ความสวยงามคือความมั่นใจ

           มี Case มาร่วมแลกเปลี่ยนค่ะ

        Case หญิงอายุ 16 ปี ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ป่วยปฏิเสธการรักษาเนื่องจากตรวจพบเป็นมะเร็งขณะตั้งครรภ์ อยากให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไป จนคลอดบุตรอาการของผู้ป่วยก็แย่ลง ไม่สามารถเลี้ยงบุตรเองได้ให้นมบุตรไม่ได้เหนื่อยมากแขนซ้ายบวม

         ผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาลก็รักษาประคับประคองตามอาการ ต่อมาผู้ป่วยไปรักษาสมุนไพรอาการดีขึ้น จนประคับประคองมาได้ 1 ปี แต่แขนก็ยังบวมอยู่ จนเดือนเมษายนที่ผ่านมาอาการทรุดหนัก แขนซ้ายบวมมากเดินลำบากต้องประคองเดิน กินได้น้อยจนต้องนอนโรงพยาบาล อาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใช้ยามอร์ฟีนแบบฉีดประมาณวันละ 3-4ครั้ง อาการแย่ลงเรื่อยๆจนแขนข้างที่บวม บวมมากไม่สามารถยกได้มีม้ำใสๆไหลออกมาตามรูขุมขน และเริ่มมีหายใจเหนื่อยหอบ

        ทางทีมผู้ดูแลได้มีการสร้างสัมพันธภาพและได้ดูแลคุ้ยเคยกันทั้งกับผู้ป่วยและผู้ดูแล ผู้ป่วยมีเรื่องขัดแย้งกับบิดาเนื่องจากบิดาไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจไม่รักษาและเก็บลูกไว้ และจัดให้พูดคุยกันก็เข้าใจกันดี บิดาได้ทำอาหารที่ผู้ป่วยชอบทานมาให้ จนทำให้มื้อนั้นผู้ป่วยเจริญอาหารขึ้นมาทันทีหลังจากทานไม่ได้มาหลายวัน ผู้ป่วยเป็นพี่คนโต มีน้อง 2 คน ขณะอยู่โรงพยาบาลมารดากับสามีเป็นผู้มาดูแล แต่ส่วนใหญ่จะเป็นมารดามาดูแลเป็นหลัก สามีทำงานช่วงกลางวันเป็นลูกจ้างอยู่ที่การไฟฟ้า น้องสาวเป็นผู้ดูแลลูกให้ผู้ป่วยช่วงที่มารดามาดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาล

        ผู้ป่วยบอกรู้สึกไม่กลัวทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ไม่ห่วงอะไรอยากตายเร็วๆเพราะทรมารเหลือเกินเป็นภาระกับทุกๆคน นับถือศาสนาพุทธตามบัตรประชาชน ไม่ได้ทำบุญใส่บาตรเจ็บป่วยก็คิดว่าเพราะตัวเราไม่ใช่เวรกรรมอะไรหรอก ผู้ป่วยชอบดู TV ฟังเพลงวัยรุนทั่วๆ ดูละครหลังข่าว ชอบอยู่คนเดียวไม่ชอบที่มีผู้คนมากๆ

         ทางทีมผู้ดูแลเราก็พยายามหาหนัง หาเพลงต่างๆ DVD CD มาให้ผู้ป่วยผู้ป่วยก็ให้ความร่วมมือดีนอนดูที่เตียง บอกอยากดูหนังตลกทางทีมงานเราก็จัดหามาให้ พยายามสอดแทรกธรรมะด้วยเล็กน้อยผู้ป่วยก็ให้ความร่วมมือดี

          ต่อมาอาการทรุดหนักมากขึ้นกินไม่ได้ หายใจไม่สะดวกมีสับสนบางครั้งญาติขอพากลับบ้านทางทีมงานเราก็จัดการไปส่งเตรียมการดูแล ให้ออกซิเจนที่บ้าน ผู้ป่วยกลับบ้านได้ 2 วัน ก็กลับมาไหม่ มาด้วยอาการปวดแสบร้อนตามตัว อะไรถูกตัวไม่ได้แม้กระทั่งลมพัดถูกตัวก็แสบร้อนมากเริ่มสับสนมากขึ้น นอนร้องครวญครางไม่ให้ใครจับต้องตัวเลย

          แพทย์ Admit ให้ยาแก้ปวด ผู้ป่วยหลับได้ไม่ร้องครางแค่ช่วงสั้นๆ ประมาณ 30 นาทีได้ ก็จะร้องขึ้นมาอีก หายใจหอบมากขึ้นมีเหงื่อออกดูกระสับกระส่าย ให้ยาแก้ปวด MO ผู้ป่วยจะสงบได้บ้างช่วงสั้นๆ

           ผู้ป่วยนอนร้องครางมากขึ้นกระสับกระส่ายมากขึ้น ทางทีมงานเราก็เลยพยายามโน้มน้าวจิตใจพาฟังเพลงดู TV เปิด CD DVD ที่ผู้ป่วยเคยชอบ พยายามสัมผัสผู้ป่วยก็ปัดมือหนีบอกแต่ว่าแสบ แสบ เราเริ่มมืด 38 ด้าน

            ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 6โมงเย็น จึงจับเข่านั่งคุยกับแม่ของผู้ป่วยและญาติคนอื่นๆอีกครั้ง "มีเรื่องคาใจอีกหรือเปล่า ไม่สบายใจกังวลใจ อยากทำอะไรอีกไหม ญาติก็แน่รักช่วยกันคิกใหญ่ แต่คำตอบก็ไม่มี "แล้วผู้ป่วยชอบทำอะไรหรือเปล่า " ญาติก็ตอบว่าไม่มี พยายามถามผู้ป่วยก็ส่ายหน้าตลอด "แม่ผู้ป่วยบอกว่าเขาเข้มแข็งขนาดรู้ว่าเป็นมะเร็งแม่นะเป็นลม แต่เขาเฉยเลยเดินไปตรวจตามห้องต่างๆที่หมอเขาให้ตรวจเพิ่มไปเองคนเดียว

           มืดมนไปเลยไม่รู้จะทำอะไรดี ทันใดนั้นหันไปมองผู้ป่วย ผู้ป่วยยังร่างกายสะอาด ผมมัดเรียบร้อย มียางมัดผมสีสวยสดใสมัดไว้เหมือน ทุกครั้งที่เจอ ติดกิ๊บลายการ์ตูนน่ารัก "ชอบแต่งตัวไหม" เรายังพยายามค้นหาต่อ

            แม่ผู้ป่วยแววตาเป็นประกาย เออหมอเขาเคยบอกอยากไปตลาดนัดไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ มาใส่ เบื่อชุดโรงพยาบาล

            เราจึงตกลงกันบอกผู้ป่วยจะใส่ชุดสวยให้และแต่งหน้าทำผม น้องสาวอาสาไปเอาชุดเก่งจากบ้านและเครื่องสำอางค์ เราได้แต่งตัวให้ผู้ป่วยประมาณ 3 ทุ่ม เปลี่ยนเสื้อผ้ายังร้องครางเสียงดัง พอเริ่มแต่งหน้าเริ่มเงียบสงบลง จากนั้นจนเวลา 5 ทุ่มเศษๆ ผู้ป่วยก็เสียชิวิตโดยที่ไม่ร้องครางอีกเลย

            ความสวยงามคือความมั่นใจสำหรับผู้หญิงจริงๆ นะคะ