ฉันเห็นสีหน้าท่าทางของผู้เข้าประชุมมีความสุข พลอยให้มีความสุขตามไปด้วย และเกิดความภูมิใจที่สามารถบ่มเพาะจิตวิญญาณครูให้แก่ผู้เข้าประชุมได้ ทำให้ฉันมีความกล้าที่จะสอนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านในมากขึ้น

ในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พยาบาลที่จะทำหน้าที่ครูพี่เลี้ยงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในความรู้สึกของฉัน เพราะภาระการดูแลผู้ป่วยก็นับว่าเป็นงานที่หนักไม่น้อย การจะให้พยาบาลมาทุ่มเท ใส่ใจควบคุมการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำมาจากหัวใจ  จึงจะทำให้พยาบาลผู้ปฏิบัติมีความอิ่มสุขจากการสอนได้

ครั้งหนึ่งฉันได้รับเชิญให้ไปบรรยายให้พยาบาลที่จะทำหน้าที่ครูพี่เลี้ยงของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี ในครั้งนั้น ที่จริงได้รับมอบหมายให้บรรยายเกี่ยวกับทฤษฎีการเรียนรู้ และแนวคิดเกี่ยวกับการสอน ฉันได้พิจารณาใคร่ครวญว่าจะสอดแทรกจิตวิญญาณความเป็นครูเข้าไปด้วย เข้าตรงไหนดีหนอ ในทีสุด ตัดสินใจว่าส่วนของทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ฉันจะเพิ่มสาระความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงด้านในเข้าไปด้วย  ส่วนการบรรยายเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนการสอน นอกจากจะใส่แนวคิดเรื่องการสะท้อนคิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้แบบExperiential Learning ของKolb ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Macmaster Model ที่ฉันไปเรียนรู้มาจากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ และฉันได้เชื่อมโยงมาถึงเรื่องของทฤษฎีตัวยู เพื่อให้เห็นว่าการใคร่ครวญ และการเขียนบันทึก เป็นสิ่งที่นักการศึกษาทั้งหลายให้ความสำคัญ

ฉันยังนำความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือเรื่อง หยดน้ำแห่งจินตนาการ ซึ่งเขียนโดยคุณหมอวิธาน ฐานะวุฑฒ์ หมอศัลยกรรมตกแต่งที่อุทิศเวลามาศึกษาจิตตปัญญา และเล่าว่าจะทำงานกระบวนกลุ่มเพื่อชี้ทางให้บุคลากรสาธารณสุข ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ด้วยตนเอง ในหนังสือเล่มนี้พูดถึงคุณค่าของการเขียน การเริ่มต้นเขียน และการฝึกนิสัยการเขียน

ในหนังสือมีสำนวนที่เย้ายวน จนขนาดที่ว่าพอเริ่มต้นอ่านได้เพียงไม่กี่แผ่น ก็เกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียน ฉันจึงนำความรู้ตรงนี้ไปใช้ โดยให้พยาบาลที่เข้าอบรมนั่งให้สบาย  หลับตาเบาๆ และจดจ่อรับรู้ลมหายใจสักพัก แล้วฉันก็เริ่มนำภาวนา โดยขอให้จินตนาการว่านั่งอยู่ที่ริมลำธาร มีลมพัดเย็นสบาย จินตนาการต่อว่าสายลมพัดมาปะทะใบหน้า ที่แก้ม จากนั้นให้หย่อนเท้าลงในลำธาร ทำความรู้สึกกับเท้าทั้งสอง ว่าเย็นสบาย ความเย็นแผ่ซ่านไปที่ข้อเท้า ขา หน้าแข้ง สะโพก ช่องท้อง ลำตัว  ช่องอก ขึ้นมาที่ลำคอ  บ่าทั้งสอง ขึ้นมาที่ศรีษะ รอบดวงตา และให้ส่งความปรารถนาดีให้แก่อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ขอบคุณดวงตาที่ทำให้มองเห็นสรรพสิ่ง  ขอบคุณหัวใจ ที่ทำงานอย่างไม่มีการหยุดพัก ขอบคุณลำไส้ที่ทำงานหนักเช่นกัน ขอบคุณขาทั้งสอง และเท้า ที่พาเราเดินย่ำเหยียบไปทุกสถานที่  หลังจากนั้นให้จดจ่อกับลมหายใจอีกครั้ง และขอให้ใคร่ครวญว่า สองวันที่มาเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ได้ทำความดีอะไรบ้าง ฉันแนะว่าเป็นความดีเล็กๆก็ได้ ไม่ต้องเป็นความดีที่ยิ่งใหญ่  แล้วก็ให้ย้อนรำลึกลงไปในอดีตว่าความดีที่อยู่ในความทรงจำมีอะไรบ้าง ให้ใคร่ครวญเหตุการณ์ ผู้เกี่ยวข้อง และสภาพแวดล้อม ฉันให้ผู้เข้าอบรมแช่กับอารมณ์เหล่านี้พักใหญ่ จึงขอให้ลืมตาขึ้น แล้วฉันก็ขอให้เขาเขียนเลข1-25 และให้เขียนความดีที่อยู่ในความทรงจำของแต่ละคน ลงในหัวข้อนั้นๆ 25 หัวข้อ ไม่น่าเชื่อบางคนเขียนความดีของตนได้น้อยมาก แสดงว่าคนเรามองไม่เห็นความดีในตนเอง ความดีใกล้ตัว เช่นการทำอาหารจานอร่อยให้ครอบครัวรับประทาน การขับรถส่งลูกไปโรงเรียน การรินน้ำดื่มให้สามีเมื่อกลับถึงบ้าน ไม่มีใครเห็นว่าเป็นการทำดี แสดงว่าการให้ค่าความดีนั้นสูงส่งเกินเอื้อม จากนั้นได้ให้ทุกคนพับกระดาษเป็นจรวดและพุ่งออกไปข้างหน้า ตรงนี้เป็นมุขที่คุณหมอวิธานเคยสอน ฉันบอกผู้เข้าประชุมว่าหาก จรวดมาตกอยู่ที่ใคร ก็ให้คนนั้นหยิบมาอ่าน และให้แบ่งกระดาษด้านหลังเป็นสองส่วน เขียนความดีของผู้อ่านใส่ในกระดาษของเพื่อน เพื่อให้เห็นมุมมองความดีแบบอื่นๆ จากนั้นให้ขยำกระดาษแล้วโยนออกไปข้างหน้า กระดาษตกที่ใครก็ให้หยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้ง บรรยากาศสนุกสนาน เห็นรอยยิ้มและแววตาสนุกในวัยเด็กกลับมาอีกครั้ง สุดท้ายฉันชวนให้กลุ่มแบ่งปันถึงผลของการนึกถึงความดีแต่ละครั้งว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวตนข้างในบ้าง คำตอบที่ได้รับคือความสุข ความภาคภูมิใจ ฉันเห็นสีหน้าท่าทางของผู้เข้าประชุมมีความสุข พลอยให้มีความสุขตามไปด้วย และเกิดความภูมิใจที่สามารถบ่มเพาะจิตวิญญาณครูให้แก่ผู้เข้าประชุมได้ ทำให้ฉันมีความกล้าที่จะสอนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านในมากขึ้น