เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาดิฉันมีความรู้สึกว่าช่างเป็นวันมหาวิปโยคในชีวิตเหลือเกิน  เนื่องจากในวันพุธมีการสอบรายวิชาหนึ่งที่มีเนื้อหาวิชาที่ยากมาก  แล้ววันอังคารก็มีเรียนทั้งวันตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนกระทั่ง 5 โมงเย็นเนื้อหาวิชาที่จะสอบในวันพุธอ่านจบแล้วก็จริงแต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจในเนื้อหาเท่าไหร่เวลาก็ไม่มีจะทบทวนมากนักเพราะต้องไปสอบตั้งแต่เช้า  รู้สึกว่าวันอังคารนี้ช่างเป็นวันที่มีความเครียดสับสนวุ่นวายใจจริงๆ  แต่พอได้มาเรียนวิชาสุดท้ายของวัน  คือวิชาการพัฒนาบุคคลิกภาพรู้สึกจิตใจผ่อนคลายลงไปมากเลย  เนื้อหาของการเรียนในวันนั้นเหมือนกับอาจารย์มีญาณวิเศษเลยรู้ว่านิสิตกำลังเครียดอยู่  เป็นการเรียนเกี่ยวกับเรื่องความเครียด  ว่ามีอาการอย่างไรบ้าง  ก่อให้เกิดปัญหาอะไร  แล้วจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างไรและตอนท้ายของชั่วโมงได้มีการทำแบบทดสอบเกี่ยวกับความเครียด  อาจารย์บอกว่าคนที่คิดว่าตัวเองไม่เครียดแต่จริงๆแล้วเราอาจจะมีอาการเครียดก็ได้  จากการทำแบบทดสอบดิฉันมีอาการเครียดอยู่ในขั้นรุนแรงซึ่งอาการของขั้นนี้จะมีความรู้สึกท้อแท้  หมดหวังไม่มีกำลังใจ มีอาการเหงาเศร้า  ฟังแล้วก็ตกใจว่าชั้นไม่ได้มีอาการหนักขนาดนั้นนะ  แต่ก็ต้องยอมรับเพราะเราอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้  ในเนื้อหาของการเรียนวันนั้นดิฉันมีความรู้สึกชอบและคิดว่าน่าจดจำไว้อยู่เรื่องหนึ่ง  อาจารย์นำรูปภาพการ์ตูนเรื่องหนึ่งมาเล่าให้ฟังเป็นภาพผู้หญิงกระโดดลงมาจากตึก 10 ชั้น  แต่ละชั้นที่ผู้หญิงคนนั้นผ่านก็พบว่าคนแต่ละคนต่างก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น  ทั้งๆที่เวลาที่ผ่านมาเรามองดูจากภายนอกเห็นว่าทำไมเขาช่างน่าอิจฉาจังนะดูมีความสุขอตลอดเวลาเลย  ผ่านลงมาเรื่อยๆก็พบว่าคนที่เราเคยพบเห็นแต่ละคนนั้นว่าชีวิตดูมีความสุขอยู่ตลอดเวลาก็มีความทุกข์เช่นกัน  และเมื่อเธอหล่นลงมาถึงพื้นก็พบว่าทุกๆคนที่เธอเคยมองกำลังมองเธออยู่  แล้วก็ทำให้เธอรู้ว่าจริงๆแล้วทุกๆคนมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้นอย่ามองว่าปัญหาของตนเองเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดไม่มีใครจะมีปัญหาใหญ่เท่าเราอีกแล้ว  แล้วอย่ามองว่าปัญหาไม่มีทางออกไม่มีทางแก้ไข  ปัญหาทุกอย่างมีทางออกอย่างแน่นอน