กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก
(เมื่อคืนนอนแต่หัวค่ำ ประมาณตีหนึ่ง แมวที่เลี้ยงไว้ที่อยู่หัวเตียง ทำโคมไฟหล่นใส่หัว ตื่นมาแล้ว นอนไม่หลับ เลยลุกขึ้นมาเขียน)
ข่าวฮ็อต ๆ ในตอนนี้ คือ ข่าวนักเรียนตีกัน ยิงกัน
เมื่อตอนหัวค่ำฟังข่าวแนวทางการแก้ไข จาก ท่าน รมต.ศึกษา ก็ประทับใจครับ ที่ว่าท่านให้หลายหน่วยงานร่วมกันมาแก้ ทั้ง ศึกษา พัฒนาสังคม วัฒนธรรม ปกครอง ตำรวจ พ่อแม่
ครับ ปัญหาเด็ก หลายหน่วยงานต้องช่วยกันครับ ไม่ใช่โยนมาให้สถานศึกษาอย่างเดียว
ทีนี้ จะแก้อย่างไร ผมมีคำตอบจากหนังสือเล่มนี้ ครับ

ในบทที่ว่าด้วย "จุดจบและทางเดินต่อแห่งวิวัฒนาการมนุษย์"
กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก "เพียซ" ได้ให้ภาพไว้สองภาพ
ภาพแรก เราจะดูแลเด็กตามขั้นตอนพัฒนาการที่ควรจะเป็น พึงทำอย่างไร
อีกภาพหนึ่ง เวลานี้ สังคมส่วนใหญ่ทำอะไรกับเด็ก และ เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการของเด็กอย่างไร ซึ่งจะช่วยตอบคำถามด้วยว่า ทำไมสังคมจึงมีอาชญากรรม และ ปัญหายาเสพติดมากขึ้นน่าจะเป็นประโยชน?ต่อการแสวงหาทางออกที่เหมาะสมให้กับอนาคตของสังคมมนุษย์
เพียซ พูดถึงสมองไว้ดังนี้
สมองมีอยู่สามส่วน ที่หุ้มซ้อนกันตามลำดับของวิวัฒนาการ
สมองส่วนแรก เป็นสมองส่วนในสุด คือ สมองสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสมองที่เกี่ยวกับการอยู่รอด สมองส่วนนี้ จะสั่งการโดยอัติโนมัติให้ "สู้" หรือ "หนี" โดยสัญชาตญาณ
สมองส่วนที่สอง สมองสัตว์เลี่ยงลูกด้วยนม เป็นสมองแห่งความรู้สึกและความสัมพันธ์ การดูแล และ ความเอื้ออาทร
สมองส่วนที่สาม สมองมนุษย์ แบ่งเป็นสองซีก คือ สมองซีกซ้าย และ สมองซีกขวา สมองซีกขวา เป็นสมองแห่งการเข้ากับความรู้การหยั่งรู้ เป็นสมองแห่งความรู้สึกและความสัมพันธ์ เป็นสมองในส่วนของการสร้างสรรค์และศิลปะ ส่วนสมองซีกซ้าย เป็นเรื่องของความคิดอ่าน เหตุและผลตรรกะคณิตศาสตร์
คุณวิศิษฐ์ ผู้เขียนได้วิเคราะห์เรื่องปัญหาทางการศึกษาเอาไว้ว่า
การจัดการศึกษาทั้งหมดทั้งของโลกตะวันตกและของไทยเรา โรงเรียนไม่ได้แวดล้อมอยู่ด้วยสิ่งที่เอื้อต่อการเติบโตทางศักยภาพของสมอง
