เกษียณบุญส่ง บวรสวัสดิ์ : คนตัวเล็กผู้ร่วมสร้างชุมชนวิชาการอย่างเข้มแข็ง


บุญส่ง บวรสวัสดิ์ เป็นพนักงานคนงานคนหนึ่งของภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์แลมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่คณาจารย์และคนทำงาน รวมไปจนถึงผู้ที่ผ่านการศึกษาจากสาขาต่างๆของภาควิชาศึกษาศาสตร์ในระยะเกือบ ๓๐ ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก เชื่อว่าไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จักและไม่ประทับใจหลายอย่าง ทั้งที่ได้รับแก่ตนเองและที่ได้เรียนรู้จากวัตรปฏิบัติของแก คนตัวเล็กๆผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นมากกว่าพนักงานคนงานคนหนึ่งของภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

  คือความเป็นบุญส่ง บวรสวัสดิ์ 

ชีวิตการงานของแกนั้นทั้งน่ารำลึกถึง ควรแก่การคารวะ และเหมือนหนังสือชีวิตเล่มหนึ่งที่น่าอ่าน สนุก สะท้อนความเป็นสังคมไทยหลายมิติ ทั้งความเป็นชนบท โลกของคนไร้โอกาส การเรียนรู้และดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดในเมืองหลวง แรงยึดเหนี่ยวและเกื้อหนุนกันในระบบย่อยๆของสังคมไทย และอีกหลายแง่มุม ที่ทำให้เห็นวิถีดำเนินชีวิตในอีกแนวหนึ่งที่ได้ความงอกงามและมีคุณค่าอยู่ในตนเองอย่างน่าประทับใจ

ในวัยหนุ่มนั้น กฏหมายลูกผู้ชายบ้านทุ่งของแกช่างเด็ดขาดและแม่นยำ ซึ่งก็คือกฏการตัดสินด้วยหมัดและแข้ง ทว่า แกเคารพและยกย่องคนดี กตัญญูต่อผู้ให้โอกาสแก่ตนในทุกจังหวะชีวิต หากใครไม่ซื่อตรง เอาเปรียบ ก้าวร้าว แกจะอดทนให้ได้ระดับหนึ่งตราบเท่าที่ไม่ละเมิดด่าพ่อแม่และบุพการีแก เรื่องราวของแกตั้งแต่เกิดกระทั่งปัจจุบันจึงช่างโลดโผน คละเคล้าทั้งความบ้าบิ่น งดงาม น่าเศร้า มากด้วยบทเรียน คุณธรรมของชีวิต พลังชีวิตและความงอกงาม ความกตัญญูและให้ความเคารพนอบน้อมผู้คนอย่างวิถีลูกผู้ชาย

  ปูมชีวิตชาวสวนบ้านนอกจบชั้นประถม ๔ จากบ้านบางคณฑี สมุทรสงคราม 

แกเกิดเมื่อปี ๒๔๙๓ ที่บ้านบางคณฑี สมุทรสงคราม ครอบครัวและญาติพี่น้องทำนา ทำสวน และพายเรือขายผลผลิตจากสวน จากบางคณฑีไปขายที่ปากคลองตลาดข้างสะพานพุทธและตลาดสนามหลวง พ่อแม่มีกำลังส่งให้ศึกษาเล่าเรียนเพียงชั้นประถม ๔ ทว่า แกเป็นคนเรียนดี รักการเรียนรู้ และฟังดูแล้ว ผมอยากเรียกว่าแกมีพลังชีวิตในการเรียนรู้มาก

หลังจากจบประถมแล้วแกเลยทนอยู่ที่บ้านโดยไม่ได้เรียนหนังสือไม่ได้ วันหนึ่งที่ติดเรือของป้าที่พายบรรทุกเส้นยาสูบมาขายที่ปากคลองตลาด แกเลยขอไม่กลับไปกับป้า แล้วก็ใช้ชีวิตเป็นเด็กเร่ร่อนอยู่ที่เชิงสะพานพุทธ เล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยากับเพื่อนเด็กๆ รับจ้างทำงานพอมีสตางค์ซื้อข้าวกิน

  ลงทะเบียนมหาวิทยาลัยชีวิตด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย 

จุดเปลี่ยนในชีวิตและเรื่องราวอีกมากมายจึงเริ่มต้นขึ้น นับแต่เจ้าของร้านไก่ย่างธานีได้ไปเจอและเห็นหน่วยก้านเข้าที ก็เลยชักชวนไปเป็นเด็กบริการในร้าน ก่อให้เกิดประสบการณ์ต่อโลกกว้างและได้บทเรียนชีวิตอันเข้มข้นจริงจัง จากนั้น ก็ไปเป็นลูกเรือและลูกมือช่างของเรือประมง

ในช่วงที่ทำงานเป็นลูกเรือประมงนี้ แกทำอยู่จนเริ่มโตเข้าสู่วัยหนุ่มและแกเกือบสิ้นชีวิตสาบสูญไปกับทะเล เมื่อคืนหนึ่งด้วยความขยันและอยู่เฉยไม่ได้ แกก็ลุกไปทำงานที่ท้ายเรือ แกะอวนและเดินเก็บข้าวของ จังหวะหนึ่งแกก็เผลอถูกเชือกโยงบนเรือดีดขาจนเสียหลักกระเด็นตกทะเลด้านท้ายเรือในท่ามกลางความมืด ลมและคลื่นแรง แกว่ายลอยคอจนอ่อนแรงและไม่มีทางที่จะส่งเสียงขอความช่วยเหลือฝ่าเสียงคลื่นลมและเครื่องเรือให้คนที่อยู่บนเรือรู้ได้ แต่โชคดีที่ไต้ก๋งนึกเอะใจที่แกหายไปนานและคลับคล้ายคลับคราว่าตนเองจะได้ยินเหมือนมีเสียงสิ่งของมีน้ำหนักหล่นลงทะเล จึงให้คนเดินหาแกบนเรือ เมื่อไม่เห็นจึงแน่ใจว่าแกหล่นทะเล ไต้ก๋งจึงสั่งหันหัวเรือกลับ ช่วยกันค้นหาแกจนเจอและช่วยดึงขึ้นเรือกู้ชีวิตแกไว้ได้ แกรำลึกถึงไต้ก๋งและเพื่อนร่วมชีวิตในเรือเมื่อครั้งนั้นให้ผมได้ฟังอย่างซาบซึ้งใจ

จากนั้น เมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร ก็เกณฑ์ทหารไปเป็นพลทหารเรือและช่างเครื่องของทหารเรือ ออกมาก็ไปเดินขายของแถวสนามหลวง กระทั่งมาสมัครเป็นคนงานของมหาวิทยาลัยมหิดลเมื่ออายุ ๒๗ ปี ในขณะที่มีเมียและลูกอีก ๕ คน แม้จะเริ่มต้นด้วยเงินเดือนเพียง ๑,๒๕๕ บาทแกก็ทำ

