อีกข้อหนึ่งที่ปู่ไม่เคยสอน...แต่ฉันสังเกตเห็น ก็คือ การหลีกเลี่ยงการใช้คำที่นำไปสู่ความรู้สึกใน "ทางลบ" ...

 

อ.ถวัลย์ มาศจรัส

 

       อาจารย์ถวัลย์ มาศจรัส หรือที่บรรดาเพื่อนร่วมงานต่างเรียกขานกันว่า “ปู่” ด้วยความรักและเคารพนี้  โดยส่วนตัวแล้วฉันถือว่าท่านเป็น “ครู” เพราะนอกจากสอนเรื่องงาน ยังสอนการใช้ชีวิต สอนให้รู้จักมองแง่มุมต่าง ๆ ในสังคม และที่สำคัญท่านสอนให้รู้จักการ “เขียนหนังสือ”

          “ปู่” เป็นนักเขียนที่ได้รางวัลมากมาย จากหลายองค์กรและสถาบัน โดยเฉพาะรางวัลจากสถาบันภาษาไทย กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับรางวัลถึง 26 รางวัล จนประกาศวางมือไม่ส่งผลงานประกวดอีก (เพื่อเปิดโอกาสให้นักเขียนคนอื่น ๆ) แน่ล่ะ ท่านเป็นนักเขียนที่ไม่ธรรมดา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ “วิธีการสอนเขียนหนังสือ” ของปู่ ซึ่งมักจะเป็นไปในทำนอง “สอนแบบไม่สอน” และ เน้นที่ “ตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ

          แรก ๆ ที่เขียนงานแล้วส่งให้อ่านและปรับแก้ ปู่ยิ้ม ๆ ที่มุมปากแล้วบอกว่า “เออ...มีมุมมองแปลก เก็บรายละเอียดดี เขียนต่อไปนะ...” ตอนนั้นจำได้ว่าปลื้มใจสุดจะประมาณได้ มีนักเขียนใหญ่ชมนี่นา จนภายหลังได้มาอ่านงานของตัวเอง จึงตระหนักรู้ว่า ปู่พยายามที่จะค้นหาจุดเด่นข้อดีของฉัน (เท่าที่มี) มาชมและให้กำลังใจ และนั่นคือ การเน้นและให้ความสำคัญกับ “ตัวผู้เรียน” อย่างแท้จริง

        วันหนึ่ง ปู่บอกว่า ... เดี๋ยวนี้เขียนหนังสือลงล็อค เข้าที่เข้าทางแล้วนะ...”  เป็นคำชมอีกครั้งที่ทำให้ตระหนักรู้ในทันทีว่า ครั้งแรกนั้นหาใช่ “คำชม” ไม่ แต่เป็นการให้กำลังใจด้วยจิตเมตตาอันเอกอุที่มีต่อลูกน้องที่ริอยากเขียนหนังสือ 

          ปู่มักจะแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้เล่มนั้นและเล่าด้วยท่าทางสบาย ๆ ว่า “คนจะเขียนหนังสือให้ได้ดี ต้องอ่านมาก เพื่ออ่านความคิดของคนอื่นและทบทวนความคิดของตัวเองเมื่อความคิดคมชัดแล้ว ภาษาที่เขียนจะสื่อถึงใจคนอ่านได้ง่ายขึ้น”

          อีกครั้งหนึ่งที่ฉันต้องมีหน้าที่เขียนถึงบางสิ่งที่ตัวเองมีโอกาสไปทราบถึงเบื้องหลัง ทำให้การเขียนครั้งนั้นฝืดฝืน จึงเดินไปบ่น ๆ ให้ปู่ฟังว่า เขียนไม่ออกเพราะรู้สึกขัดกับความรู้สึก... ปู่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กำลังเขียนมากมายตรงหน้า พูดสั้น ๆ ว่า คนเราก็มีทั้งมุมที่ดีและไม่ดี เลือกมองส่วนที่ดีแล้วเก็บมาเขียน...นั่นน่ะหน้าที่เรา...ส่วนที่ไม่ดีของใคร ก็เป็นของเขา ไม่เกี่ยวกับเรา...”

          นั่นคือการสอนให้เข้าใจโลก ให้รู้จักแยกแยะ “อารมณ์ความรู้สึก” ออกจาก “ความจริง” ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของเรา ด้วยหัวใจที่เปิดกว้างและในแง่มุมที่เป็นบวก

          อีกข้อหนึ่งที่ปู่ไม่เคยสอน...แต่ฉันสังเกตเห็น ก็คือ การหลีกเลี่ยงการใช้คำที่นำไปสู่ความรู้สึกใน "ทางลบ" ไม่ว่าจะเป็นคำที่ตีความได้หลายอย่าง คำหยาบทั้งโดยตัวหนังสือหรือสาระในการตีความ คำกระทบกระเทียบเปรียบเปรย นี่คงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตัวหนังสือของปู่เป็นที่ขึ้นชื่อว่า "อ่านง่ายสบายใจ ไม่เป็นพิษเป็นภัย" กับใคร

          ทุกวันนี้ฉันรักการเขียน ทุกครั้งที่เขียนก็อดที่จะระลึกถึง “คำสอน” ของปู่ไม่ได้ รางวัลเล็กที่ฉันได้รับมาบ้าง ก็เป็นผลโดยตรงมาจาก “การสอนเขียนหนังสือ” ของท่านนี่เอง


ดีใจและภูมิใจที่ตัวเองเป็น “ศิษย์มีครู

ขอบพระคุณและคารวะอาจารย์ถวัลย์ มาศจรัสด้วยหัวใจ

(^__^)