เมื่อได้เยี่ยมเยือนชุมชน “ยี่สาร” ก็ได้เรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตพึ่งพิงธรรมชาติ สร้างภูมิปัญญาการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับธรรมชาติได้อย่างลงตัวนั้น มีอยู่จริง

คุณลุงธนู พยนต์ยิ้ม สร้างรายได้จากการเผาถ่านไม้โกงกางต่อยอดภูมิปัญญาโดยการสกัดน้ำส้มควันไม้จากช่องควันไฟจากเตาเผาถ่านที่เคยปล่อยทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ทำให้ได้ถ่านไม้โกงกางคุณภาพดี ได้น้ำส้มควันไม้ไล่แมลงแทนสารเคมี และทำให้มีรายได้เพิ่มในการขายน้ำส้มควันไม้ได้อีก 1 ผลิตภัณฑ์ 

อาชีพคนเผาถ่านอาจดูเป็นอาชีพทำร้ายธรรมชาติและก่อมลพิษต่อสังคม แต่อาจไม่ใช่กับที่ยี่สาร

ลุงธนู อธิบายว่าถ่านไม้ที่ทำอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นถ่านที่ได้จากไม้โกงกางใบเล็ก ซึ่งถือว่าเป็นถ่านไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทยเพราะให้ความร้อนสูงและนาน แต่ขี้เถ้าน้อยและไม่แตกตัวง่าย หากแต่การจะได้มาซึ่งไม้ที่นำมาเผานั้นต้องรอจนกว่าโกงกางจะโต อายุ 12 – 15 ปี หากตัดไปโดยไม่มีการปลูกทดแทนก็เหมือนกับการตัดช่องทางอาชีพของตนเองไปด้วย เพราะที่สุดแล้วไม้ที่จะนำมาเผาเป็นถ่านก็จะหมดลงไป

ด้านนอกโรงเผาถ่านที่มุงหลังคาด้วยจากเต็มไปด้วยไม้โกงกางจำนวนมาก ตัดเป็นท่อนยาวเรียงรายกันอยู่ ลุงธนูบอกว่าไม้ที่ตัดเสร็จแล้วนั้นต้องนำมาทุบเปลือกออกก่อนจะนำมาตัดเป็นท่อน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เปลือกไม้เหนียว หรือหากไม่ทุบก็จะได้ถ่านคุณภาพไม่ดี และเปลือกไม้อาจะหลุดร่วงทะลุลงมาที่ก้นเตาได้

ขั้นตอนการเผาถ่านใช้ความร้อนจากเชื้อเพลิงที่ก่อจะเข้าไปสะสมในเตา โดยมีระยะเวลาโดยรวมที่จะต้องคอยดูแลใส่ไฟตลอดเวลา 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 15 วัน และต้องรอให้ถ่านเย็นตัวลงอีกไม่ต่ำกว่า 10 วัน จึงจะนำออกมาขายหรือใช้งานได้            

ที่ชุมชนยี่สารนี้ ได้รับอนุญาตให้ส่งออกถ่านได้ เพราะไม้ที่นำมาใช้ ปลูกบนพื้นที่ของตนเองที่มีโฉนดอย่างชัดเจน ไม่ใช่ตัดเอาจากพื้นที่อนุรักษ์