  เบื้องหลังความสำเร็จและความงดงามของชีวิตคือบันไดอิฐที่ปั้นด้วยหยาดเหงื่อและความยากแค้น 

แกเล่าให้ผมฟังว่า ในระยะแรกๆนั้น แกต้องสู้ทำงานอย่างสุดชีวิต แต่ก็ไม่พอเลี้ยงตนเองและส่งเสียเมียและลูก เมื่อเลิกงานจึงต้องหาของไปขายต่ออีก บางคืนไม่มีแม้เงินกินข้าวและกลับบ้าน ต้องหลบนอนในมหาวิทยาลัย ปีนมะพร้าวและเก็บผักบุ้งมากิน จากความยากลำบากและต้องสู้ฟันฝ่าด้วยการทำงานทุกอย่าง อย่างเห็นคุณค่าอย่างยิ่ง จึงหล่อหลอมเป็นพื้นนิสัยความเป็นผู้ขยันและมีทักษะการทำงานทุกชนิดที่แกสามารถเริ่มเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง แกนำเอาพลังชีวิตและประสบการณ์ต่างๆที่เผชิญการแก้ปัญหามาด้วยตนเองเหล่านี้ มาทำการงานอย่างทุ่มเทอยู่ที่ภาควิชาศึกษาศาสตร์ กระทั่งถึงวัยเกษียณในปีนี้ด้วยความงดงามของชีวิตที่สร้างสามากับมือและลำแข้ง

  อีกมือหนึ่งที่ร่วมสร้างสังคมอย่างแข็งขัน 

ผมเรียกแกพี่บุญส่ง โดยตำแหน่งหน้าที่แล้วแกเป็นคนงาน ทว่า นอกจากการทำงานทุกอย่างในฐานะคนงานอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องแล้ว พี่บุญส่งแกก็ทำอีกหลายอย่างซึ่งเมื่อรวมกันแล้วก็น่าจะเป็นผลของการทำงานที่ต้องใช้คนทำสัก ๑๐ คน อีกทั้งต้องอาศัยความรู้ความสามารถอีกหลายด้าน ทั้งการเป็นพนักงานทำเอกสารสิ่งพิมพ์ คนเดินเอกสาร คนดูแลสถานที่ คนดูแลห้องประชุม รวมไปจนถึงเรียนรู้ที่จะเป็นคนดูแลวัสดุอุปกรณ์ห้องประชุม จัดและควบคุมห้องประชุม ห้องบรรยาย คนสวน จัดต้นไม้และไม้ดอกไม้ประดับ กระทั่งทำให้พื้นที่อาคารอันจำกัดกลับมีพื้นที่สีเขียวและดูร่มรื่นจนไม่รู้สึกถึงความแออัด

  น้ำใจต่อสังคมแห่งปัญญา จากบุญส่ง บวรสวัสดิ์ 

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เป็นความชื่นชมของผู้คนมาก โดยเฉพาะนักศึกษา คณาจารย์ และนักวิจัย ทั้งของภาควิชาศึกษาศาสตร์และคณะสังคมศาสตร์ฯก็คือ ความที่เป็นคนขาดโอกาสทางการศึกษานั้น หากพี่แกได้ช่วยนักศึกษาและการทำวิจัยของคณาจารย์ในการทำเล่มงานวิจัยและวิทยานิพนธ์แล้วละก็ พี่บุญส่งก็จะทำด้วยความรักและพิถีพิถันราวกับเป็นงานของตนเองไปด้วย เมื่อเสร็จแล้ว แกก็จะขอให้นักศึกษาและนักวิจัยทำเผื่อให้แกไปด้วย ๑ เล่ม แกรวบรวม อ่าน และจัดระบบรวบรวมของตนเอง กระทั่งสามารถให้บริการยืมคืนแก่นักศึกษาไปด้วย จนเหมือนกับเป็นห้องสมุดเล็กๆที่เป็นคลังความรู้จากทุกสาขาของภาควิชาศึกษาศาสตร์เลยทีเดียว ทำอย่างนี้มากว่า ๒๐ ปี 

ก่อนจะอำลาชีวิตราชการเนื่องจากครบอายุเกษียณ แกก็ยกห้องสมุดดังกล่าวให้แก่ภาควิชา พวกเราจึงเรียกเป็นเกียรติแก่พี่บุญส่งว่า ห้องสมุดบุญส่งสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยมอบรางวัลข้าราชการดีเด่น พร้อมกับได้รางวัลครุฑทองคำเป็นข้าราชการดีเด่นของกระทรวงศึกษาธิการด้วย จึงขอบันทึกความงดงามของชีวิตคนตัวเล็กๆของแก พี่บุญส่ง บวรสวัสดิ์ หลายท่านคงอยากเยี่ยมเยือน คารวะและรำลึกถึงแก

Boonsong2

พี่บุญส่ง บวรสวัสดิ์ ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการของคณาจารย์และบุคลากรทุกสาขาวิชาของภาควิชาศึกษาศาสตร์ ทุกคนนอกจากรัก นับถือ และชื่นชมพี่บุญส่งมากแล้ว หลายสิ่งที่เป็นความริเริ่มของพี่บุญส่งที่ทำขึ้นเพื่อภาควิชา คณะ และมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะเพื่อนักศึกษาและคณาจารย์ ให้ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานวิชาการและการใช้ชีวิตทางการศึกษาของนักศึกษา ทุกคนต่างร่วมดูแลและบำรุงรักษาไปด้วยเป็นอย่างดี

Educationdepartment

พี่บุญส่งทำให้อาคารสถานที่ของภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีความสะอาดและมีพื้นที่สีเขียว ร่มรื่น สบายตา

Workingboonsong

  ความแตกต่างด้วยคุณภาพและคุณธรรมต่อการงาน 

เมื่อมีกิจกรรมใดๆเกิดขึ้น หากพี่บุญส่งมีส่วนร่วมได้ก็จะเข้าไปทำอย่างกระตือรือร้น ทั้งการจัดห้องประชุม การอำนวยความสะดวกและดูแลวัสดุอุปกรณ์ห้องประชุม เรียนรู้และใช้ความรู้จากประสบการณ์ทำกิจกรรมต่างๆเหล่านี้อย่างดีที่สุด