เวลานี้ โรงเรียนและอารยธรรมของเรา มีสิ่งแวดล้อมและแบบอย่างแค่กระตุ้นให้มีการพัฒนาสมองสัตว์เลื้อยคลานเท่านั้น โดยในที่สุดจะทำให้สมองสัตว์เลื้อยคลานกลายเป็นผู้บัญชาการใหญ่ เด็กจะกลายเป็นคนหวาดระแวง ละโมบ เห็นแก่ตัว เพราะสมองสัญชาตญาณจะมีอำนาจเหนือสมองในส่วนของอารมณ์ ความรู้สึก ตรรรกะ และ เหตุผล
ครับ จากข้อคิดทฤษฎีเบื้องต้น ผมขออนุญาตสรุปปิดท้ายอยู่สองเรื่องจากภาพสองภาพที่ "เพียซ" เขียนไว้ครับ ถึงแนวทางแก้ปัญหาเด็ก
1. ใครรับผิดชอบแก้ไข - ปัญหาเด็กตีกัน เป็นปัญหาของสังคมครับ ดังคำถามที่ว่า "สังคมทำอะไรกับเด็ก" จึงทำให้เด็กมีพฤติกรรมออกมาแบบนี้ ทางแก้ จึงต้องให้ทุกภาคส่วนที่เป็นส่วนประกอบของสังคม เข้ามาช่วยกันแก้ครับ
2. แก้ไขอย่างไร - ผมว่าเด็กตีกัน เพราะเขาตัดสินใจด้วยสมองของสัตว์เลื้อยคลานครับ ซึ่งตรงนี้ บ้าน และ โรงเรียน ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยได้ นั่นคือ ต้องช่วยกันพัฒนาสมองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และ สมองมนุษย์ ด้วยความรัก ความเมตตา และความเอื้ออาทร และที่สำคัญในระดับ "สังคม" ต้องช่วยกันสร้างสภาพที่จะเอื้ออำนวยต่อพัฒนาการทางสมองของสัตว์เลี่ยงลูกด้วยนม และ สมองมนุษย์ การแก้ด้วยการเข้าค่ายทหาร ด้วยการอบรมสั่งสอน หรือ ลงโทษอย่างเข้มงวด กลับจะยิ่งไปเพิ่มการทำงานของสัตว์เลื้อยคลานให้พัฒนายิ่งขึ้นไปอีกครับ
สวัสดีค่ะท่านรอง
ปัญหาเด็กตีกันน่าเป็นห่วงมากค่ะในปัจจุบัน ขอบคุณข้อคิดดีๆและหนังสือดีๆที่แนะนำค่ะ
หนังสือเล่มนี้ มีข้อคิดดีๆหลายอย่างครับ โดยเฉพาะในทางศึกษา
สวัสดีค่ะ
สวัสดีคะ
ความเห็นส่วนตัวแล้ว ปัญหาของเด็กตีกันมาจากหลายสาเหตุคะ
1. การเลี้ยงดูของพ่อแม่คะ ข้อนี้สำคัญมากคะ
2. สถาบันที่เขาอยู่คะ ข้อนี้ก็สำคัญมากเช่นกันคะ คำว่า "นักเรียนอาชีวะ" เป็นคำเก็บกด ที่คนรุ่นก่อนๆสร้างวีรกรรมไว้คะ ทำไมนักศึกษามหาวิทยาลัย จึงไม่ตีกันละคะ ลองเปลี่ยนชื่อสถาบันที่เขาเรียนอยู่เป็นมหาวิทยาลัยดูนะคะ การตีกันคงไม่มีคะ
3. สภาพของสังคมที่มุ่งเน้นพัฒนาทางวัตถุ ค่านิยมของสังคมรอบตัวของเขาคะ ว่านักเรียนอาชีวะต้องตีกันจึงจะดูเท่ห์และได้รับการยอมรับความสนใจเพื่อทดแทนความด้อยทางการศึกษาของเขาเอง เด็กที่มีปัญหาเลยต้องสร้างวีรกรรมในทางลบคะ
ปัญหานี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกันอย่างจริงจังสักทีแล้วละท่านรอง..
