ข้อ 1 จงอธิบายความแตกต่างของแนวคิดระบบราชการในอุดมคติกับการปฏิรูประบบราชการ?
ตอบ รัฐบาลทุกยุคสมัยได้พยายามที่จะปฏิรูประบบราชการแม้ว่าผลการดำเนินงานไม่อาจสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งหมด เนื่องจากระบบราชการไทยฝังรากลึก อีกทั้งระบบใหญ่โตทำให้มีขั้นตอนล่าช้ายุ่งยากในการทำงาน นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญสำหรับรัฐบาลเองที่แก้ไม่ตก นั่นคือ การขาดเสถียรภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศบ่อยครั้ง ความแตกต่างของแนวคิดระบบราชการ จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดมา แม้ว่า ในขณะนี้ยังไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ต้องการ ด้วยปัจจัยหลายๆด้าน
ส่วนการปฏิรูประบบราชการในความคิดเห็นน่าจะเป็นเรื่องของการ ที่จะจัดสรรให้มีการเปลี่ยนแปลงการทำงานจากระบบเก่าๆ บ้างในบางอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน แต่ไม่ใช่ว่าระบบราชการทุกวันนี้ไม่ดี มันก็มีทั้งดี และไม่ดี แต่ในบางครั้งที่ดีนั้นคนมักมองไม่เห็น เช่นการทำบัตรประชาชน เขาก็ทันสมัยแล้ว การบริการตามสถานี หรือ สถานที่ราชการ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แต่ละจังหวัดทำแข่งกันด้วยซ้ำจึงอยากให้มีการพัฒนาไปยิ่งๆขึ้น ยิ่งเรามีการพัฒนาให้ทันเท่าเทียมเอกชนได้เท่าไหร่ มันจะเป็นที่มั่นคงและ สนองตอบความต้องการของประชาชนได้มากเท่านั้น มันสมควรแล้วหล่ะ ที่จะได้มีการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงบ้าง เพราะถ้า จะได้มีสิ่งที่ดี มีการพัฒนาขึ้น ทันสมัยขึ้น เพราะเราต้องตามให้ทันโลก ตราบใดที่ยังคงให้การบริหารจัดการแบบเดิม เราก็ควรมาปรับปรุงดุซิ อันไหนดีก็คงไว้ อันไหนไม่ดีก็เปลี่ยนไป ก็จะเกิดประสิทธิภาพขึ้นในการทำงาน
ข้อ 2 แนวคิดในการปฏิรูปการเมืองไทยแตกต่างจากแนวคิดในการปฏิรูประบบราชการอย่างไร?
ตอบ แตกต่าง เพราะว่า การปฏิรูปการเมืองต้องมีการเลือกตั้งใหม่จัดรัฐบาลและ แต่งตั้ง สส สว และ กว่าจะเข้าบริหารบ้านเมือง ซึ้งเป็นการที่จะต้องใช้ปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นในด้านการเงิน การสร้างความเชื่อมั่นความศรัทธา เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ แต่ในการปฏิรูประบบราชการนั้น เราไม่จำเป็นที่จะต้องย้ายใครเข้าออก หรือ ปลดใคร แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างและระบบการทำงานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความทันสมัย เล็งเห็นถึง ประโยชน์ที่จะได้รับตามมาเป็นหลัก การปฏิรูประบบราชการจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นกับองค์ประกอบหลายปัจจัย ตั้งแต่ (1) การรู้จัก ส่งเสริมการตลาดด้วยการประชาสัมพันธ์ให้รู้ว่ากระทรวงตั้งที่ไหน มีภารกิจใหม่อย่างไร และรายงาน ผลงานทุกระยะ (2) ผู้บริหารเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และให้เห็นผลสำเร็จระยะสั้น 3 เดือน ถึง 6 เดือน ได้อย่างชัดเจน (3) รัฐมนตรีปลัดกระทรวง หัวหน้ากลุ่มภารกิจ/ อธิบดี ต้องปรับตัวไปตาม บทบาทใหม่ของการเป็นผู้นำปฏิรูป (4) มีการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังเป็นระบบและต่อเนื่องจนทำให้เกิดความยอมรับให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่ดี (5) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการ (ก.พ.ร.) และสำนักงาน ก.พ. ต้องทำหน้าที่เป็นองค์กรพี่เลี้ยง แนะนำให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่ส่วนราชการและข้าราชการ (6) การจัดผู้บริหารเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ต้องเลือกเฟ้นคนดี คนเก่ง เข้ามาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และ (7) การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาคเอกชน โดยเปิดรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รวมทั้งการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบราชการที่เป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การพัฒนาจนพึ่งตนเองได้และมีศักยภาพแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ในเวทีโลก
ข้อ 3 หน่วยงานใดดูแลเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ ?