จากภาพข้างบนนี้ จะเห็นพี่บุญส่งยืนอยู่หลังเสาและกำลังติดตั้งเครื่องบันทึกเสียงเพื่อบันทึกการประชุมให้กับผู้จัดและผู้เข้าร่วมประชุม แกดัดแปลงขาตั้งไมโครโฟนให้เป็นที่แขวนเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กเพื่อลดระยะห่างจากลำโพง ซึ่งในทางเทคนิค Audio-visual aids นั้น ย่อมทราบกันดีว่านี่เป็นวิธีลดเสียงรบกวนหรือ Noises จากบรรยากาศรอบข้างและเพิ่มสัญญาณเสียงให้ได้แรงสั่นสะเทือนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้คุณภาพเสียงที่บันทึกแจ่มชัด นำไปทำเอกสารและสื่อการประชุมต่อไปได้ดีขึ้น นับว่าเป็นความพิถีพิถันต่อการทำงานเชิงคุณภาพ

พี่บุญส่งจะมีวิถีการทำงานและการดำเนินชีวิตอย่างนี้อยู่เสมอ กล่าวคือ จะให้ความใส่ใจและมุ่งทำซึ่งให้ผลอย่างแตกต่างกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ทว่า ไม่ได้ต้องการให้ตนเองได้ชื่อว่าดีกว่าผู้อื่น หากแต่ต้องการใช้ความรู้ ประสบการณ์ชีวิต ความสนุก ความสุข รวมทั้งการเพิ่มพูนประสบการณ์และได้ความงอกงามของชีวิตจากการทำงาน วิธีคิดและวิถีปฏิบัติของพี่แกจึงทำให้เกิดคุณภาพของงานที่แตกต่างจากทั่วไปอยู่เสมอ

แกสื่อสารและเล่าเรื่องราวต่างๆได้ดีมากอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของการสื่อสารและในแง่พลังของความซื่อตรงจากสิ่งที่แกพูดคุยอย่างชาวบ้าน-ชาวบ้าน ผมจึงชอบขอให้แกนั่งคุยเรื่องราวในชีวิตให้ฟัง รวมทั้งทุกอย่างที่แกพยายามเขียนผมก็ชอบอ่านและอยากให้แกยิ่งได้พัฒนาการเขียนการอ่าน เพื่อให้เป็นวิธีอยู่กับชีวิตในบั้นปลายด้วยความสุขอย่างเรียบง่ายที่สุด

แกบอกว่า ตอนนี้หมดภาระการเลี้ยงลูกและหมดภาระอื่นๆแล้ว ดังนั้น ชีวิตหลังจากเกษียณนี้แกจึงอยากเรียนหนังสือต่ออีก หัวหน้าภาควิชา คณาจารย์และเพื่อนร่วมงานของแก ทราบว่าแกไม่มีทีวีดู จึงร่วมกันซื้อมอบให้แกเครื่องหนึ่ง แกดีใจและภูมิใจมาก แกรักสิ่งที่ส่งเสริมการศึกษาและการได้เรียนรู้พัฒนาตนเองไปตลอดชีวิต สมกับเป็นคนทำงานในภาควิชาศึกษาศาสตร์ของเราจริงๆ.

หมายเลขบันทึก: 395247เขียนเมื่อ 17 กันยายน 2010 17:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:32 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (28)

แวะมาร่วมลำรึกถึงบุคคลตัวเล็กๆ แต่จิตใจใหญ่ คนดีมีน้ำใจด้วยคน

ขอร่วมมุฑิตาจิต กับคุณลุงบุญส่ง บวรสวัสดิ์ มาในบันทึกนี้

ผมมีโอกาสได้ร่วมบุญกับ ลุงบุญส่งในช่วงที่ลุงทำงานที่คณะฯ

ประทับใจในความกระตือรือร้น เเละอัธยาศัยที่ดีของลุงมากครับ

กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแลครับ

  • การน้อมรำลึกและคารวะความดีของบุคคล เป็นคารวะธรรมที่น่าคารวะต่อผู้ปฏิบัติเช่นกันนะครับ
  • ตอนนี้ ตรงรูปที่ขึ้นกับ IP address ของเครื่องที่พระคุณเจ้าใช้อยู่นั้น แสดงรูปและข้อมูลว่าเป็นของผู้อื่นที่เครื่องของผมในทุกรายการที่เป็นของพระคุณเจ้า และพระอธิการโชคชัย  ในส่วนที่ไม่ได้ล็อคอินเข้าระบบ ทั้งหมดที่ได้ร่วมเขียนและบันทึกกันไว้ รวมทั้งท่านอื่นๆที่ระบุไม่แสดงตน ผมลองถามคนอื่นที่พอถามได้ก็พบว่าเป็นเหมือนกัน
  • ผมยังไม่ได้ติดต่อขอทราบข้อมูลอีกทางหนึ่งบ้างจากท่านที่ปรากฏข้อมูลขึ้นมาแทนที่พระคุณเจ้า ว่าเป็นความผิดพลาดที่ระบบ หรือว่าเป็นการลงทะเบียนร่วมเขียน หรือว่าเป็นความจงใจอย่างอื่น
  • ในส่วนของท่านพระอธิการโชคชัยนั้น ผมเห็นท่านลงทะเบียนการเข้าระบบไว้แล้ว ดังนั้น หากเป็นการเขียนแสดงชื่อผู้เขียน แต่ไม่ลงทะเบียน ก็เป็นไปได้เป็นท่านและไม่ใช่ท่าน ทั้งเนื่องจากท่านลืมวิธีเข้าระบบ หรือไม่ใช่ตัวท่านเองที่เขียน
  • ดังนั้น หากบางส่วนมีการลบออกไปก็ต้องนมัสการกราบเรียนและกราบอภัยไว้ก่อนนะครับ แต่ที่เวทีคนหนองบัวนั้น ผมอยากเปิดให้เป็นเวทีได้เรียนรู้และพัฒนาโอกาสต่างๆของตนเองของคนหนองบัว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราช่วยกันคนละไม้ละมือได้ ก็จะยืดหยุ่นให้มากที่สุดครับ
  • แต่ถ้าหากท่านใดคุ้นเคยและมั่นใจในตนเองดีมากแล้ว ก็ขอให้ลงทะเบียนการเข้าระบบนะครับ
  • สวัสดีครับคุณเอก จตุพร
  • เขียนอีก เขียนอีก รวมทั้งท่านอื่นๆนะครับ
  • ผมขออาสาที่จะไปเปิดให้แกอ่านหรือพิมพ์ออกมา นำไปมอบให้แก แกจะยังอยู่จนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้นะครับ
  • ใครอยากขียนมอบสิ่งดีๆสำหรับช่วงหนึ่งของชีวิตแก่กัน ไม่ว่าจะเป็นคนกันเองหรือคนทั่วไป ก็เชิญเลยนะครับ
  • รวมทั้งพระคุณเจ้าพระอาจารย์มหาแลด้วยครับ ให้หลักชีวิตและข้อคิดในห้วงเวลาอย่างนี้ แม้นจะเล็กน้อยแต่ก็มีคุณค่าและมีความหมายที่สุดเลยนะครับ