สมัยก่อน ผมโดนครู เชิญจิตแพทย์มาทดสอบไอคิว ตอนอายุ 11 ปี ในข้อหาโง่้ผิดปกติ
ปรากฏว่า โดนวัดไป ไอคิว 135 แต่เรียนโง่ พออายุ 18 ปี จึงรู้ว่าสายตาสั้น 500
สวัสดีค่ะ
หนังสือเล่มนี้น่าสนใจจังค่ะ
ขอบคุณนะคะที่นำมาแนะนำ
การแก้ปัญหาเด็กต้องอย่างที่คมยกมาแหละครับ
สามารถอธิบายถึงต้นตอหรือสาเหตุที่เป็นแรงจูงใจ และเป็นแรงผลักดันให้เด็ก ๆ ทำความผิด
ผมว่าต้นตอหรือสาเหตุจริงๆแล้ว มาจากหลายเหตุหลายปัจจัยเลยนะครับ
หนังสือของคุณวิญญู มีสิ่งดีๆที่น่าค้นหาอีกมากเลยครับ
ขอบคุณครับ
ครับ ปัญหาเด็กตีกัน ต้องมองสาเหตุหลายๆอย่างให้ครอบคลุมครับ ทั้งพ่อแม่ สถาบันการศึกษา และ สังคม เกี่ยวข้องหมดแหละครับ
ขอบคุณมากครับ
เรื่องปัญหาเด็ก ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันครับ
ขอบคุณครับ
ปัญหาครูมองไม่รอบด้าน ไม่ได้ศึกษาผู้เรียนอย่างแท้จริง พบเห็นบ่อยๆ ครับ ขนาดไอคิว 135 แต่เรียนโง่ เกือบไปแล้วนะครับ
ขอบคุณครับ
หนังสือเล่มนี้ดีมากเลยครับ มีมุมมองลึกๆ ยากๆ หลายมุมมอง
ขอบคุณครับ
แล้วเห็นด้วยไหมคะที่เด็กตีกันแล้วให้งดรับนักศึกษาไปทีละปี จนถ้ายังตีกันไม่รู้จบก็ปิดสถานศึกษา ลองถามเด็กอนุบาลยังรู้เลยว่าทำร้าย หรือฆ่าคนเป็นสิ่งไม่ดี แล้วทำไมโตขึ้นมาจึงคิดไม่ได้ แปลกจริง อย่าว่าแต่ตีกันเอง แม้ครูหรือตำรวจยังต้องยอมเลยค่ะ เดี๋ยวนี้มีบ่อยที่ตำรวจหรือครูจะเข้าระงับเหตุแล้วถูกรุมซ้อมปางตาย/ตาย แปลกแต่จริง
* แล้วทำไมโตขึ้นมาจึงคิดไม่ได้
ขออนุญาตมองอีกมุมนะครับ เด็กเขามีบาดแผลในใจเยอะครับ เขาจึงไม่สามารถคิดในเรื่องดีๆได้ เขาจึงต้องการแสดงปมเด่นด้วยวิธีการรุนแรงที่ผิดๆ
การแก้ด้วยการงดรับนักศึกษาทีละปี ก็เป็นการแก้ที่ปลายเหตุครับ ก็คงพอแก้ได้บ้างครับ จะแก้ที่ต้นเหตุจริงๆ ต้องแก้ที่การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้กับเด็กที่ก้าวร้าวรุนแรง ด้วย Self esteem
ขอบคุณครับ
เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มากๆ ค่ะ และไม่เห็นด้วยเลยที่มีแนวคิดจะส่งเด็กไปภาคใต้
มันเป็นปลายเหตุทั้งนั้น รวมทั้งเรื่องให้เด็กตั้งครรภ์เรียนได้ตามปกติ มันก็ดีไม่เสียอนาคต
แต่อาจกลายเป็นค่านิยมก็ได้ คิดดู ครูนักเรียนหญิง เดินท้องโตเต็มโรงเรียน
เรื่องเด็กตั้งครรภ์เรียนได้ตามปกติ ผมเห็นด้วยครับว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่บางโรงเรียนก็ยังให้เรียนได้ ก็เป็นความเมตตา ของโรงเรียน ก็พูดยากเหมือนกันนะครับ