ข้าพเจ้าทำงานอยู่ในวงธุรกิจโทรศัพท์ไร้สาย เรียกง่ายๆว่า "โทรศัพท์มือถือ"นั่นเอง ภายใต้แบรนด์สีสดใส แต่(คาดว่า)กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นสีอื่นเร็วๆนี้ ซึ่งต้องติดตามตอนต่อไปว่าจะเกิดอะไรต่อไปในชีวิตการทำงานของข้าพเจ้า??? งานข้าพเจ้าจะเป็นอยู่ในแผนกขยายเครือข่าย ทำให้พื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมีสัญญาณ ถ้าลองสังเกตดูจะพบว่าทุกวันนี้ในเมืองทุกเมืองเสาโทรศัพท์มือถือเยอะแยะเต็มไปหมดแล้ว ในเมืองใหญ่ๆไม่เกิน 500 เมตร เราจะเจอเสาโทรศัพท์มือถือไม่ว่าเจ้าใดก็เจ้าหนึ่งแน่นอน อัตราการขยายก็จะยิ่งมีมากตามการแข่งขันสงครามราคาที่รุนแรงมากในปัจจุบัน

หน้าที่หลักๆที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบก็คือทำยังไงก็ได้ให้พื้นที่นั้นใช้งานโทรศัพท์มือถือได้ ดูแลพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดนครศรีฯ ตรังลงมา จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ลักษณะงานต้องรู้งานกว้างมากๆ ทั้งงานก่อสร้าง งานไฟฟ้า การยื่นขออนุญาตฯ งานอุปกรณ์(ภายในคนคนเดียว) จะเรียกได้ว่าที่อุตส่าห์เรียนวิดวะยากๆมาแทบไม่ได้ใช้ความรู้ตรงๆกับที่เรียนมาเลย หลักๆแล้วงานจะออกไปทางการบริหารมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเรียนวิดวะคือ "คิดเป็นระบบ" ก่อนที่จะทำงานซักชิ้นหนึ่งเราต้องวางแผน Split scope of work, Time frame, Process, ศึกษาปัจจัยภายใน, ปัจจัยภายนอก ฯลฯ ข้าพเจ้าคิดว่าการวางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งการที่เราจะวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเราจะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง มากพอ และทันเวลา ดังนั้นเราจะต้องจัดเก็บข้อมูลที่ใช้ไว้ให้พร้อมใช้อยู่ตลอดเวลา หรือถ้าไม่มีข้อมูลก็ต้องรู้ว่าเราจะหาข้อมูลนั้นได้จากไหน

การจัดเก็บความรู้ขององค์กรที่ข้าพเจ้าเห็นชัดเจนและยังใช้อยู่ทุกวันนี้ คือก่อนที่เริ่ม phase ใหม่ๆ จะต้องมีคู่มือ(Construction and Implementation Handbook) และแบบมาตราฐาน (Generic Drawing) update ประจำแต่ละ phase รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 2,000 หน้า ซึ่งทั้งหมดจะออกมาจากแผนก central support จากส่วนกลาง บางครั้งก็ออกก่อนเริ่มงานจริงๆ บางครั้งก็ออกมาหลัง เนื่องจากข้าพเจ้าโชคดีได้อ่านข้อมูลความรู้เหล่านี้มาตั้งแต่ phase แรกๆ เมื่อมีการออก version ใหม่ๆออกมาข้าพเจ้าจึงไม่เสียเวลาในการอ่านมากนัก โดยจะทำการจัดเก็บข้อมูลอยู่ใน share drive แล้วให้ authorize ในการเข้าไปดูข้อมูลแตกต่างกันตามตำแหน่ง ข้าพเจ้าจะต้องศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้เข้าใจ และนำไปบังคับใช้ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งทีม central support จะมีโอกาสได้ไปอบรมบ่อยมากๆๆๆๆ ทั้งในต่างประเทศและในประเทศ แต่คนที่ใช้งานจริงตามแต่ละพื้นที่กลับมีโอกาสได้อบรมน้อยมาก (ประมาณปีละ 2-3 course) แล้วถ้าทีม central support ลาออกกันไปเยอะๆความรู้คงจะหายไปจากองค์กร(แต่จะติดตัวคนที่ได้ไปอบรม) ตลอดไป ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่าควรจะเปิดโอกาสให้ทุกๆคนได้รับการอบรมและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการกำหนดมาตราฐานต่อๆไป ความรู้จะได้กระจายและอยู่กับองค์กรตลอดไป