เจริญพรอาจารย์วิรัตน์

  • คงจริงดังที่อาจารย์กล่าวนั่นแหละ มีบางบทความบางเรื่อง ที่ท่านอธิการโชคชัย ท่านให้อาตมาช่วยตรวจแล้วส่งให้ โดยใช้เครื่องคอมฯของอาตมาส่งแทน
  • เคยมีบางครั้งที่อินเตอร์ที่วัดใช้ไม่ได้ อาตมาก็ไปใช้เน็ตวัดอื่นที่รู้จักกันแทนก็มี
  • หลังจากนั้น อาตมาก็แนะนำท่านอธิการโชคชัยให้สมัครเป็นสมาชิก ด้วยว่าท่านสนใจจะทำวิจัยที่เวทีคนหนองบัว เห็นว่าจะสะดวกในการติดต่อกับอาจารย์ แล้วตอนนี้ท่านก็เป็นสมาชิกแล้ว
  • ขอบคุณที่อาจารย์กรุณาแจ้งให้ทราบ

 

  • เพิ่มเติมให้อาจารย์ทราบอีกเล็กน้อย เท่าที่จำได้นะอาจารย์กว่าหนึ่งปีมานี้ อาตมาใช้คอมฯท่านอื่นส่งบทความ ไม่น่าจะถึงห้าครั้ง ที่อาจารย์บอกว่าทุกรายการของอาตมาเป็นเครื่องของคนอื่นหมดเลย อันนี้ไม่ทราบสาเหตุจริงๆ
  • อีกอย่างอาตมาก็ไม่ได้ร่วมเขียนกับท่านใดๆเลย
  • แต่สักอาทิตย์กว่าๆมานี้เองที่อาตมาใช้คอมฯเครื่องใหม่ส่งบทความ
    เจริญพร

กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแลครับ

  • อย่างตอนนี้และตั้งแต่เมื่อวานนี้นะครับ ทุก dialogue box ที่ไม่ได้เข้าผ่านการลงทะเบียน ซึ่งรวมทั้งของพระคุณเจ้าด้วยนี้ กลายเป็นรูปและชื่อของคนอื่นหมดเลยละครับ
  • แต่ไม่ต้องตกใจครับ เพราะสามารถคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดได้อีกด้วย แสดงว่าไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่นให้ต้องกังวลใจครับ
  • ผมกำลังขอให้คนที่เขารู้จักลองถามหาความรู้ดูว่ามันเป็นอย่างที่เห็นได้อย่างไร ทำไมไม่เป็นคนอื่น และทำไมเป็นคนเดียวกันทั้งหมด

เจริญพรอาจารย์วิรัตน์

  • ยอมรับว่าเมื่อวาน(๑๘ กันยายน ๒๕๕๓)เจอโจทย์คำถามของอาจารย์ที่ตั้งคำถามมาถึงอาตมาโดยตรงนั้น ถ้าเป็นระเบิดนะ ระเบิดลูกนี้ลูกใหญมากๆ ในความรู้สึกถือว่าเป็นคำถามที่แรงทีเดียว
  • เป็นคำถามในความรับผิดชอบทางสังคม ทางจริยธรรม ทำให้สะดุ้งไปเฮือกใหญ่ๆ สะดุ้งถึงกับได้ติดต่อท่านอธิการโชคชัย ขอร้องท่านให้ช่วยตอบข้อข้องใจ ข้อสงสัยของอาจารย์วิรัตน์ให้ด้วย
  • ความผิดปกติของระบบ ทำให้เกิดคำถาจากอาจารย์ในทำนองว่าพระมหาแล มีอะไรแอบแฝงในการเขียนหรือเปล่า ให้คนอื่นเขียนแล้วใช้ชื่อพระมหาแลแทนหรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น(ใจจริงก็อยากจะให้มีนั่นแหละ คือมีทีมร่วมคิด ร่วมเขียน ร่วมบันทึก แต่ก็ไม่มีแม้แต่รายเดียว)
  • ข้อมูลที่ได้มาจากบุคคล จากสื่อ เว็บไซต์ บทความ เรื่องสั้น จากญาติๆ จากโยมพ่อ และท่านอื่นๆ ทุกประเด็นที่ได้มา ที่มีตัวตนจริง ก็อ้างถึงให้รายละเอียดครบถ้วนทุกครั้ง ทั้งนามจริง นามแฝง นามปากกา
  • ถ้าอาจารย์ไม่แจ้งให้ทราบในวันนี้ คิดว่าจะเขียนเป็นจดหมายน้อยชี้แจงส่งไปถึงอาจารย์
  • อีกส่วนหนึ่ง ขอพูดให้ฟังดูสวยๆ ด้วยสำนวนที่ว่า ผู้ร่วมอุดมการณ์ คืออาตมาแสวงหาเหลือเกิน อยากได้ อยากเห็น ผู้ร่วมอุดมการณ์ชาวหนองบัว มาช่วยคิด ช่วยเขียน สร้างความรู้ท้องถิ่นในหนองบัวอย่างที่สุด แต่จนป่านนี้ก็ยังต้องร้องเพลงรอ รอ รอ ไปก่อน
  • ขออ้างถึงสองท่านคือคุณฉิก และอาจารย์สมบัติ สองท่านนี้ได้เชิญชวนคนที่ท่านรู้จักหลายท่านหลายครั้ง ขออภัยที่จะใช้คำพูดแบบลูกทุ่งหน่อยว่า ไปจูงมือให้มาช่วยเขียนกันเลย
  • ส่วนอาตมาก็มีทั้งไปจูงมือถือแขนด้วย ชวนด้วยวาจาบ้าง ส่งจดหมายไปเชิญชวนคนที่รู้จักทั้งพระและฆราวาส แจกเอกสารข้อมูลความรู้ชุมชนหนองบัวให้ไปอ่าน แล้วก็ชวนทุกท่าน ท่านใดพร้อม สะดวกเมื่อใด ก็ให้มาช่วยกันสร้างความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างสรรค์สิ่งดีงามของชุมชนให้ออกมาสู่สาธารณะชนมากขึ้นๆ แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงนั้นก็ยังต้องรอ....
  • อาตมาจะมีความสุขมาก ถ้าจะมีคนหนองบัวมาร่วมคิด ร่วมเขียน ร่วมบันทึกความรู้ชุมชนหนองบัวให้มากกว่านี้
  • ตอนนี้ได้คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มา ๑ เครื่อง จะยกไปให้หลานสาวที่หนองบัวใช้ ช่วยพิมพ์เก็บข้อมูลความรู้หลายๆเรื่อง เท่าที่จะมีเวลาทำได้ จากพ่อแม่พี่น้อง คนเฒ่า คนแก่ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อเฒ่า แม่เฒ่า พ่อใหญ่ แม่ใหญ่
  • อาตมาถือว่าเป็นความรอบคอบของอาจารย์ที่ได้ตั้งข้อสังเกตกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เลยได้ทราบข้อเท็จจริง เมื่อได้ทราบความจริงเช่นนี้แล้วก็เลยโล่งใจ สบายใจ
    ขออนุโมทนาขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง
    ขอเจริญพร

