“รูปสวย รวยทรัพย์ อับปัญญา บิดาตาย แม่ยายโง่ ”
ช่วงนี้ข่าว Hot ยัง Talk of the town ของดาราที่ยังเคลียร์กันไม่ได้ และมีแนวโน้มว่าจะเกิด Single mum เพิ่มขึ้นอีกคน ทำให้นึกถึงวันก่อนสอนแทรกนอกเนื้อหาให้นักเรียนมอสามไปหยกๆเรื่องการเลือกคู่ครอง เพราะเด็กผู้หญิงบางคนมีทีท่าว่าเรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า หรือเด็กผู้ชายบางคนบ่นเรียนไปอ่อนเพลีย มีเมียดีกว่า ก็เลยคุยกันว่ามีวิธีการเลือกคู่ครองอย่างไร ในชีวิตจริงการแต่งงานไม่ใช่เป็นการสิ้นสุดเหมือนหนังละครนะที่ตอนจบพระเอกนางเอกแต่งงานแล้วก็จบแบบมีความสุข แต่มันเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่จะสุขหรือทุกข์ ขึ้นอยู่กับว่าคนสองคนจะพยายามปรับเข้าหากันหรือไม่เพราะคนสองคนต่างนิสัย ต่างพ่อ ต่างแม่มาพบกัน ซึ่งวันแรกๆที่รักกันก็ยังมองไม่เห็นข้อบกพร่องของกันและกัน พออยู่กันนานๆไปลวดลายลีลาก็ออกมาให้เห็นจนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทนกันไม่ได้ ต้องแตกหักกันไปข้างหนึ่ง หากไม่มีลูกก็ดีไป แต่ถ้ามีลูกก็เกิดปัญหาสังคมตามมา พ่อแม่ไปสร้างครอบครัวใหม่ ทิ้งลูกเก่าอยู่กับตายายหรือญาติ เลี้ยงกันดีก็รอดไปไม่เกิดปัญหาสังคม แต่ถ้าเลี้ยงไม่ดีเกิดปัญหาสังคมตามมา กลายเป็นโจรขโมย อาชญากร ฯลฯ
การเลือกคู่ครองจึงต้องคิดให้ถ้วนถี่อย่าดูกันแค่สวยหล่อเพียงอย่าเดียว เลยยกตัวอย่างให้เด็กได้ร่วมกันคิดว่า เอ้า ผู้ชายอยากได้เมียแบบไหนมาเป็นแม่ของลูกตนเองละ “รูปสวย รวยทรัพย์ อับปัญญา บิดาตาย แม่ยายโง่ ” ดีไหม มีบางคนบอกดีเลย คิดง่ายๆ ครูเลยต้องถามว่าดีเหรอมีเมียสวย มีเงินมาก แถมโง่ทั้งแม่ทั้งลูกและคงจะโง่ตามมาถึงหลานอีกคนเอาหรือ ชีวิตจริงก็คงไม่มีใครอยากได้แม่พันธุ์ที่โง่มาเป็นคู่ชีวิตหรอกนะ และยิ่งตกถังข้าวสาร ผู้หญิงรวยกว่าผู้ชายจะรู้สึกมีปมด้อยมากจริงไหม ?