ตอบ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
โดยกระทรวงนำร่องประกอบด้วย
- กระทรวงการคลัง และส่วนราชการระดับกรมในสังกัด จำนวน 9 กรม
- กระทรวงพลังงาน และส่วนราชการระดับกรมในสังกัด จำนวน 5 กรม
- กระทรวงอุตสาหกรรม และส่วนราชการระดับกรมในสังกัดและในกำกับ จำนวน 8 กรม
- กระทรวงสาธารณสุข และส่วนราชการระดับกรมในสังกัด จำนวน 9 กรม
ข้อ4 การฉ้อราษฎร์บังหลวงจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาการเมืองและการบริหารราชการไทยอย่างไร?
ตอบ กระทบมาก ทุจริตคอรัปชั่นเป็นรากเหง้าปัญหาในสังคมไทยโกงแล้วไม่ผิด เป็นเรื่องปกติของสังคมลูกหลานต่อไป ก็เอาบ้างดิแล้วสุจริตชนจะอยู่อย่างไรหันมาโกงบ้างดีกว่าบ้านเมืองจะเหลืออะไร
1. รูปแบบการคอรัปชั่นหลัก แบ่งได้เป็น 4 ประเภทด้วยกันคือ
1.1 ระบบส่งส่วย (syndicate corruption)
วิธีการ : ข้าราชการชั้นผู้น้อยเก็บส่วย หรือภาษีไม่เป็นทางการแล้ว รวบรวมที่กองกลาง หลังจากนั้นแจกจ่ายรายได้ส่วยไปยังข้าราชการทั้งระดับสูงและล่างในกรมกอง
แหล่งสำคัญ : เช่น ที่ดิน ตำรวจ ศุลกากร
1.2 กินตามน้ำ การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement kickbacks)
วิธีการ : สินบนการจัดซื้อจัดจ้าง
แหล่งสำคัญ : เช่นสาธารณสุข ศึกษาธิการ เกษตร องค์กรบริหารท้องถิ่น ระดับต่างๆ และเทศบาล มหาดไทย
1.3 การจ่ายสินบนเพื่อให้ได้การผูกขาดกิจการบางประเภทที่ต้องได้ สัมปทานจากรัฐบาล และเพื่อคงสภาพการผูกขาดนั้นไว้ โดยการจ่ายสินบนเป็นการจ่ายประจำให้ข้าราชการหลายระดับ ในบางกรณีจ่ายทั้งกรม
แหล่งสำคัญ : เช่น กระทรวงการคลัง
1.4 การคอรัปชั่นการประมูลโครงการ
วิธีการ : หลายวิธีการ แต่โจ่งแจ้งที่สุดคือ การฮั้วกันระหว่างกลุ่ม ผู้เสนอประมูล เพื่อควบคุมการประมูลแล้วมีข้อตกลงเวียน กันเป็นผู้ชนะประมูลเป็นคราว ๆ ไป
แหล่งสำคัญ : เช่น คมนาคม กลาโหม มหาดไทย
ข้อ 5 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทยปัจจุบันอยู่ในระหว่างข้อใด?
ตอบ 3 กับ 4
ยุทธศาสตร์ที่ 3 มุ่งสู่การเป็นองค์การที่มีขีดสมรรถนะสูง บุคลากรมีความพร้อมและความสามารถในการเรียนรู้ คิดริเริ่ม เปลี่ยนแปลง และปรับตัวได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างระบบการกำกับดูแลตนเองที่ดี เกิดความโปร่งใส มั่นใจ และสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งทำให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อประชาชน และต่อสังคมโดยรวม