 

กราบนมัสการ พระอาจารย์มหาแลที่เคารพครับ

  • ผมต้องกราบอภัยอย่างยิ่งครับที่ทำให้พระคุณเจ้าต้องสะดุ้งเฮือกๆเหมือนเห็นระเบิดลูกใหญ่ๆลง ซึ่งผมเห็นความเปรียบเทียบแล้วก็นึกขำในใจ แล้วก็ตามด้วยตกใจเหมือนกันที่ทำให้พระคุณเจ้าพลอยไม่สบายใจไปอีกทางหนึ่งที่ผมก็ลืมคิด คงจะรวมไปถึงท่านพระอธิการโชคชัยด้วยละครับ
  • อันที่จริงผมไม่ได้คิดว่าพระคุณเจ้าจะมีอะไรแอบแฝงหรอกครับ ไม่ได้คิดกังวลไปทางนั้นเลย แต่โดยปรกติแล้ว คนอื่นๆที่เขียนแสดงเพียง IP address และระบุไม่แสดงตน หรือใช้นามแฝงอย่างหนึ่งอย่างใดนั้น นอกเหนือจากพระคุณเจ้าและการเขียนในเวทีหนองบัวแล้ว ผมเองนั้นก็มักจะลบออกครับ
  • โดยเฉพาะหากเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือการกล่าวถึงบุคคล สถานที่ หน่วยงาน ซึ่งถ้าหากมีผู้อื่นต้องการติดต่อกลับ ก็จะทำให้ติดต่อกลับไม่ได้ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องต่างๆกังวลใจ
  • หลายครั้งที่ลบออกก็ให้นึกเสียดาย แต่ก็จำใจต้องลบไปครับ ท่านที่โดนลบออกจำเพาะในส่วนของผมแล้วละก็อย่าเสียกำลังใจนะครับ แต่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นก็เนื่องจากผมและทุกท่านที่ร่วมกันเขียนในนี้นั้น ต้องถือว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นแรกๆ เราต้องสร้างแนวให้คนที่มาทีหลังได้เดินอย่างสะดวกใจ อย่างกรณีผมเองนั้น ทำยิ่งกว่านี้อีกครับ เช่น ผมไม่เพียงเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับตนเองมากมายเท่านั้น ข้อมูลบุคคลของตนเองผมก็นำมาวางไว้ให้เข้าถึงได้อย่างเต็มที่ ดูว่าเยอะแยะเหมือนอย่างอวดแสดงตน ทว่า ไม่ใช่หรอกครับ เพราะตัวสารที่ต้องการจะสื่อมีเพียงสั้นๆเพียงว่า ที่อย่างนี้ต้องปลอดภัยและคนที่ก้าวเข้ามาใหม่ต้องวางใจได้ หาไม่แล้วสังคมก็จะนำเอาระบบเทคโนโลยีอย่างนี้ไปใช้ในโลกความเป็นจริงของคนส่วนใหญ่ไม่ได้อีกหลายอย่างครับ วิถีความรู้และเจ้าเทคโนโลยีอย่างนี้มันน่ากลัวเกรงต่อชาวบ้านทั่วไปตรงที่มีความห่างไกลจากวิถีชีวิตผู้คนน่ะครับ คนที่สามารถเข้ามาใช้ได้นับว่าเป็นคนส่วนน้อย เช่นนั้นแล้วก็จะไปกำบังตนเองด้วยวิธีการต่างๆขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งทำไม เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นเรื่อยๆของสังคมและชุมชนแล้วละก็ คนที่เดินนำหน้าก่อนก็ต้องยอมบาดเจ็บ หวั่นใจ ยอมเผชิญความอ้างว้างและต้องพึ่งตนเองเป็นหลัก ซึ่งหลายเรื่องที่กล่าวมานี้ผมก็ต้องทำและเรียนรู้ไปด้วยเหมือนกันครับ ทบทวนและพิจารณาไปด้วยอยู่เสมอครับ คิดอยู่อย่างเดียวครับว่า ต้องช่วยกันทำให้คนที่ทำทีหลังมีกำลังทำได้ดีกว่า หรือคนที่มีโอกาสน้อยกว่า ต้องเผชิญอุปสรรคและสิ่งกีดขวางน้อยกว่า
  • นี่คุยในฐานะผู้ใช้เพียงเท่านั้นหรอกนะครับ เป็นการเห็นความสำคัญของผู้ใช้และก็ต้องพัฒนาการเรียนรู้เพื่อทำหน้าที่ในสารบบนี้ไปด้วย ผู้ที่เขาทำให้ใช้และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆต้องมีภาระและต้องคิดมากกว่านี้อีกเยอะครับ เห็นความสำคัญในส่วนที่ก็ต้องมีส่วนร่วมเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆเสริมกันไปเท่านั้นน่ะครับ
  • อาจมียืดหยุ่นบ้างเหมือนกันครับ ทั้งความไม่สามารถดูได้ทั่วตลอดเวลา และด้วยความที่เห็นว่า การที่จะส่งเสริมคนเขียน อ่าน สร้างความรู้ ใช้ความรู้และใช้ระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเรียนรู้อย่างนี้ให้เป็นประโยชน์ ตลอดทั้งใช้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสื่อสารกับสาธารณะ ซึ่งจะทำให้บุคคลที่มีศักยภาพแต่ขาดกำลังสนับสนุนทางอื่น มีเพียงกำลังความคิด ความรู้ความสามารถ และความมีน้ำใจสร้างสรรค์สิ่งดีต่อสาธารณะ มีหนทางมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมของตนเองด้วยความสำนึกของพลเมืองอย่างเต็มที่ได้ เหล่านี้ ก็ยากมากอยู่แล้ว ก็อย่างที่พระคุณเจ้าสะท้อนบทเรียนตนเองนั่นเลยละครับ จะไปสร้างเงื่อนไขให้ผู้คนเข้าถึงและริเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆให้ผสมผสานกับวิถีชีวิตในสังคมที่เป็นจริงได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน ไปทำไม ก็เลยร่วมใช้วิจารณญาณไปตามความเหมาะสม เสมือนร่วมกันรับผิดชอบความเป็นส่วนรวมด้วยตัวเราเองแต่ละคนเหมือนกันครับ
  • โดยเฉพาะคนหนองบัวและพระคุณเจ้านั้น ผมเห็นความสำคัญมากๆไปด้วยที่จะให้ได้ใช้เป็นเวทีสร้างบทเรียน ทำเพื่อได้บทเรียนสำหรับเรียนรู้การเลือกสรรสิ่งต่างๆให้ผสมผสมผสานกับวิถีสังคมได้อย่างเหมาะสม ทั้งเพื่อแนะนำแบ่งปันกับคนหนองบัวและแก่สังคมทั่วไปต่อไป ก็เลยเห็นความสำคัญที่จะร่วมดูแลด้วยตนเอง ผมพิจารณาไปบนความเป็นเวทีคนหนองบัว แต่ไม่ใช่เพื่อชุมชนหนองบัวของเราอย่างเดียว ทว่า หมายถึงความเป็นชุมชนในชนบททั่วๆไปแห่งหนึ่ง ที่เราควรได้หาโอกาสเชื่อมโยงและเสริมกำลังกันในทางสร้างสรรค์สิ่งดี บังเอิญที่เป็นการริเริ่มในแหล่งที่เป็นถิ่นฐานบ้านเกิด ถึงได้เป็นชุมชนหนองบัว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเวทีที่จำกัดความสนใจต่อท้องถิ่นอื่นๆ รวมทั้งต่อโลกกว้างใหญ่
  • ที่ต้องเรียนให้ทราบทันทีก็เนื่องจากว่า พอพบอาการดังกล่าวนี้ ก็ทำให้ผมไม่สามารถทราบได้ว่า ตรงข้อความใน dialogue box ที่มีเพียง IP address ของเครื่องที่ใช้ รองรับ อย่างที่ในเวทีหนองบัวของเรามีอยู่นั้น เข้าไปรวนระบบของคนอื่นเขา หรือข้อมูลของคนอื่นสามารถเข้ามารวนระบบการเขียนที่แสดงข้อมูล IP address ได้น่ะสิครับ อีกทั้งประเดี๋ยวก็กลับไปเป็นอย่างเดิม กลับไป-กลับมา พอดีช่วงที่ผ่านมานี้ผมต้องไปต่างประเทศ รวมทั้งไปต่างจังหวัดเป็นระยะๆ อาจขาดหายและไม่ทราบความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ตลอดเวลา เลยรีบนมัสการกราบเรียนให้ทราบไว้ก่อนครับ
  • แต่ดูแล้วคนอื่นๆก็เป็นครับ คุณฉิกเขาน่าจะมีความรู้นะครับว่าเป็นอะไร แต่ตอนนี้คงจะมีภารกิจที่ต้องใส่ใจมากมาย โดยเฉพาะสุขภาพของคุณแม่