ส่วนผู้หญิงบอกอยากได้แบบไหนละ “ หุ่นเท่ห์ เปย์เก่ง เบ่งน้อย ห้อยปริญญา มารดาตาย ” แหมรูปหล่อเท่ห์แบบ ทอล์ดดาดแอนแฮนซั่ม สูงยาวเข่าดี ผิวเข้มรูปหล่อ จ่ายเก่ง เดินตามผู้หญิงหิ้วกระเป๋ารูดบัตรเงินสดเป็นว่าเล่น เป็นคนนอบน้อม มีปริญญา ความรู้สูงกว่าแบบนี้สาวๆใครก็ชอบ แม่ผัวตายอีก โอโฮ้สเปคเลย แต่ถามว่า ถ้าหล่อนสวยเลือกได้ทำได้ไหม แต่ถ้าไม่สวยละจะเลือกใครได้ ก็ต้องดูสเปคต่ำลงมานิด แต่ไม่ใช่ด้อยกว่าจนน่าเกลียด เคยมีภรรยาความรู้สูงกว่าสามี ไปไหนก็ไม่ภาคภูมิใจ ที่มีสามีต่ำกว่าทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และที่สำคัญ ควรดูว่ามีความชอบเหมือนกันไหม นั้นคือรสนิยม อย่างน้อยเด็กๆก็ได้ข้อคิดว่าจะเลือกใครมาเป็นคู่ครอง บางคนทำท่าหวือหวารักกันหนาจะพากันหนี ก็บอกว่าระวังให้ดี ผู้หญิงช่วงนี้จะทดแทนบุญคุณพ่อแม่ได้ก็ตอนนี้แหละ (สินสอดทองหมั้นของฝ่ายชายให้ไงละ) แล้วผู้หญิงก็อย่าชิงจบโทก่อนจบปริญญาตรีละ โทต๊อง (ท้องโต) เดี๋ยวก็จะกลายเป็น Single mum ไปอีกคน
แจ๋วจริงๆครับ
ขอบคุณจ้าที่ชม ...ยังไม่รู้ชมใคร ขอบคุณไว้ก่อน สอนหนังสือ เด็กๆชอบนักเวลานอกเรื่อง ยิ่งเล่าเรื่องทักษะชีวิตเรื่องความรักละชอบจริงเลย บางทีครูเองสอนเด็กนักเรียนละเอียดยิบทุกเรื่อง แต่บางเรื่องก็ไม่ได้สอนลูกครบหรอกนะ น่าเสียดาย มีบ้างเหมือนกันเอาเรื่องที่สอนมาเล่าให้ลูกฟัง เตือนลูก เหมือนเตือนสตินักเรียนนั้นแหละลูกเขาลูกเรา อยากให้เป็นคนดีมีชีวิตที่สมหวังมีความสุขทุกคน
ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็น ดิฉันเป็นครูมาร่วม 30 ปี มีทุกรุ่น มอสาม มอสี่ มอห้า บางคนเรียนไม่ทันจบ มีปัญหาท้องก่อน(ผู้หญิง) ต้องออกโรงเรียนไปกลางคัน ยิ่งตอนนี้ข่าวว่า ยุทธศาสตร์รองรับกรณีเด็กนักเรียนที่ตั้งครรภ์ระหว่างเรียนให้สามารถกลับมาเรียนหนังสือต่อ หลังคลอดบุตรได้หรือไม่ โดยนายกฯได้รับคำชี้แจงว่า มีการรองรับกรณีดังกล่าวด้วย จึงสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการช่วยแก้ไขระเบียบกระทรวง เพื่อให้เด็กนักเรียนที่ตั้งครรภ์ระหว่างเรียนได้กลับมาเรียนหนังสือ หลังจากลาคลอดบุตร ด้วย เพื่อให้เด็กได้กลับมามีอนาคตอีก
ที่มา - ไทยรัฐออนไลน์
http://www.thairath.co.th/content/edu/111181
ขอบคุณค่ะที่มาแวะเยี่ยมชม ได้อ่านบันทึกของคุณแล้ว อยากให้คุณเขียนเล่าเรื่องความเป็นอยู่ของเด็กในต่างประเทศที่คุณได้สัมผัส และเห็นความแตกต่างกับบ้านเราบ้าง ดิฉันสอนเด็กมามีทุกรุ่นที่มีปัญหาท้อง ก็น่าเสียดายล้วนเป็นเด็กเรียน มีหลายคนพูดว่า เด็กที่มีพฤติกรรม 11 รอ ดอ ส่วนมากมักเอาตัวรอด ส่วนเด็กเรียนหรือเด็กเงียบๆเรียบร้อย มักเสร็จเพื่อนไม่ทันเกมตั้งท้องต้องออกโรงเรียนกลางคัน การให้โอกาสเด็กกลับมาเรียน มองได้สองแง่ ดีและไม่ดี ไม่ดีตรงที่สังคมบ้านเราต่อไป เด็กจะเลียนแบบพฤติกรรมและรับอารยธรรมตะวันตกมากขึ้น