อย่างมีสมาธิจริง ๆ แทนที่จะบอกว่า...พ่อ ๆ

ยามเย็นท่ามกลางสายฝนตกลงมาปรอย ๆ บางช่วงก็ลงมาหนักเลยละเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนตามจุดต่าง ๆ ดูแลขบวนเสด็จต้องสวมเสื้อกันฝนโบกมือเร่งระบายรถให้มุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง…

เมื่อถึงที่พักพอได้วิ่งออกกำลังกายเหยาะ ๆ ภายในบ้านเพราะข้างนอกหรือถนนมีสายฝนพรำ ๆ ตกอยู่ไม่ขาดสายเลย

 

มีสายเข้ามาให้ตรวจงานวิทยานิพนธ์หนึ่งราย  ให้อ่านงานวิจัยในชั้นเรียนอีกหนึ่งราย  และแม่ของลูกน้อยก็แจ้งข่าวว่าจะไปร่วมงานศพญาติของเพื่อนร่วมงานกลับมาดึกหน่อยโดยทางหน่วยงานจัดรถบัสไป

ทีนี้เราต้องแสดงบทบาทเป็นพ่อครัวหัวฟูเข้าครัวหุงข้าวทำอาหาร  ไม่พ้นเรื่องไข่ 3 ฟอง ตีระคนให้เข้ากันแล้วเฉือนฟักทองเป็นการหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอประมาณ  แล้วหั้นมะเขือเทศอีกหนึ่งผล  ผลมะนาวผ่าครึ่งซีกแล้วบีบน้ำมะนาวลงไปในถ้วยไข่ผสมทุกอย่างแล้วก็ตีไข่ให้เข้ากัน 

 แล้วอุ่นแกงปลาหนึ่งหม้อที่นำมาจากบ้านที่ อ. หัวไทรพอสุกแล้วนำลงวาง  ยกกระทะขึ้นวางแทนใส่น้ำมันทอดลงไปพอได้ที่แล้วเทไข่ผสมเครื่องปรุงลงไปกลายเป็นไขเจียว...ยังมีเวลาเหลือเลยวิ่งไล่จับเงาตนเองอยู่ภายในบ้าน...

        มองเวลาก็ 6 โมงเย็นเศษไป 15 นาที รถโรงเรียนที่มาส่งลูกน้อยกลอยใจพ่อแม่ทั้ง 2 คนยังมาไม่ถึง  จน 5 นาทีต่อมา...คุณพ่อพอดีรถพวกเราติดขบวนเสด็จอยู่คะ...เป็นธรรมดานะครับผม...

กลับถึงบ้าน...แม่ไปไหนละ...แม่ไปร่วมงาน...กลับดึกนะลูก...เย้...วิ่งไปเปิดทีวี...ดูการ์ตูน...อย่างมีสมาธิจริง ๆ แทนที่จะบอกว่า...พ่อ ๆ หิวข้าวเอาเข้ามากินกันเถอะ...ดันไปหิวการ์ตูน...ซะอย่างงั้น...เจริญจริง ๆ ...เด็กสมัยนี้...นึกถึงตนเองช่วงวัยเด็กอยากเรียน...แอบไปเรียน...หนังสือดีไปค้นคว้ามาอ่าน...หรือว่ายุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้วละ...