กราบนมัสการด้วยความเคารพครับ
คงคลายความตกกะดุ้งแล้วนะครับ

กราบนมัสการ พระอาจารย์มหาแล และสวัสดีอาจารย์วิรัตน์คะ

  • แวะมาบอกถึงข้อผิดพลาดของโปรแกรมใน gotoknow ในการแสดงความคิดเห็นในช่วงนี้คะ คิดว่าคงไม่ได้เป็นที่บันทึกของอาจารย์ ดร.วิรัตน์ เท่านั้นหรอกคะ ที่บันทึกก็เป็นเหมือนกันคะ ดังภาพค่ะ ...
  • ๑) เมื่อคลิ๊กไปที่หน้าของ ศูนย์รวมข้อมูล ก็จะแสดงผลว่าใครเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือเจ้าของบันทึกไปแสดงความคิดเห็นที่บันทึกของใคร
  • ๒) ปกติ ถ้าท่านใดเข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้วไม่ได้ log in จะแสดงชื่อว่า ไม่แสดงตน ก่อน IP address ของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ คะ ..
  • ๓) จากภาพจะเห็นได้ว่า วันและเวลา ที่มีการแสดงความคิดเห็นของพระอาจารย์มหาแล นั้นตรงกับภาพแรกของ คุณกรกฏ เชาวะวณิช จาก สคส. คะ ..
  • ๔) เมื่อคลิ๊กไปตรงความเห็น จะลิงค์ไปที่ dialoque box ของพระอาจารย์มหาแล คะ ..
  • ๕) แต่เมื่อคลิ๊กไปที่ข้อมูลของคุณกรกฏ ก็ไม่แสดงว่าได้ไปแสดงความคิดเห็นให้ใครคะ ..
  • คงเป็นการ error ของโปรแกรมคะ สักพักคุณมะปรางเปรี้ยวและคณะทำงานคงแก้ไขได้เรียบร้อยดีคะ ..        

               

              

 

ขอเปลี่ยนโหมด คุยถึงลุงบุญส่ง หน่อยนะค่ะ =)

  • กิจวัตรประจำวันที่เห็นจากแกเสมอๆ คือ รอยยิ้มน้อยๆ แต่จริงใจของแกคะ ..
    อีกอย่างคือการเฝ้าทะนุถนอมดูแลกล้วยไม้หน้าภาควิชาศึกษาศาสตร์อย่างดี เขียวครึ๊ม ให้ความรู้สึกสดชื่นแก่ผู้ผ่านไปผ่านมา ดีจังคะ ..
  • บุคลิกของแกมี Service Mind มากๆ คะ .. ทั้งเห็นเองและได้รับฟังผ่านอาจารย์แล้ว แกน่าจะเป็นบุคคล One Stop Servince .. ชอบดูแลผู้อื่น ถึงทำไม่เป็นแต่ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำให้ได้ก่อนจะผ่านให้คนอื่นทำต่อไป ..
  • ศึกษาศาสตร์ขาดแกไป อาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ของคณะฯ คงจะคิดถึงแกมากๆ ก็แกเป็น คนดีศรีศึกษาศาสตร์ ซะขนาดนี้ ..
  • เด็กน้อยเกินกว่าจะอวยพรให้ผู้ใหญ่แต่ก็อยากจะขอให้ลุงบุญส่งมีสุขภาพกายและใจที่ดีตลอดไปนะคะ ..

สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์ครับ

  • ยิ่งเห็นภาพและเข้าใจได้ดีขึ้นเลยละครับ 
  • ในส่วนของคนที่แสดงแต่ IP address  ก็จะถูกแทนที่ด้วยข้อมูลคนอื่น
  • ในขณะข้อมูลของคนที่เข้ามาแทนที่นั้น เขาก็ไม่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยอย่างที่ระบบแสดง เป็นอย่างนี้แหละครับ
  • ขอบคุณอาจารย์ณัฐพัชร์อย่างมากครับ
  • ผมจะพยายามนำที่อาจารย์ณัฐพัชร์เขียนให้แก รวมทั้งของท่านพระอาจารย์มหาแลและคุณจตุพร ไปทำเป็นเล่มมอบให้แกในวันที่ภาควิชาจัดเลี้ยงอำลาและขอบคุณแกด้วยนะครับ
  • แกบริการผู้อื่น ทำให้คนอื่นได้ความสะดวก ประสบความสำเร็จ และได้ความประทับใจมาตลอดชีวิต แต่ไม่เคยมีหนังสือที่เขียนเรื่องของแกให้คนอื่นและแกเองได้อ่านหรอกครับ น้ำใจเล็กๆน้อยๆอย่างนี้จึงเชื่อว่าจะเป็นสิ่งชื่นชูใจ ให้รู้ว่าความดีงามและชีวิตการงานที่ผ่านมาของแกนั้น ยิ่งใหญ่ในความจดจำของคนรอบข้างที่แกมีน้ำใจให้ตลอดมา น่ะครับ
    • ได้อ่านเรื่องราวการทำงานและการดำเนินชีวิตของคุณโยมบุญส่งแล้ว น่าประทับใจ ทำให้นึกถึงบุคคลท่านหนึ่งคือไวยาวัจกรณ์วัดศรีโสภณคนปัจจุบัน
    • ก่อนท่านจะมาเป็นไวยาวัจกรณ์วัด-มรรคนายกวัด ท่านทำงานที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกที่อยู่ใกล้ๆวัดนี่แหละ เป็นคนงานทำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับเกษตร และที่ชำนาญมากๆคือเป็นช่างไม้
    • ท่านเกษียณมาสี่ห้าปีแล้ว เมื่อเกษียณแล้วก็มาเป็นไวยาวัจกรณ์วัด สี่ห้าปีหลังเกษียณมานี้ดูจะมีงานมากยิ่งกว่าตอนทำงานอีก เพราะงานส่วนรวมมีมากทั้งชุมชน โรงเรียน วัด โดยเฉพาะวัดนั้นท่านมาช่วยงานอย่างเต็มตัว มาวัดเกือบจะทุกวัน
    • ด้วยเป็นคนมีจิตใจดี ชอบช่วยเหลืองานส่วนรวม เมื่อสองปีที่แล้วท่านเป็นประธานเป็นผู้นำ พร้อมญาติพี่น้องคนในหมู่บ้าน มีศรัทธาเป็นเจ้าภาพทอกกฐินที่วัดศรีโสภณได้ปัจจัยเข้าวัดหลายแสนบาท
    • วิถีชีวิตของท่านคล้ายกับคุณโยมบุญส่งเลยคือเป็นผู้มีจิตอาสาสูง ใจดี ชอบช่วยเหลือสังคมส่วนรวม เป็นที่รักแก่ชาวบ้านชาววัดโดยทั่วไป แม้จะอายุเกือกเจ็ดสิบปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงสุขภาพดี ช่วยซ่อมเครื่องใช้ไม้สอยให้วัดและโรงเรียนเป็นประจำ ทำโต๊ะ เตียง ตู้ เกาอี้
    • โยมบุญส่งก็เช่นเดียวกัน สัมผัสได้ถึงความเป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือส่วนรวม เป็นที่รักแก่ผู้ร่วมงานครูบาอาจารย์ นักศึกษา
    • ขอให้คุณงามความดีทั้งหลายที่คุณโยมบุญส่งทำมา จงเป็นพลังช่วยหนุนนำชีวิตให้ประสบความสุขตลอดไป

    กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแลและทุกท่านครับ

    • บังเอิญวันนี้พี่บุญส่งแกแวะมานั่งคุยกับผม ผมเลยเปิดบันทึกเรื่องของแกนี้ให้แกดูและบอกวิธีกลับไปบอกให้ลูกๆแกใช้คุณครูกุ๊กกู๋-กูเกิล ค้นหาด้วยชื่อของแก
    • เมื่อเปิดให้ดูแล้วก็นั่งอ่านให้แกได้ฟังทั้งหมดนี้แล้วด้วยครับ แกยืนฟัง และขอบคุณด้วยเสียงสั่นเครือ (ไม่กล้าบอกว่าแกน้ำตาคลอ แต่น้ำตาอย่างนี้ คงเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตัน มีความสุข มีกำลังขวัญชีวิต)
    • ขออนุโมทนากับการให้อันเล็กๆน้อยแต่ช่างงดงาม ของทุกท่านนะครับ

    เป็นนายไปรษณีย์ส่งความรักและความปราถนาดีจากทุกท่าน
    แก่บุญส่ง บวรสวัสดิ์

                              

    ผมได้นำเอาเนื้อหาในนี้ที่ผมและทุกท่านเขียน ไปทำเป็นเอกสารแจกในภาควิชาฯและมอบเป็นของที่ระลึกแก่พี่บุญส่ง บวรสวัสดิ์แล้วนะครับ ทำหน้าปกเป็นรูปการ์ตูนให้อีกด้วย

    สวัสดีคะอาจารย์วิรัตน์ (นายไปรษณีย์)

    • ขอบคุณสำหรับนายไปรษณีย์คนนี้ที่นำความปราถนาดีของชาว G2K ไปถึงลุงบุญส่งคะ ..
    • Have a Happy Day นะค่ะ =)

    อ่านจบแล้ว ครับ

    อิ่มเอม ยิ่งกว่าดูละครทางทีวี  อิ่มใจยิ่งกว่าดูการถ่ายทอดสดรายการกีฬา

    ...

    ขอชื่นชม ความงดงามของชีวิตคนตัวเล็กๆอย่าง คุณพี่บุญส่ง บวรสวัสดิ์ ด้วยคนนะครับ

    คิดถึงอาจารย์วิรัตน์ นะครับ

     

     

    ชีวิตนั้นเป็นการเรียนรู้จริงๆเลยนะครับ เรื่องราวของคนจึงน่าอ่านเสมอ กี่คนๆก็เป็นหนังสือชีวิตที่น่าอ่าน ไม่เหมือนกันเลย

       การจัดงานเกษียณให้กับบุญส่ง บวรสวัสดิ์   

    น้องๆและผู้ที่เคยได้รับการเอาใจใส่ดูแลได้น้อมคารวะและแสดงกตเวทิตา
    ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และผู้เคารพนับถือ
    ได้ร่วมกันยินดีต่อการบรรลุอีกจุดหมายหนึ่งของชีวิต
    สะท้อนความชื่นชมยกย่อง พร้อมร่วมเป็นกำลังใจ
    อบอุ่น เรียบง่าย งดงาม อวลด้วย

                             

                              ผู้บังคับบัญชา น้องๆ และเพื่อนร่วมงาน จากสำนักงานเลขานุการคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

                              

                             

