๓ เมษายน ๒๕๕๓ 

ตื่นเช้าวันนี้อากาศดูดีมีแดด แผนคือจะไปเที่ยวเมือง ฮาโกเน่ Hakone ซึ่งอยู่ใกล้เมือง ฟูจิซาว่า ที่เราพักอยู่ ความที่เห็นว่ามีแดดเลยชวนกันว่านั่งรถไฟไปเก็บภาพ ภูเขาไฟฟูจิที่เมือง ชิซูโอกะ กันก่อนสักนิดไหม เพราะเขาว่าวิวฟูจิจากเมืองนี้เห็นชัดมากๆ และอยากไปซื้อ ชา ที่เมืองนี้ซึ่งขึ้นชื่อมาก ชาส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นจะผลิตกันที่เมืองนี้ ในข้อมูลเขาบอกว่าที่ราบเชิงเขาดินดีปลูกชาได้ผลผลิตคุณภาพสูง 

 

Mount Fuji and tea fields

http://www.japan-guide.com/list/e1218.html

นี่คือข้อดีของการใช้ตั๋วรถไฟ JR Pass นั่งได้ไม่จำกัด อยากจะไปไหนๆก็ไม่ต้องกังวล

รอรถไฟเจอสาวหวานอมเปรี้ยวแสนน่ารัก

 

 

ไร่ชามีให้เห็นไปตามทางรถไฟ

 

เมืองชิซูโอกะอยู่ติดทะเล เขาว่าชายฝั่งงดงามมากจึงมีชื่อว่าเป็น ริเวียร่าของญี่ปุ่น และยังขึ้นชื่อด้านอาหารทะเลด้วย ผลิตภัณฑ์อีกชนิดที่ผู้เขียนเห็นว่าแปลกมหัศจรรย์ คือ กุ้งซากุระ (Sakura Shrimp) ที่สีชมพูอมแดง เป็นกุ้งตัวขนาดกุ้งที่เราเอามาทำกุ้งเต้น กุ้งฝอยชุบแป้งทอดเป็นแพๆ แต่กุ้งซากุระเป็นๆตัวจะดูใสมีสีชมพูจัด ดูมีสุขภาพดี เห็นในรูปที่ชาวประมงเขาตากกุ้ง ทีแรกนึกว่าทุ่งดอกไม้ กุ้งแห้งซากุระนี้พิเศษอย่างไรไม่ทราบแต่ราคาแพงมากจนได้แค่มอง กลับมาเคี้ยวกุ้งแห้งเมืองไทยดีกว่า

Mt. Fuji and Sakura Shrimp (from Fujikawa River)

http://mountfujiguide.com/photo/4plus/225

 

มาเยือนญี่ปุ่นครั้งที่แล้วเมื่อสองปี อุตส่าห์ไปถึงเมืองคาวากูจิโกะ (Kawaguchigo) จังหวัด ยามานาชิ (Yamanashi) และเดินทางขึ้นไป สถานีที่ห้า (5th Station) ของภูเขาไฟฟูจิ อากาศไม่ค่อยดีเห็นยอดฟูจิโผล่มาไม่กี่วินาที ครั้งนี้จึงอยากลองหาวิวอลังการที่เมืองชิซูโอกะ

 

ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาไฟที่รูปร่างสวยมาก เป็นทรงกรวยที่เกือบสมบูรณ์ แถมยังเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของญี่ปุ่น ความสูงคือ 3776 เมตร ขนาดก็ใหญ่โตตั้งเด่นเป็นสง่าระหว่างรอยต่อของจังหวัด(Prefecture) Yamanashi และ Shizuoka

 

คนญี่ปุ่นนับถือว่าภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์

 

เขาบอกว่าอย่างง่ายที่สุดและต้องโชคดีมากๆ คือเมื่อเดินทางโดยรถไฟออกจากโตเกียวมุ่งหน้าไปเกียวโต โอซาก้า จะเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิที่ดีที่สุดได้จากสถานี Shin-Fuji ทางด้านขวามือ หากอากาศดีจะเห็นชัดมากแค่ออกจากโตเกียวเพียง 40-45 นาทีเท่านั้น วันที่อากาศดีมากๆอยู่ในกรุงโตเกียว และโยโกฮามาจะเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเหมือนกัน

 

เราคงโชคดีครึ่งเดียว ก็เห็นภูเขาไฟฟูจิแค่ครึ่งเดียว เพราะยอดมีเมฆปกคลุม แต่ได้ความรู้สึกอลังการมากเพราะเห็นที่ราบเชิงเขากว้างขวางมีอาคารบ้านเรือนและพื้นที่ทำเกษตร ความอุดมสมบูรณ์ของที่ราบเชิงภูเขาไฟคงทำให้ผู้คนพากันมาทำมาหากิน 

 

ลงรถไฟที่สถานี ชิซูโอกะ ผิดหวังกับวิวที่เห็นจากรถไฟ เลยไปที่ Tourist Information Center TIC เดี๋ยวนี้ตามสถานีใหญ่ๆทุกแห่งจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีและมีหัวใจบริการมาก เขาบอกว่าหากอยากดูวิวภูเขาไฟฟูจิจากเมืองนี้ต้องไปอีกไกลจากสถานี เวลาเรามีไม่มาก

 

 

วันนี้แม้ไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิแต่ก็ไปโชคดีอีกอย่างที่มาที่ชิซูโอกะ คือ เขากำลังมีงานฉลอง เทศกาลชมดอกซากุระ หรือ ฮานามิ Hanami

ครอบครัวนินจาน่ารักสุดๆ แม่ลูกอีกคู่เป็นอาสาสมัครเก็บขยะ

ขำๆนักรบภาพขวาบนพูดโทรศัพท์มือถือ

ชาวเมืองแต่งชุดญี่ปุ่นหลากหลายแบบเตรียมเดินขบวนแห่ตอนเที่ยง เขาพากันเดินไปปราสาทของเมืองอันเป็นจุดเริ่มขบวนแห่ ซึ่งผู้คนไปชุมนุมนั่งปิคนิคชมซากุระบาน มีอาหารขายเป็นซุ้มๆ มากมายให้เลือก

เราพากันไปชม ไปชิม นั่งกินอาหารที่สนามเหมือนคนอื่นๆท่ามกลางสายลมที่พัดกลีบดอกซากุระปลิวว่อน รอชมขบวนแห่ เที่ยงแล้วยังไม่แห่เลย พวกเราเลยไม่รอเพราะต้องไป ฮาโกเน่ ดังที่ตั้งใจไว้ ขึ้นรถไฟออกจากชิซูโอกะย้อนกลับไปลงที่สถานี โอดะวาระ Odawara อันเป็นจุดเข้าสู่เมือง ฮาโกเน่

ตอนหน้าจะพาเข้าไปเที่ยวในฮาโกเน่กันนะคะ