเรา ปัญหาของเราคือ
ค้นหาวิธีการที่จะช่วยให้เขาทำได้ใช่ไหมน้อง
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ครูต้อย
แต่ทำไม่ได้"
สวัสดีค่ะพี่ครูต้อยติ่งมาเยี่ยมอ่านสาระการดูแลตัวเองและการปฏิบัติที่ต้องใช้กำลังใจในการทำบางที่ก็จะทำนอกใจบ้างเพราะใจไม่แกร่งนะคะ อิอิ น้องก็มักจะขาดการเล่นห่วงโยโย่ ลงทุนแล้วต้องทำ อิอิ
ขอบคุณค่ะ
มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ มนุษย์เราช่างกล้าหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้ดีเสมอ อิอิ
น่าตกังวลใจมากๆเมื่อข้อมูลทางสาธารณสุขแจ้งว่า
ใน 10 คน ที่เสียชีวิตนั้นมีผู้ป่วยเบาหวานรวมอยู่ด้วย 1 คน
ในผู้ป่วยระยะแรกเริ่มที่ไม่สนใจดูแลตัวเอง แต่ขอรับการรักษา
ด้วยการกินยาควบคุมเบาหวาน แล้วกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม
ชื่นชมยินดีที่ยาควบคุมเบาหวานไม่ให้ปรากฏบนแป้นเครื่องอ่านน้ำตาลในเลือด
แต่ลืมคิดว่า ในเมื่อพฤติกรรมการกินยังไม่เปลี่ยน แล้วผลเลือดมันออกมาน่ายินดี เช่นนี้
มีอะไรแอบอยู่หรือเปล่า พี่คิดว่านี่แหละคือเหตุผลว่า
ทำไมผู้ที่กินยาขอบคุณเบาหวานนานๆ
ไม่นานเกินรอมักมีอาการข้างเคียงแถมให้ด้วย
ก็แล้วทำไมไม่เปลี่ยนพฤติกรรมซะเลย...จะดีกว่าใช่ไหมน้อง
เข้าไปชมแล้ว เยี่ยมมากค่ะ
หากพี่ทำคงไม่ดีเท่าน้องครูอิงแน่เลย
เพราะพี่ลืมวิธีการเอาเพลงมาใส่ในบันทึกเสียแล้ว
ขอบคุณค่ะ
ขอส่งกำลังใจไปถึงนะคะ
ขอให้น้องได้ทำในสิ่งที่ปรารถนาให้สมหวังตามที่คิด
การให้คำมั่นสัญญา และทบทวนคำสัญญาจะทำให้เราไม่ลืม
และมีพลังของพยายามที่จะทำให้สำเร็จ
เว้นแต่เราลืมสัญญาลืมคำมั่น ลืมเป้าหมาย
เมื่อเราตั้งใจลืม วันหนึ่งเขาจะจากเราไป
และจดจำว่าเราไม่เคยจดจำคำมั่นสัญญาใจเลย
เมื่อวันเวลาผ่านไปแม้เราจะมีความพยายามกลับคืนมาใหม่
แต่ก็ยากเสียแล้ว ด้วยจิตใจเรายังจำ จำวันที่เราทอดทิ้งเขาไป
คงต้องง้ออ้อนวอนบ่อยๆ ด้วยความพยายามทำให้เขาเห็นว่า
ฉันยังมีความปรารถนาอยู่นะ
ฉันยังมีความต้องการที่จะทำตามคำมั่นนะ
ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนค่ะ
ฉันยัง
+ สวัสดีค่ะพี่ครูต้อย....
+ มาชื่นชมกับพลังไฟในตัวที่สวนทางกับสังขาร...หายากค่ะคนแบบนี้...มาให้หอมแก้มชื่นใจซะดี ๆ
+ แล้วในภายภาคหน้าสัญญากับตัวเองว่า...เมื่อถึงเวลาที่พร้อม....ก็จะเดินตามเส้นทางที่พี่ต้อยปูไว้แม้ว่ากิจกรรมอาจไม่เหมือนกันก็ตามที
+ อิ อิ...ก็ตอนนี้อิฉันมีลูกยังเยาว์อยู่ค่ะ...อิฉันต้องเสริมสร้างครอบครัวให้แข็งแกร่งก่อนนะท่านพี่...เมื่อไหร่พ้นช่วงนี้ไป...อิ อิ...ขอเจริญรอยตามค่ะ
+ ด้วยความคิดถึงค่ะ...แอมแปร์บอกว่า "ขอให้ป้าต้อยมีความสุขค่ะ"...อิ อิ หล่อนยังอุส่าห์ตะโกนมาอีก เพราะอ๋อยพิมพ์ไปอ่านไป...หล่อนเลยรู้ความ