                              รองศาสตราจารย์ ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อย หัวหน้าภาควิชา (ด้านหน้าซ้าย เสื้อสีฟ้าอ่อน) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริสรา เล็กสรรเสริญ รองหัวหน้าภาควิชา (สุภาพสตรีด้านหลัง ผมยาว เห็นใบหน้าเต็มด้านขวา) และคณาจารย์จากทุกสาขาของภาควิชาศึกษาศาสตร์ ร่วมแสดงกตเวทิตาและอำลา ด้วยความอาลัยรักและซาบซึ้งใจในความร่วมทุกข์สุขจากการทำงานมาด้วยกัน

                             

                             

                              หมายเหตุชีวิตและความทรงจำแสนงาม : หัวหน้าภาควิชา ขอให้พี่บุญส่ง บวรสวัสดิ์ เขียนถ่ายทอดเรื่องราวตลอดช่วงชีวิตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพี่บุญส่งก็เขียนออกมาอย่างหลั่งไหล กลายเป็นบันทึกเล่มหนา คุณแต้ม : จรรย์ฤดี น้อมคำรพ เลขานุการภาควิชา คุณเอ๋ : ปิยะนุช ท้าววิบูลย์ นักวิจัย และน้องรักจากเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งของพี่บุญส่ง จึงนำไปพิมพ์และจัดอาร์ตเวิร์ค ทำออกมาเป็นหนังสือที่ระลึกที่งดงามและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าอ่าน ได้เห็นอีกหลายแง่มุมอันเป็นพลังชีวิตที่ผู้คนไม่เคยได้ทราบมาก่อนกว่า ๓๐ ปี พี่บุญส่งนำเอาสิ่งที่ผมนำเอาบันทึกนี้ไปทำเป็นเอกสารมอบให้แก และหนังสือทำมือที่เพื่อนร่วมงานทำจากบันทึกของแก แจกจ่ายแก่แขกผู้ร่วมงานทุกคนด้วยมือของตนเอง

                             

                             คุณแต้ม : จรรยฤดี น้อมคำรพ เลขานุการภาควิชาศึกษาศาสตร์ เป็นทั้งแม่งาน และขันอาสาเป็นผู้ดำเนินรายการให้ด้วยน้ำใจ ฉันท์เพื่อร่วมงานที่ทำงานด้วยกันมาอย่างยาวนานมากที่สุดคนหนึ่ง

                             

                             ตัวแทนของเพื่อนร่วมงานจากทุกกลุ่มงาน หมุนเวียนส่งตัวแทนร่วมกล่าวขอบคุณและแสดงกตเวทิตาคุณต่อพี่บุญส่ง บวรสวัสดิ์ เริ่มจากกลุ่มตัวแทนผู้บริหารจากคณะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พราหม ผู้ช่วยคณบดี คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

                             

                             ตัวแทนจากกลุ่มคณาจารย์ของภาควิชาศึกษาศาสตร์ อาจารย์ ดร.เดียร์ : ดร.ภัทรียา กิจเจริญ จากหลักสูตรบริหารจัดการการศึกษา(หลักสูตรนานาชาติ) ซึ่งเป็นที่ประทับใจทั้งต่อพี่บุญส่งและกลุ่มคณาจารย์ผู้ร่วมงาน เพราะในช่วงอื่นพี่บุญส่งมักเป็นฝ่ายเสียน้ำตา ร้องให้ และพูดไม่ออก ทว่า เมื่อคราอาจารย์ ดร.เดียร์นี้ ผู้เป็นตัวแทนขึ้นมากล่าวก็กลับเป็นฝ่ายน้ำตาไหลตื้นตัน สร้างความคื้นเครงพร้อมไปกับความซึ้งใจ

                            

                             น้องๆจากสำนักงานภาควิชา ซ้าย : รุจรดา สวัสดิภาพ และขวา : รัตนาภรณ์ ปานยิ้ม 

                             

                              ตัวแทนจากน้องๆฝ่ายการเงิน การคลัง การพัสดุ และสิ่งสนับสนุนการดำเนินงานของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 

                              

                             

                              เลขานุการคณะ กับทีมพัฒนาบุคลากรและบริหารงานบุคคล  กรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน และเพื่อนร่วมงานจากภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษศาสตร์ 

                              

                              รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรเดช ฉายอรุณ ประธานหลักสูตรปริญญาเอก สาขาประชากรศึกษา เป็นตัวแทนคณาจารย์และบุคลากรภาควิชาศึกษาศาสตร์ มอบการ์ดที่ทุกคนร่วมกันเขียนเป็นที่ระลึกแก่พี่บุญส่ง บุญสวัสดิ์

                             

                            

                            

                             ปิดท้ายด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อย หัวหน้าภาควิชา กล่าวในนามของภาควิชาและมอบของที่ระลึก

    เพิ่งเห็นบันทึกนี้ครับอาจารย์....

    มาร่วมแสดงความชื่นชมกับคนทำงานตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่ของพี่บุญส่งที่ภาควิชาศึกษาศาสตร์ครับ...

    ปีกว่า ๆ ที่ผมเข้ามาเรียนที่นี่ ก็เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานของพี่บุญส่งครับ...

    และผมมักจะเห็นและมีโอกาสได้ทักทายพี่บุญส่งตอนที่รดน้ำกล้วยไม้ที่หน้าห้องพักอาจารย์เสมอครับ...

    สวัสดีครับคุณดิเรก

    • เมื่อเช้าพี่บุญส่งแกแวะเข้ามาลา
    • สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายในการทำงานของแกแล้วละครับ

    ขอร่วมแสดงมุทิตาจิตกับพี่บุญส่งด้วยค่ะ

    และขอบคุณพี่บุญส่งที่เกิดมาชาติหนึ่งได้ทำหน้าที่ลูกผู้ชายอย่างสมศักดิ์ศรี

    ขอให้พี่และครอบครัวมีความสุขความเจริญตลอดไปค่ะ

    เพิ่งได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ อ่านแล้วคิดถึงคุณลุงค่ะ เพราะตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ได้เห็นความมุ่งมั่น ความเอาใจใส่ ความขยันขันแข็งที่คุณลุงมีอยู่เสมอ กลับไปมหาวิทยาลัยคงจะไม่ได้เห็นคุณลุงอีกแล้ว แต่ยังระลึกถึงคุณลุงเสมอค่ะ

    ตอนนี้พี่บุญส่งได้ไปทำงานที่หน่วยงานเอกชนแห่งหนึ่ง ชื่อติดๆปากอยู่นะครับ แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออก ดีครับ ทั้งการแสดงความรำลึกถึงกันของคุณวรรณราและคุณสุภัทรา การนึกถึงความดีกันและกันของผู้คน มีแต่ก็จะให้เกิดสิ่งดีไปด้วยทั้งนั้นครับ แม้คนที่ได้ร่วมรับรู้ก็ยังได้ความรู้สึกงดงามไปด้วยเลย

    พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
    ขอแนะนำ ClassStart
    ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
    ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี