การจัดการความรู้

kratan2010
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ได้รับความรู้จากท่านอาจารย์ทิพวัลย์เรื่องการจัดการความรู้ หรือ Knowledge management หรือ KM ทางด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตร โดยท่านให้ชื่อว่า ระบบเกษตรกรรมที่มีฐานอยู่ในความรู้ ซึ่งเป็นระบบที่รู้ตัวเอง และรู้ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปทุกขณะ ทำให้ต้องปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อการดำรงอยู่ได้เป็นอย่างดี นั่นหมายถึงเป็นระบบที่สามารถสร้างและใช้ความรู้ทุกขั้นตอนจนเกิดผลดี
การจัดการความรู้เป็นกระบวนการปลดปล่อยมนุษย์สู่ศักยภาพเสรีภาพ และความสุข โดยจะนำปัญหาที่ทำให้เป็นทุกข์มาคลี่แล้วจัดการแก้ไข และนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดผล แนวทางก็คือการทำให้เปาหมายของเราสำเร็จ โดยกระบวนการได้มาของความรู้ และการใช้ความรู้นั่น นั่นหมายถึงต้องมีการจัดการการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
แนวทางก็คือต้องทำทุกเรื่องที่อยู่รอบๆตัวเราให้เคลื่อนไปข้างหน้าให้ได้ ไม่ว่า คน วัตถุ อุปกรณ์ และสิ่งแวดล้อม ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยการนำความรู้จากทักษะที่มีอยู่มาปฏิบัติ ด้วยทัศนคติและความรู้ ความรู้สึกทั้งมวลที่มีอยู่
ความรู้ของคนเราก็จะมีความรู้ที่ฝังแน่น ( Tacit knowledge ) เป็นความรู้ที่อธิบายได้แต่ไม่อยากจะอธิยาย เป็นสิ่งที่เราเองก็อาจไม่รู้ตัวองก็ได้จะออกมาเองได้ เวลาที่เราสงบๆ ส่วนความรู้ที่ชัดแจ้ง( Explicit knowledge ) เป็นความรู้ที่อธิบายได้แต่ยังไม่มีการจัดเก็บ เป็นความรู้ที่ได้จากทักษะ ประสบการณ์ ความคิด และพรสวรรค์ที่มีอยู่ ซึ่งแหล่งเก็บความรู้ก็มีหลายแหล่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสมองคน เอกสารต่างๆ ส่วนการถ่ายทอดก็ได้จากสอนการปฏิบัติจริง การอบรม หรือประสบการณ์ตรง
การที่จะให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายแนวทางด้วยกัน คือ จากเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ การอบรม การยืมตัว การสับเปลี่ยนงาน ระบบพี่เลี้ยง เป็นต้น
ในหารจัดการความรูเพื่อให้เกิดผลงานต่อคน องค์กร และสังคม มีแนวทางการปฏิบัติคือการบันทึก การสร้าง การใช้ และการดูดจากทั้งภาพในและภายนอกองค์กร และนำมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การจัดการความรู้ในรูปแบบที่เรียกว่า ปลาทู คือการแบ่งส่วนต่างๆของการจัดการความรู้ได้เป็น 3 ส่านคือ ฝ่ายผู้บริหารซึ่งเป็นส่วนหัวที่ได้ชื่อว่าคุณเอื้อ จะต้องมองให้ออกว่าจะทำ KM เพื่ออะไร และจะส่งต่อไปถึงคุณอำนวย ซึ่งเป็นหัวใจอยู่กลางลำตัว ทำหน้าที่ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งกันและกัน และก็จะถึงส่วนปลายคือหาง คุณกิจ เป็นผู้สร้างคลังความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย และสร้างพลังออกมา
ซึ่งสิ่งที่ได้จากอาจารย์อย่างมากคือแนวทางที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในงานที่ทำอยู่อย่างมากว่าเราเป็นโครอยู่ตรง มีหน้าอย่างไรในรูปแบบ ปลาทู และถ้าปลาทูว่ายทวนกระแสน้ำจะเกิดอะไรขึ้น พร้อมทั้ง มีแนวทางที่เราจะนำไปใช้ในการประเมินตนเองว่าเราอยู่ระดับไหนในส่วนที่เราเป็นอยู่ และหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรที่เราจะได้คะแนนเต็มได้ เป็นสิ่งที่เรานำไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Research and development



ความเห็น (0)