ไม่มีใครอยากทำสิ่งไม่ดี

ในปัจจุบัน มักพบเสมอว่าในสังคมของเรา มีปัญหาความไม่เข้าใจกันของคนในสังคม ที่คาดว่าจะสืบเนื่องมาจากระดับปัญญากับการทำงาน ที่น่าจะสอดคล้องกันเสมอ

ที่ผมคิดเช่นนี้ เพราะ จากการทำงานกับชุมชนหลายระดับ มานาน ทำให้ผมมีความเชื่อว่า

  • ไม่มีใครต้องการเป็นคนไม่ดี
  • ไม่มีใครอยากทำสิ่งไม่ดี
  • ไม่มีใครอยากทำบาป

แต่ เมื่อทำดีที่สุดนั้น ก็คิดจากว่า “รู้แค่ไหน มีปัญญาแค่ไหน ทำได้แค่นั้น”

  • การทำมากกว่าที่รู้ ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้จะพยายามทำ ก็จะผิดพลาดได้โดยง่าย

ดังนั้น เราจึงควรพยายามเข้าใจ เห็นใจ ช่วยเหลือคนที่กำลังเผชิญปัญหา เท่าที่ช่วยได้ และให้อภัย ให้เขามีโอกาสปรับตัวและพัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนดีที่สร้างสรรค์สังคม

การช่วยที่ดีที่สุด น่าจะเป็นการ

  • ช่วยพัฒนาความรู้ และปัญญาให้พอใช้
  • โดยการพัฒนาระบบการศึกษา และสนับสนุนระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน ทุกวัย

โดยการจัดการความรู้ ที่

  • เน้นการพึ่งตนเอง เศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องไปคอยพึ่งคนอื่นและปัจจัยภายนอกมากจนเกินไป
  • รู้กว้าง รู้รอบคอบ รู้ลึก ที่จะทำให้ไม่เสียเปรียบ หรือถูกเอาเปรียบได้โดยง่าย
  • รู้จริง รู้แจ้ง ที่สามารถนำพาชีวิตของตนเองไปในทางที่เป็นประโยชน์ ไม่ลุ่มหลงไปกับเรื่องไร้สาระ หรือสิ่งมอมเมาทางสังคม หรืออยู่แบบเอาเปรียบผู้อื่น ทำให้สังคมมีปัญหาและเดือดร้อนในระยะยาว
  • รู้หลักการ รู้วิธีดำเนินการ รู้วิธีการในแต่ละขั้นตอน เพื่อการประกอบสัมมาอาชีพ ที่ดี ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

ที่คาดว่าจะช่วยเสริมปัญญาให้กับผู้ที่ยังมีความรู้ไม่พอใช้ และดูเหมือนว่ายังทำตัวไม่เป็นประชากรที่ดีมีคุณภาพของสังคม

ให้เป็นพลังที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศ แม้คนละเล็กละน้อย ก็น่าจะดีกว่าการทำตัวแบบมือไม่พาย แต่เอาเท้าราน้ำ หรือเป็นสวะขวางการเดินทางของเรือ ที่จะทำให้การพัฒนาประเทศมีปัญหา หรือเดินทางไปได้อย่างเชื่องช้า

นี่คือแนวคิดที่ผมมีอยู่เพื่อแก้ปัญหาการพัฒนาประเทศ ในขณะนี้ครับ